บริการข่าวไทยรัฐ

ฟังจากปาก ผู้ผ่านนรกบนดิน 6 ปีไฟสงครามซีเรีย เด็ก 2 ล้านกำลังจะอดตาย

ความขัดแย้ง ที่นำไปสู่...การทำสงครามเข่นฆ่าเพื่อนมนุษย์ร่วมชาติด้วยกันเอง ไม่ต่างจากไฟนรกอเวจี ที่แผดเผาบนดินแดนที่ครั้งหนึ่ง เป็นสวรรค์แห่งตะวันออกกลาง ให้มอดไหม้กลายเป็นผงธุลี เหลือเพียงเศษซากปรักหักพัง ศพผู้บริสุทธิ์กองกลาดเกลื่อน ไม่เว้นแม้แต่ลูกเล็กเด็กแดง ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่

พวกเค้าทั้งหมดต้องถูกพรากชีวิตไปชั่วนิรันดร์ เพียงเพราะ....ความขัดแย้งแห่งผลประโยชน์ ของผู้ใหญ่ทั้งในประเทศ และนอกประเทศ ที่ต้องการเพียงแสวงหาอำนาจ และ ยึดกุมอำนาจไว้ในมือต่อไป

ส่วนคนที่ยังรอดชีวิตอยู่ ก็ต้องพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อหอบลูกจูงหลาน หลบเร้นกาย ออกไปจาก ไฟแห่งสงคราม บนเมืองแห่งซากกองปรักหักพังแห่งนี้ แม้นว่า........ความพยายามนั้น จะมีความเสี่ยง และอาจจะต้องแลกมาด้วยชีวิต ก็ตาม....

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้....มันได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน จนกระทั่ง วันนี้ ได้ย่างเข้าครบขวบปีที่ 6 บนดินแดนที่มีชื่อว่า

ประเทศซีเรีย ประเทศที่ในวันนี้ ต้องหยุดการพัฒนา และอาจต้องล้าหลังประเทศอื่นๆ ถึง 40 ปี เพราะพิษสงครามกลางเมือง

ไฟแห่งสงคราม ทำลายล้างบรรณพิภพ ที่มีชื่อว่า ซีเรีย อย่างไรไปบ้าง ในวันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะขอพา แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ทุกท่าน ไปพบกับ โศกนาฏกรรม ที่เพื่อนร่วมโลกบนดินแดนตะวันออกกลาง กำลังเผชิญอยู่ยาวนานถึง 6 ปี

ซึ่งจนถึง ณ วินาทีที่ทุกท่านกำลังอ่านสกู๊ปชิ้นนี้...

ยังไม่มี แม้...เศษธุลีสัญญาณใดๆ ที่ ชาวซีเรียซึ่งกำลังทนทุกข์เวทนา จะสามารถหลุดพ้น จากปากบ่อแห่งความทรมานแสนสาหัส เหล่านั้น....

โดยเรื่องราวทั้งหมด จะผ่านการบอกเล่า...จากปาก ของ เจ้าหน้าที่สาว องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ (UNICEF)

MISS HANAA SINGER สาวผู้มีจิตสาธารณะ ยอมเสียสละตัวเอง ทำงานเพื่อชาวโลกมาอย่างยาวนานถึง 24 ปี และได้เคย ย่างก้าวเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ฝ่าคมกระสุนแห่งไฟสงคราม เข้าไปให้การช่วยเหลือเด็กๆ ในพื้นที่ ที่ได้ชื่อว่าอันตรายที่สุด ในประเทศซีเรีย มาแล้ว

"When I was there nearly 100 mortars fell on west Aleppo in a couple of days. While at the same time, only a few hundred metres away we witnessed the unrelenting bombardment of the eastern side of the city."

เมื่อ..ฉันเดินทางไปถึงเมืองอเลปโป เมืองที่ได้ชื่อว่า มีการสู้รบกันอย่างรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศซีเรีย ห่ากระสุนปืนใหญ่นับร้อยลูก ถูกยิงออกมา ปลิวไปตกทางด้านฝั่งตะวันตกของเมือง ตลอด 2 วัน และ ณ เวลาเดียวกัน นั้น ห่างออกไปอีกเพียงไม่กี่ร้อยเมตร พวกเราก็ได้กลายเป็นประจักษ์พยาน ถึงการยิงถล่มเข้าใส่ทางด้านฝั่งตะวันออกของเมือง อย่างชนิดหูดับตับไหม้

"Explosions lit up the night sky and the sounds of war reverberated across the city."

แสงระเบิด ยังคงเจิดจ้าบนท้องฟ้า แม้ยามค่ำคืน ท่ามกลางเสียงแห่งไฟสงคราม ที่เอ็ดอึงไปทั่วทั้งเมือง

ทั้งหมดนี้...คือ คำบอกเล่า ถึงสถานการณ์ในประเทศซีเรียของ HANAA

แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ทุกท่าน จิตนาการตามได้แล้วใช่ไหม... ว่า คนในประเทศซีเรีย กำลังเผชิญหน้าอยู่กับอะไร?

6 ปี แห่งไฟแห่งสงครามที่ลุกโชนในประเทศซีเรีย คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 3 แสนราย และถือเป็นวิกฤติทางมนุษยธรรมที่เลวร้ายที่สุดและยาวนานที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง แม้ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายต่อต้านจะมีข้อตกลงหยุดยิงกันเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา แต่สงครามครั้งนี้ ยังคงส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อชีวิตประชาชน กว่า 13.5 ล้านคน และในจำนวนนี้ มีนับล้านคนที่ต้องพยายามตะเกียกตะกายอพยพถิ่นฐาน เพื่อแสวงหาทางรอดยังพื้นที่ปลอดภัย ในต่างแดน

แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง ประชากรกว่า 700,000 คนซึ่งรวมถึงเด็ก 300,000 คนยังคงติดอยู่ในพื้นที่ถูกยึดโดยกลุ่มต่างๆ ที่ความช่วยเหลือเข้าไม่ถึง นอกจากนี้ ยังมีประชากรกว่า 5 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นเด็กมากถึง 2 ล้านคน อาศัยอยู่ในพื้นที่ๆ ที่สุ่มเสี่ยง ซ้ำยังขาดแคลนสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ยากลำเค็ญทุกข์ขนาด ต้องกิน ใบไม้และหญ้า เพื่อประทังชีวิตให้อยู่รอด

พูดง่ายๆ ว่า เด็กในซีเรียกว่า 2 ล้านคน กำลังรอความตาย ในขณะที่ชาวโลก ยังคงยืนกอดอกในอาการสงบ เพื่อ "นิ่งดูดาย"

และหากแม้ จะอยู่รอดมีชีวิตไปวันๆ ยังยาก เด็กๆในซีเรีย ยังต้องเผชิญกับสิ่งที่ทารุณโหดร้ายเกินกว่าที่ใครจะ คาดคิดได้ถึง อีกประการก็คือ .....

ใช่แล้ว ...ท่ามกลางสงครามกลางเมือง ที่ทำให้ นักรบต้องล้มตายอยู่ทุกวัน เด็กๆ ที่ยังรอดชีวิตเกือบ 1 พันคน ในจำนวนนี้ มีอายุน้อยที่สุดเพียง 7 ขวบ ถูกลักพาตัว เพื่อบีบบังคับให้จับอาวุธ เข้าประหัตประหารฝ่ายตรงกันข้าม เพื่อสนอง Need ของคนที่เรียกตัวเอง ว่า ผู้ใหญ่ ด้วย ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่ ยูนิเซฟ จะพบการล่วงละเมิดต่อเด็กอย่างรุนแรงเกือบ 2,300 กรณี ตลอดปี พ.ศ. 2559 ที่ผ่านมา

นี่ใช่ไหม ที่เขาเรียกกันว่า นรกบนดิน

ข้อมูลเพียงเท่านี้ อาจยังทำให้ แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ยังไม่เข้าใจ สถานการณ์ในประเทศซีเรีย มากพอ เช่นนั้น ลองไปอ่าน บทสัมภาษณ์พิเศษข้ามโลก ระหว่าง ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ กับ Angel ที่ยังมีชีวิต ซึ่งอุทิศกายและใจเพื่อผู้อื่น อย่าง? MISS HANAA SINGER ผู้ที่มิได้เกรงกลัว ห่ากระสุนและดินระเบิด เพื่อให้เข้าใจ สถานการณ์ในประเทศซีเรีย อย่างถ่องแท้กันดีกว่า

เด็กซีเรีย กำลังเติบโตขึ้นมา โดยที่ไม่ได้เห็นอะไรเลย นอกจาก สงคราม

ทีมข่าวฉก.- สถานการณ์ล่าสุดในซีเรียเป็นอย่างไรบ้าง?

HANAA - การสู้รบในซีเรียดำเนินมายาวนานถึง 6 ปีแล้ว ส่งผลให้ซีเรียเป็นหนึ่งในสถานที่ที่อันตรายที่สุดในโลกสำหรับเด็ก
เด็กชาวซีเรีย เติบโตขึ้นมา โดยที่ไม่เห็นอะไรเลยนอกจากสงคราม ซึ่งขณะนี้มีเด็กถึง 6 ล้านคน กำลังต้องการความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน

การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กเหล่านี้เป็นไปอย่างยากลำบาก และไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพอนามัย การศึกษา หรือน้ำดื่มสะอาด อนาคตของเด็กรุ่นนี้จึงตกอยู่ในความเสี่ยง ทุกวันนี้โรงเรียนหนึ่งในสามแห่งในประเทศซีเรียถูกทำลายลง เด็กกว่า 1.7 ล้านคนทยอยกันออกจากโรงเรียน มีเพียงหนึ่งในสามส่วนของสถานบริการสาธารณสุขที่ยังเปิดให้บริการอยู่

ส่วนพวกที่สู้รบกันก็ใช้น้ำเป็นเสมือนอาวุธ ด้วยการสกัดกั้นไม่ให้ผู้คนนับล้านๆ คนได้เข้าถึงน้ำดื่มสะอาด แทนที่เด็กๆ จะได้ใช้เวลาอยู่ที่โรงเรียนหรืออยู่ที่บ้านอย่างปลอดภัย พวกเขากลับต้องเข้าคิวเป็นชั่วโมงๆ เพื่อกรอกน้ำลงในถังน้ำใบใหญ่ที่หนักเกินไปสำหรับร่างกายของเด็กๆ

ยูนิเซฟรู้สึกเป็นกังวลอย่างยิ่งที่เด็กสองล้านคนต้องตกอยู่ในบริเวณที่ถูกปิดล้อม หรือไม่ก็อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเข้าถึงได้ยาก การเข้าออกของผู้คนและเสบียงในพื้นที่ที่ถูกปิดล้อม 13 แห่งซึ่งมีเด็กอาศัยอยู่ทั้งสิ้น 280,000 คน เป็นไปอย่างยากลำบาก ทำให้ผู้คนในพื้นที่เหล่านี้รู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง มีช่วงหนึ่งหลังจากที่สัญญาหยุดยิงมีผลบังคับใช้ราวปลายปี 2559 เด็กๆ ในบางพื้นที่ก็พอจะสัมผัสกับความสงบได้บ้าง ช่วยให้พวกเขาได้นึกถึงการใช้ชีวิตอย่างที่ไม่ต้องกลัวการถูกโจมตีหรือตกอยู่ท่ามกลางความรุนแรงอย่างไรก็ตาม ในบางส่วนของประเทศ ความรู้สึกถึงความเป็นปกติที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นนี้ก็ถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวอีกครั้งเมื่อการสู้รบหวนคืน

การเข้าถึงความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมยังคงเป็นความท้าทายภาคพื้นดินต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ผู้ให้ความช่วยเหลือต้องถูกโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า ตั้งแต่ต้นปีมานี้ ยูนิเซฟได้ปฏิบัติภารกิจในการจัดส่งลำเลียงรถบรรทุกความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปให้แก่ชุมชนในพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึงได้เพียงสามครั้งเท่านั้น

ทีมข่าวฉก.-เหตุใดคุณจึงเลือกไปทำงานในประเทศที่กำลังอยู่ในภาวะสงครามอย่างเช่น ซีเรีย คุณรู้สึกเป็นกังวลในเรื่องต่างๆ เช่นความปลอดภัยของตัวเองหรือไม่?

HANAA - ความทุกข์ทรมานที่เด็กต้องเผชิญอย่างไม่ยุติธรรมในสงครามซีเรียนั้นอยู่เหนือความเข้าใจของพวกเรา ในฐานะคนอียิปต์ ฉันรู้สึกผูกพันอย่างลึกซึ้งกับชาวซีเรีย เราเป็นพวกเดียวกันเพราะครั้งหนึ่งเราเคยเป็นประเทศเดียวกัน

ทุกครั้งที่ฉันพบกับเด็กๆ ขณะออกไปปฏิบัติภารกิจภาคสนาม ฉันแทบอึ้งเมื่อได้ยินเรื่องราวและความวิตกของพวกเขา มีเด็กมากมายที่ต้องสูญเสียบ้านเรือน โรงเรียน หรือแม้แต่เพื่อนฝูง พวกเขาสูญเสียคนที่รักหรือแม้กระทั่งต้องมองดูคนเหล่านั้นตายจากไป เด็กเหล่านี้ต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นไม่ว่าจะกับเด็กคนใด ฉันประทับใจกับการที่พวกเขาสามารถจัดการกับปัญหาในแต่ละวัน ซึ่งบางครั้งก็ยังยิ้มได้ด้วยซ้ำไป เด็กเหล่านี้ทำให้เรามีความหวัง และเราก็นับถือในความเข้มแข็งและบากบั่นของพวกเขา ฉันก็ได้แต่เพียง ทำหน้าที่ปกป้องและส่งเสริมสิทธิเด็กต่อไป ภารกิจนี้ไม่ใช่แค่งานของฉัน แต่เป็นสิ่งที่ชีวิตของฉัน เรียกร้องอยู่เสมอมา

ประสบการณ์สุดเศร้า ภัยสงครามทำ เด็กซีเรียอดอาหาร 2 เดือน จนตาย ทั้งๆ ที่ อยู่ห่างการเดินทางไปเพียง 30 นาที  

ทีมข่าวฉก.- ประสบการณ์หรือช่วงเวลาที่น่าเศร้าที่สุด ของคุณขณะทำงานในซีเรีย คืออะไร?

HANAA - เด็กทุกคนในซีเรียล้วนมีเรื่องเศร้า ฉันยังช็อกและเศร้าใจกับภาพที่ยังชัดเจนอยู่ในความทรงจำของ เด็กน้อยอาลี วัย 16 ปีที่เสียชีวิตต่อหน้าต่อตาของฉัน ในคลินิกเพียงแห่งเดียว ของ เมืองมาดายา ซึ่งเป็นเมืองที่ยังคงถูกปิดล้อมอยู่จนทุกวันนี้ อาลีอ่อนแอเกินกว่าที่จะต่อสู้กับความหิวโหย จากการอดอยาก ถึงสองเดือนได้ ความยากลำบากในการเข้าถึงตัวเมืองเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม สำหรับช่วยชีวิตซึ่งรวมทั้งอาหารและยารักษาโรคให้แก่ประชากรที่เดือนร้อน 45,000 คนนี่เอง ที่นำไปสู่การตายของเขา มันช่างไร้เหตุผลสิ้นดี เมื่อรู้ว่าเด็กที่เสียชีวิตนั้น อยู่ห่างจากเราไปแค่ 30 นาที

ทั้งที่การสูญเสียนี้ เป็นสิ่งที่ป้องกันได้ง่ายๆ เพียงแค่เขาได้รับอาหารและยา ฉันอยู่ที่คลินิกกับเพื่อนร่วมงานซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการผู้พยายามจะยื้อชีวิตของอาลีไว้ แต่ทุกอย่างก็สายเกินไป ...

ฉันไม่เคยลืมใบหน้าของอาลีเลย รวมทั้งหน้าตาขาวซีด และสิ้นหวังของผู้คนที่เราเจอในวันนั้นด้วย ใบหน้าผอมซูบที่เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกกับปากที่อ้าค้างของอาลีเหมือนกำลังถามฉันว่า “ทำไม”

การเข้าถึงยังคงเป็นสิ่งที่ท้าทายการปฏิบัติงานของเรา โดยเฉพาะในบริเวณที่ถูกปิดล้อมและยากต่อการเข้าถึง ซึ่งเราก็ได้เรียกร้องมาตลอดให้เราสามารถเข้าถึงเหล่าเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือได้ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องแบบไม่มีเงื่อนไขและไม่ถูกขัดขวางไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ตรงจุดไหนก็ตาม

ทีมข่าวฉก.- ประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศซีเรียต้องเผชิญกับปัญหาอะไรบ้าง และอะไรคือเหตุผลที่ทำให้พวกเขายังคงอยู่ในซีเรีย?

HANAA - 6 ปีแห่งสงคราม การถูกบีบคั้นให้ต้องย้ายถิ่นฐาน การสูญเสียแหล่งรายได้ และมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำรงชีวิตในแต่ละวันของผู้คนในซีเรีย ในปัจจุบันนี้ ร้อยละ 85 ของประชากรชาวซีเรียต้องอยู่อย่างยากจน พวกเขาถูกบังคับให้ต้องละทิ้งบ้านเรือน มองดูเงินที่สะสมมาทั้งชีวิตลดมูลค่าลงจากภาวะเงินเฟ้อ ผู้ปกครองไม่สามารถเลี้ยงดูลูกหลานได้อย่างเต็มที่เหมือนก่อน แต่ต้องหันมากระเบียดกระเสียรการใช้จ่ายในครอบครัวอย่างลำบาก

เด็กเป็นกลุ่มที่ทุกข์ทรมานมากที่สุด ทั้งยังต้องแบกรับภาระอันหนักหนาที่เป็นผลจากการสู้รบ เราได้พบกับ ฮัสซัน เด็กผู้ชายวัย 13 ปีในเมืองอเลปโป ที่ต้องหยุดเรียนเพื่อจัดหาน้ำให้กับครอบครัว เขาจะต้องเดินแบกน้ำสองถังใหญ่ขึ้นบันไดสองชั้น ถึงวันละสามรอบ ฮัสซันบอกกับเราว่า

“ถังน้ำหนักมากเลยครับ ผมรู้สึกว่ามันหนักกว่าตัวผมเสียอีก ผมเหนื่อย..” 

อย่างไรก็ดี เด็กอีกหลายล้านคนในซีเรีย ก็ไม่ต่างจาก ฮัสซัน ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามซึ่งเป็นสิ่งที่บั่นทอนชีวิตและอนาคตของพวกเขา

ชาวซีเรียเป็นชนชาติที่มีความยืดหยุ่นและภาคภูมิใจในตนเอง คุณต้องไม่ลืมว่าซีเรียเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลางซึ่งประชากรส่วนใหญ่ก็ใช้ชีวิตอย่างสงบและสะดวกสบาย ก่อนที่สงครามจะเกิดขึ้น พวกเขาจึงรู้สึกหวงแหนประเทศอย่างแรงกล้า ต่างจากที่ใครๆ คิด หลายคนไม่ได้อยากเป็นผู้อพยพ

ฉันพูดเสมอว่าไม่ว่าใครก็รักประเทศของตัวเอง แต่ชาวซีเรียน่ะ “หลงรัก” ประเทศของพวกเขาเลยทีเดียว คือฉันเห็นจากการที่พวกเขารับมือกับความท้าทายรายวันที่มาจากการสู้รบ และฉันก็ประทับใจเสมอกับการรักความสวยงามและความสะอาดของพวกเขา อย่างเวลาฉันไปเยี่ยมครอบครัวที่ต้องอาศัยอยู่ในอาคารที่สร้างไม่เสร็จ

ฉันรู้สึกทึ่งกับการที่พวกเขา สามารถรักษาความสะอาดบริเวณรอบๆ ได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะมีสภาพความเป็นอยู่แร้นแค้นขนาดไหนก็ตาม ในเมืองอเลปโปที่บางส่วนถูกทำลาย หลังจากที่ปืนครกสาดกระสุนใส่ทั้งซ้ายและขวา ผู้คนก็จะรีบออกมาจัดแจงทำความสะอาดบริเวณนั้นๆ ทันที พอเสียงปืนเงียบลงชาวบ้านก็จะออกมาที่ถนน เข้าไปในร้านอาหาร ร้านรวงต่างๆ ก็เปิดให้คุณได้หาขนมอร่อยๆ กิน ความปรารถนาในการใช้ชีวิตของพวกเขาแรงกล้ากว่าความตายที่มีอยู่รายรอบ

ฉันชอบที่สุดเวลาเจอเด็กๆ บอกกับฉันอย่างกระตือรือร้นว่า พวกเขาอยากสร้างประเทศนี้ขึ้นใหม่อีกครั้งและปรารถนาให้สงครามยุติเพื่อจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขมากเพียงใด เด็กเหล่านี้มีความหวังในวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า ซึ่งฉันก็หวังเช่นเดียวกัน

ทีมข่าวฉก.- ทุกวันนี้ ชาวซีเรียที่ต้องการออกนอกประเทศมีความเสี่ยงแค่ไหน?

HANAA - เราได้เห็นภาพอันน่ากลัวและบีบคั้นจิตใจของผู้คนที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลให้พ้นจากภัยสงคราม คนจำนวนมหาศาลต้องตายลงขณะพยายามเดินทางมาหาความปลอดภัยพร้อมวาดหวังถึงอนาคตที่มั่นคงของลูกๆ ไม่มีใครลืมภาพร่างไร้ชีวิตของ ไอลัน เคอร์ดี ที่จมน้ำเสียชีวิต ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้ สงครามจะต้องหยุดทันทีเพื่อเห็นแก่เด็กๆ เหล่านี้ ชาวซีเรียที่ตัดสินใจอพยพออกนอกประเทศนั้นไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ พวกเขาสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง มีเพียงการอพยพครั้งนี้เป็นความหวังสุดท้ายของอนาคต

ชมคลิปวันพบศพ ด.ช.ไอลัน เคอร์ดี้ บนชายเหตุประเทศตุรกี ขอบคุณ sanachannel

เราได้ยินมามากเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ภายนอกซีเรียที่ผู้คนกว่าสี่ล้านคนขอลี้ภัยจากสงครามครั้งนี้ แต่การย้ายถิ่นที่ใหญ่ที่สุดยังคงเกิดขึ้นภายในประเทศเมื่อประชากรเกือบ 6.3 ล้านคนรวมถึงเด็กจำนวน 3 ล้านคนถูกบังคับให้ต้องจากบ้านเรือนและวิถีชีวิตที่เคยมี

ทีมข่าวฉก.- ณ ปัจจุบัน รัฐบาลซีเรียได้มอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้แก่เด็กๆ ในซีเรียหรือไม่ อย่างไร? 

HANAA - มีกลไกความร่วมมือในหลายระดับ และมีผู้ดำเนินงานภาคพื้นดินในซีเรียหลายรายที่ทำงานประสานอย่างใกล้ชิดกับสหประชาชาติเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือเร่งด่วนให้แก่ผู้คนหลายล้านคน ซึ่งก็รวมถึงรัฐบาลซีเรีย The Syrian Arab Red Crescent – SARS แล้วก็องค์กรเอ็นจีโอ ทั้งในและต่างประเทศด้วย

ทีมข่าวฉก.- จะเกิดอะไรขึ้นถ้าประเทศอื่นๆ ปฏิเสธที่จะรับผู้อพยพจากซีเรีย?

HANAA - ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับในการที่ใครสักคนตัดสินใจเสี่ยงชีวิตของตัวเองและลูกๆ ออกเดินทางท่ามกลางภยันตรายเพื่อแสวงหาความปลอดภัย พวกเขาต้องมองดูบ้านเรือน ย่านพักอาศัย รวมทั้งข้าวของทุกชิ้นถูกทำลาย บ้างสูญเสียคนรัก หลายคนไม่เหลืออะไรนอกจากเสื้อผ้าที่สวมอยู่ เด็กยังคงตกเป็นเหยื่อของสงครามอำมหิตครั้งนี้ หลายพันคนต้องพิการหรือเสียชีวิต ถูกโจมตีทั้งที่โรงเรียนและสนามเด็กเล่น ไม่มีที่ไหนปลอดภัยอีกต่อไปสำหรับเด็กชาวซีเรีย พวกเราต้องจำไว้ว่าประเทศทั้งหลายล้วนมีพันธกรณีตามกฎหมายภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัยที่จะต้องปกป้องผู้ลี้ภัย

เด็กเหล่านี้ก็ไม่ควรถูกตีตราหรือมองด้วยอคติจากสังคม เด็กมีความสำคัญเป็นอันดับแรกเสมอ

ทีมข่าวฉก.- คุณจะอธิบายสภาพเมืองต่างๆ ในซีเรียขณะนี้อย่างไร?

HANAA - เด็กทั่วทั้งซีเรียต้องประสบชะตากรรมแสนสาหัสจากความรุนแรง และปริมาณที่ลดน้อยลงของบริการช่วยเหลือชีวิตด้านต่างๆ ขณะที่ผู้เดือดร้อนเพิ่มจำนวนขึ้นทุกปี โดยเพิ่มขึ้นกว่า 12 เท่าตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ชาวซีเรียต้องเผชิญกับความทุกข์ยากครั้งแล้วครั้งเล่าในทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการไม่มีไฟฟ้าและน้ำใช้ หรือการขาดแคลนด้านบริการเพื่อสุขภาพและเครื่องอุปโภคบริโภคพื้นฐาน

ทีมข่าวฉก.- ในความคิดของคุณ ชาวซีเรียต้องการส่งข้อความอะไรถึงกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วหรือสหประชาชาติ

HANAA - สิ่งที่ คาเล็ด เด็กวัย 12 ปี ที่ฉันพบในเมืองฮอมส์ ฝากฉันมาบอกนั้น สรุปความได้ครบถ้วนทีเดียว คาเล็ด สูญเสียคนในครอบครัว และต้องกลายเป็นเด็กไร้บ้านที่ไม่มีแม้แต่เอกสารแสดงตัวตน โรงเรียน ที่พักพิง หรือการดูแลใดๆ คาเล็ดพูดกับฉันว่า

“มีเพียงสิ่งเดียวที่ฉันใฝ่ฝันอยากได้คือค่ำคืนที่ฉันจะได้นอนพักโดยไม่ได้ยินเสียงกระสุนปืนใหญ่ ได้โปรดหยุดความรุนแรงนี้ด้วยเถอะครับ”

ทีมข่าวฉก.- คุณอยากฝากข้อความอะไรถึงประเทศที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในซีเรียบ้าง?

HANAA - อนาคตของเด็กสิบล้านคนทั้งในและนอกประเทศซีเรีย กำลังตกอยู่ในอันตรายจากสงครามอันโหดร้ายนี้ เราขอให้เด็กและสิทธิต่างๆ ของพวกเขาอยู่เป็นอันดับต้นๆ ในทุกการเจรจาที่มีขึ้น ณ กรุงเจนีวา เพื่อหาทางออกทางการเมืองและนำมาซึ่งสันติภาพ เราได้ย้ำเตือนทุกหน่วยงานถึงภาระหน้าที่ที่พวกเขาพึงมีภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องเด็กที่อยู่ทุกแห่งทุกหนในซีเรีย ตลอดจนเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งรวมทั้งผู้ที่มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังให้ดำเนินการให้เราได้เข้าถึงเด็กๆ อย่างต่อเนื่อง ปราศจากเงื่อนไข และไร้การขัดขวาง ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใดของประเทศ หรืออยู่ในพื้นที่การควบคุมของฝ่ายใดก็ตาม

สิ่งจำเป็นที่สุดในเวลานี้คือการให้คำมั่นสัญญาว่าสงครามครั้งนี้จะยุติลงอย่างสิ้นเชิง เพราะอนาคตของเด็กๆ ชาวซีเรียขึ้นอยู่กับสันติสุขที่พวกเขารอคอยนี้

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน 

ทั้งนี้ หากท่านใดสนใจร่วมบริจาค เพื่อชาวซีเรียที่กำลังได้รับความเดือดร้อน อย่างแสนสาหัส สามารถติดตามอ่านรายละเอียดได้ที่ http://www.thairath.co.th/content/850576 

ขอบคุณภาพประกอบ จาก UNICEF