วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ลอรีอัล' เผยปี 59 ยอดขายผลิตภัณฑ์สูงถึง 123 ล้านชิ้น โตต่อเนื่อง 5 ปี

บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด เผยผลการดำเนินงานปี 59 มีอัตราการเติบโตสูงกว่าตลาดความงามต่อเนื่องเป็นที่ 5 โชว์ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในทุกกลุ่มรวม 123 ล้านชิ้น ครองความเป็นผู้นำทางด้านผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า (skincare) ไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง

เมื่อวันที่ 13 มี.ค.60 นางนาตาลี เกอร์ชไตน์ เคอโรวดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดความงามในประเทศไทยในปี 2559 มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นกว่า 6.5% มีมูลค่ารวมกว่า 1.54 แสนล้านบาท โดยกลุ่มเครื่องสำอางมีอัตราเติบโตมากที่สุดด้วยส่วนแบ่งการตลาด 14% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วกว่า 7% ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดที่ 46%

ทั้งนี้ตลาดความงามของประเทศไทยยังถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มอาเซียน โดย ลอรีอัล ประเทศไทย ก็เป็นหนึ่งสาขาที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศนี้เช่นกัน จากรายงานของยูโรมอนิเตอร์ (Euromonitor) ตลาดความงามและกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล (personal care) ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก มีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่สามของโลก ซึ่งตลาดความงามในประเทศกำลังพัฒนาเช่น ประเทศไทยนั้น จัดเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ช่วยขับเคลื่อนอัตราการเติบโตให้กับภูมิภาคนี้ทั้งหมด

นางนาตาลี กล่าวว่า ในปี 2560 นี้เราจะเดินหน้าความมุ่งมั่นในการก้าวสู่บริษัทความงามอันดับหนึ่งของประเทศ โดยมุ่งเน้นเสริมสร้างความเป็นเลิศใน 4 ด้าน ดังนี้คือ

1.การให้ความสำคัญกับผู้บริโภคโดยการยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง หรือ Consumer Centricity จะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้บริษัทฯ สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่จะยังคงเป็นปัจจัยสำหรับการเสริมสร้างประสบการณ์ของแบรนด์ โดยจะมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องในรูปแบบและแพลตฟอร์มที่หลากหลาย

2. การเชื่อมต่อตลาดความงามกับโลกดิจิทัล ทั้งนี้เพื่อสร้างความผูกพันและเพื่อให้การสื่อสารเกิดประสิทธิภาพมากที่สุดกับผู้บริโภค ลอรีอัลจึงเดินหน้าสร้างช่องทางและวิธีการสื่อสารกับผู้บริโภคในหลากหลายรูปแบบ อาทิ ผ่านทางแคมเปญโฆษณาบนโทรทัศน์เพื่อตอบโจทย์ความสนใจของกลุ่มเป้าหมายวงกว้าง การจับมือกับพันธมิตรที่มีเนื้อหารายการเฉพาะที่โดดเด่น รวมถึงการเปิดตัวบัญชีไลน์ (LINE Official Account) เพื่อเชื่อมต่อกับกลุ่มผู้สนใจความงามโดยตรง

นอกจากนี้บริษัทยังได้แต่งตั้งผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัลคนแรกเพื่อดูแลและวางแผนกลยุทธ์การดำเนินงานด้านดิจิทัลองค์รวม และนำทัพทีมงานด้านดิจิทัลที่มีจำนวนกว่า 20 คน โดนในปีที่ผ่านมานั้น การเติบโตด้านอีคอมเมิร์ซของลอรีอัล ประเทศไทย มีอัตราสูงกว่า 169% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัท สามารถปรับตัวเพื่อครองความเป็นผู้นำด้านความงามยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาการสื่อสารเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

3.การพัฒนาและดูแลบุคลากร ซึ่งการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ลอรีอัลเป็นองค์กรที่น่าทำงานที่สุดสำหรับพนักงานทุกคนยังถือเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ บริษัทฯ จะคงการจัดโครงการอบรมและการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงให้ความสนใจในกลุ่มมิลเลนเนียล ซึ่งเป็นกำลังหลักที่ช่วยขับเคลื่อนพลังความคิดและนวัตกรรมให้องค์กร นอกจากนั้นยังเน้นการสนับสนุนการเติบโตในสายงาน ทั้งนี้ มีพนักงานคนไทยได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูง เพื่อแสดงให้เห็นว่าบริษัท ให้ความสำคัญกับการให้การสนับสนุนและมุ่งพัฒนาศักยภาพพนักงานคนไทยให้เติบโตในองค์กร

4) การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ แบ่งปันความงดงามให้ทุกสรรพสิ่ง (Sharing Beauty with All) จะยังเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่ดำเนินคู่กับการเติบโตธุรกิจ ด้วยการสร้างนวัตกรรม การผลิต การใช้ชีวิต และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างสรรค์ผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตามเป้าหมายปี 2563 ของ ลอรีอัลกรุ๊ป

“แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจะยังคงมีความผันผวนและไม่แน่นอน ลอรีอัล ประเทศไทย มั่นใจว่าเราจะยังสามารถคงอัตราการเติบโตสูงกว่าภาพรวมของตลาดความงามได้อย่างต่อเนื่อง และในปีนี้เราคาดว่าจะสามารถบรรลุความสำเร็จตามเป้าหมายของบริษัทฯ และเราจะยังคงมุ่งมั่นกับการดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ของเราในการทำให้ทุกครัวเรือนมีผลิตภัณฑ์ของลอรีอัลอย่างน้อย 1 ชิ้น และรวมทั้งผลักดันให้บริษัทฯ ก้าวสู่บริษัทความงามอันดับหนึ่งของประเทศต่อไป”