กรมเจ้าท่า ปรับความเข้าใจชาวประมงบ้านหัวดอน ปมขุดลอกร่องน้ำเขาตะเกียบ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

กรมเจ้าท่า ปรับความเข้าใจชาวประมงบ้านหัวดอน ปมขุดลอกร่องน้ำเขาตะเกียบ

"กรมเจ้าท่า" เร่งปรับความเข้าใจชาวประมง บ้านหัวดอน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมแจงการขุดลอกร่องน้ำเขาตะเกียบได้รับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้าน ยันบริเวณดังกล่าวไม่มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ...

เมื่อวันที่ 14 มี.ค.60 นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า จากกรณีกลุ่มชาวประมงเรือเล็กบ้านหัวดอน บริเวณปากคลองบ้านหัวดอน เขาตะเกียบ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่า กรมเจ้าท่าได้ดำเนินการขุดลอกตะกอนดินโคลนใส่ลงเรือและนำไปทิ้งในทะเลลึก ห่างจากชายฝั่งประมาณ 3.6 กิโลเมตร อาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทะเล และเกิดความเสียหายต่อแหล่งหากินของสัตว์น้ำ ทำลายแนวปะการังเทียม และส่งผลต่อทัศนียภาพทำให้ชายหาดเป็นสีดำ ว่า การขุดลอกร่องน้ำเขาตะเกียบมีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีการรับทราบจุดทิ้งตะกอนดิน ณ บริเวณห่างฝั่ง 4–5 ไมล์ทะเล (ประมาณ 7–10 กิโลเมตร) ที่ระดับทะเลความลึก 12-14 เมตร เมื่อน้ำลงต่ำสุด และมีความเห็นร่วมกันว่าในบริเวณดังกล่าวไม่มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ส่วนการนำตะกอนดินที่ได้จากการขุดลอกร่องน้ำ ปล่อยทิ้งในทะเลบริเวณที่เหมาะสมเป็นกระบวนการปฏิบัติงานขุดลอกมาตรฐานที่ใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก

“กรณีผลกระทบต่อทัศนียภาพทำให้ชายหาดเป็นสีดำนั้น การทิ้งตะกอนดินในบริเวณเหมาะสม ที่ระดับความลึกของน้ำไม่น้อยกว่า 10 เมตร จะไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อชายฝั่ง สัตว์และพืชผิวดิน เมื่อมีการตรวจวัดความขุ่นของน้ำทะเลระยะห่างจากจุดทิ้งตะกอนดิน 1,000 เมตร จะไม่พบความขุ่นของน้ำทะเลเพิ่มขึ้นจากปกติ อันเนื่องจากตะกอนดินที่ทิ้ง กรณีตะกอนดินถูกพัดกลับชายฝั่ง ทำให้ชายหาดเปลี่ยนสีจึงเป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน และกรมเจ้าท่ายังเน้นย้ำให้ความสำคัญต่อการรักษาสภาพแวดล้อมในบริเวณที่ทำการขุดลอกตลอดเวลาที่ผ่านมา โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่มีการติดตามการทิ้งตะกอนดินในทุกพื้นที่การขุดลอกอย่างใกล้ชิด หากมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม และการประกอบอาชีพของประชาชนจะทำการระงับการขุดลอกโดยทันที” นายศรศักดิ์กล่าว และว่าทั้งนี้ภายหลังจากเกิดการร้องเรียนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำ กรมเจ้าท่า ลงพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจกับพี่น้องกลุ่มชาวประมงฯ ในพื้นที่ด้วยแล้ว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำ กรมเจ้าท่า 02 233 1311–8 ต่อ 319, 244

ด้านนายวรรณ ชาตรี ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล จ.ประจวบคีรีขันธ์ เผยว่า ขณะนี้ได้รับคำสั่งจากอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) ให้กรมเจ้าท่าระงับการขุดลอกร่องน้ำบริเวณปากคลองบ้านหัวดอน จนกว่าจะมีการทำประชามติจากประชาชนและมีการกำหนดจุดทิ้งตะกอนอย่างชัดเจน

ทั้งนี้จากการตรวจสอบของ ทช. พบการขุดลอกบริเวณท่าเรือเฟอร์รี่ หัวหิน - พัทยา ตามแผนงานขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำเขาตะเกียบของกรมเจ้าท่า ตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม - 4 พฤษภาคม 2560 ระยะเวลา 60 วัน สำหรับจุดทิ้งดินโคลน มีกำหนดห่างจากฝั่งประมาณ 3.5 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 7 กิโลเมตรจากฝั่งทะเล โดยไม่อยู่ในเขตป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี มีพื้นที่ห่างจากแนวปะการังประมาณ 25 ไร่ มีสภาพเสียหายถึงเสียหายมาก บริเวณกลุ่มเกาะทราย เกาะสะเดา เกาะขี้นก ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดประมาณ 4 - 5 กิโลเมตร และไม่พบทรัพยากรแหล่งหญ้าทะเลในรัศมี 30 กิโลเมตร พร้อมทั้งได้เก็บตัวอย่างน้ำทะเล 3 จุด คือ จุดที่มีการขุดลอก จุดที่มีการทิ้งตะกอน และจุดกองปะการังเทียม เพื่อวิเคราะห์หาปริมาณตะกอนแขวนลอยในน้ำทะเลในห้องปฏิบัติการ

นายสมพงษ์ จิรศิรศักดิ์ ผอ.สำนักศึกษาและบำรุงรักษาทางน้ำกรมเจ้าท่า ได้ชี้แจงกับกลุ่มประมงเรือเล็กที่บริเวณท่าเรือประมงตะเกียบว่า จะนำปัญหานี้ไปแก้ไข และอยากจะให้ประชาชนหาพื้นที่สาธารณะ เพื่อนำโคลนไปทิ้งแทนที่ในทะเล อีกทั้งในรายงานของเจ้าหน้าที่ ทช. ระบุว่า หากยังทิ้งดินโคลนลงทะเลระยะไม่เกิน 3 ไมล์ทะเล อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรทางทางทะเลและชายฝั่ง เช่น แนวปะการังเทียมที่ได้วางไว้ 3 แนว ในระยะห่างประมาณ 1, 2 และ 3 ไมล์ทะเลจากชายฝั่งทะเล และตะกอนดินโคลนอาจถูกซัดเข้าปกคลุมแนวปะการังและซัดเข้าสู่บริเวณชายหาดเขาตะเกียบ อ.หัวหิน ที่เป็นชายหาดและอยู่ใกล้เขตพระราชฐานที่สำคัญ โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง ของ ทช. จะดำน้ำสำรวจผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หากพบมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติจะทำหนังสือแจ้งกรมเจ้าท่าเพื่อพิจารณาจุดทิ้งดินโคลนที่เหมาะสมต่อไป.