วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่ามาดราม่า ป้า‘น้องอิคิว’นร.เก่งได้เงินบริจาค6แสน ยันไม่เคยบอกว่าจน

โซเชียลแฉ ‘น้องอิคิว’ เด็กเรียนเก่งที่สอบติดวิศวะ แล้วไม่มีเงินเรียน จนมีคนแห่ช่วยบริจาคได้กว่า 6 แสน ไม่จนจริง ป้าโต้ก็ไม่เคยบอกว่าจน เพียงแต่ไม่มีไปลงทะเบียน ล่าสุดโอนเงิน 3.7 หมื่นให้ ม.เกษตรฯ ยืนยันสิทธิ์การเข้าศึกษาเรียบร้อย...

วันที่ 13 มี.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี นายอธิวัฒน์ วิทย์พิชิตชัย หรือน้องอิคิว อายุ 18 ปี นักเรียนโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม สอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาคเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่ไม่มีเงินจ่ายค่าลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์ จำนวน 36,700 บาท เนื่องจากแม่ซึ่งเป็นเสาหลักได้เสียชีวิตอย่างกะทันหัน เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.59 ที่ผ่านมา ส่วนพ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่ตนยังเล็ก อายุ 4 ขวบ และไม่เคยพบหน้าพ่ออีกเลยอาศัยอยู่กับแม่ 2 คน ข้างบ้านของป้า ต่อมาแม่แต่งงานใหม่ และมีน้องชายอีก 1 คน หลังแม่เสียทำให้ต้องขาดที่พึ่ง มีเพียงป้าคอยดูแล บางครั้งก็ให้เงินไปโรงเรียน

หลังจากมีการแชร์เรื่องราวผ่านโลกโซเชียล ได้มีผู้ใจบุญบริจาคเงินช่วยเหลือน้องอิคิวอย่างต่อเนื่อง (อ่านข่าว ทะลุกว่า 6 แสนบาท คนแห่ช่วย 'น้องอิคิว' สอบติดวิศวะ ไม่มีเงินค่าเรียน)โดยในช่วงสายของวันนี้ (13 มี.ค.) น้องอิคิว พร้อมด้วยนางจันทร์จิรา พนิตอัชฌา ผู้เป็นป้า ได้เดินทางไปเบิกเงินจากธนาคารกรุงไทย สาขาถนนธานี โดยเบิกมาจำนวน 37,000 บาท จากยอดที่มีผู้บริจาคช่วยเหลือ เพื่อนำไปชำระให้กับทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยโอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาบุรีรัมย์ ตามที่มีกำหนดให้จ่ายภายในวัน 13-15 มีนาคม 60 เพื่อยืนยันสิทธิ์การเข้าศึกษาเรียบร้อยแล้ว สร้างความดีใจให้กับน้องอิคิว เป็นอย่างมากที่ได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ภาคเคมี ตามความฝัน และคำสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ก่อนเสียชีวิต

ขณะเดียวกันได้มีแพทย์ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ประสานผ่านมายัง นพ.สนธยา วัฒนโกศล คลินิกหมอสนธยา จ.บุรีรัมย์ ว่ามีความต้องการจะช่วยเหลือน้องคิว โดยจะส่งเสียให้เรียนจนจบปริญญาตรี และหากในช่วงที่น้องอิคิวศึกษาอยู่ เกิดอาการเจ็บป่วยก็พร้อมจะรักษาให้ฟรี อีกทั้งยังได้แสดงเจตนาหากเงินที่ได้รับบริจาคจากผู้ใจบุญ ไม่เพียงพอสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อ ก็พร้อมจะส่งเสียจนจบการศึกษา โดยไม่ต้องการอะไรตอบแทน เพียงอยากให้น้องอิคิว เป็นเด็กดี มีงานทำที่มั่นคงสามารถเลี้ยงตัวเองได้ และช่วยเหลือสังคมได้เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ได้ที่มีกระแสโต้กลับทำนองว่า ทางครอบครัวของน้องนั้นไม่ได้ยากจน และพ่อที่อยู่ด้วยกันนั้นเป็นพ่อผู้ให้กำเนิด ไม่ใช่พ่อเลี้ยงอย่างที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ในเรื่องนี้นางจันทร์จิรา พนิตอัชฌา อายุ 45 ปี ป้าของน้องอิคิว กล่าวว่า ทางตนและน้องอิคิว ไม่เคยพูดหรือบอกกับใครว่าทางบ้านตนยากจน เพราะฐานะของเราก็พออยู่ได้ มีอาชีพทำ มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว แต่ติดปัญหาว่าไม่สามารถหาเงินมาเป็นค่าเทอมของน้องอิคิวได้ตามอัตราของมหาวิทยาลัย ทำให้ต้องหาทางออกโดยการขอยืมเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายก่อนในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เพราะทางเราตั้งใจจะกู้เงินจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ในทันที หากได้เงินจากการกู้ยืมกองทุนฯ ก็จะนำมาชำระคืนแก่ผู้ให้ยืมเงินดังกล่าว ตามเนื้อหาที่แชร์อยู่ในโซเชียล

ส่วนกรณีพ่อที่มีหลายคนพูดถึง ตนขอยืนยันว่าพ่อที่อยู่ด้วยกันก่อนที่แม่น้องอิคิวจะเสียชีวิตไม่ใช่พ่อที่แท้จริง เป็นสามีใหม่ของแม่ หรือพ่อเลี้ยงของน้องอิคิว โดยมีเอกสารยืนยันได้จากใบสูติบัตร "อยากให้ทุกคนดูจากความเป็นจริงมากกว่า หากยังมีคนสร้างกระแสให้เกิดความเสียหายกับทางครอบครัวหรือเกิดผลกระทบในด้านลบ ก็คงจะต้องดำเนินการในขั้นตอนต่อไป" ป้าของน้องอิคิว กล่าว.