วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สินค้าเกษตรขยับขึ้น ทำเกษตรกรไทยมีความสุขสุดๆ อ้อยราคาดี ได้เงินเพิ่ม

ธ.ก.ส. เผยผลโพลเกษตรกรไทย พบสุขมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 83.11 จากเต็ม 10 เหตุราคาสินค้าเกษตรเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ทำให้มีรายได้เพิ่ม โดยเฉพาะผู้ปลูกอ้อย สุขที่สุด รองลงมาเป็นผู้ปลูกผลไม้ และเลี้ยงปลาน้ำจืด...

เมื่อวันที่ 13 มี.ค. นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผย ผลการสำรวจของศูนย์วิจัยและพัฒนาธ.ก.ส.ในหัวข้อ ความสุขมวลรวมของเกษตรกรไทย จากเกษตรกรทุกภาคทั่วประเทศ จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 2,064 ราย พบว่า ความสุขของเกษตรกรไทยในภาพรวมคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด (Very Happy) คะแนนเฉลี่ย 83.11 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน จากการสำรวจเมื่อเดือน ธ.ค.59 ที่คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 82.26 เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรสำคัญหลายชนิดเริ่มปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ อาทิ อ้อย ปลาน้ำจืด และผลไม้ ทำให้เกษตรกรที่ปลูกพืชและทำประมงน้ำจืดมีรายได้เพิ่มขึ้น ด้านราคาสินค้าเกษตรชนิดอื่นๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเกณฑ์ที่เกษตรกรพอใจ อาทิ ข้าวและยางพารา ส่วนเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้หลายจังหวัดเป็นผลกระทบในระยะสั้น

จากการสำรวจความสุขของเกษตรกรไทยในมิติชี้วัดความสุข 6 มิติของศูนย์วิจัยและพัฒนา ธ.ก.ส. พบว่า มิติครอบครัวดี มิติสุขภาพดี มิติสังคมดี มิติการงานดี มิติใฝ่รู้ดี และมิติสุขภาพเงินดี มีคะแนนเฉลี่ยความสุขอยู่ในระดับมากที่สุด (Very Happy) โดยมิติครอบครัวดี มีคะแนนเฉลี่ยความสุขสูงที่สุดในทุกมิติ คะแนนเฉลี่ย 87.94 และมิติสุขภาพเงินดีเป็นมิติที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุด คะแนนเฉลี่ย 76.77 แต่คะแนนเฉลี่ยยังอยู่ในระดับมากที่สุด (Very Happy)

ส่วนความสุขของเกษตรกรไทย จำแนกตามอาชีพการเกษตรหลัก พบว่า เกษตรกรที่ประกอบอาชีพการเกษตรหลักทุกประเภทมีความสุขอยู่ในระดับมากที่สุด (Very Happy) โดยเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยมีคะแนนเฉลี่ยความสุขสูงที่สุด คะแนนเฉลี่ย 86.75 เนื่องจากแนวโน้มราคาผลผลิตอ้อยปรับสูงขึ้นตามทิศทางราคาน้ำตาลทรายโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปัญหาภัยแล้งทั่วโลก เมื่อผลผลิตอ้อยราคาดีทำให้เกษตรกรรายได้เพิ่มขึ้น ระดับความสุขของเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยสูงที่สุดเมื่อเทียบกับอาชีพการเกษตรอื่น รองลงมา คือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้และเลี้ยงปลาน้ำจืด คะแนนเฉลี่ย 84.75 และคะแนนเฉลี่ย 84.50 ตามลำดับ เนื่องจากราคาผลไม้มีแนวโน้มสูงขึ้น ตั้งแต่กลางปี 2559 จนถึงปัจจุบันจากความต้องการของตลาดต่างประเทศและผู้ประกอบการแปรรูปสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้น ส่วนปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ส่งผลต่อการประมงน้ำเค็มได้รับความเสียหาย ราคาปลาน้ำจืดในตลาดจึงปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ จากการที่ ธ.ก.ส.จัดทำโครงการให้ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) มาอย่างต่อเนื่อง โดยถือเป็นนโยบายในการสนับสนุนสินเชื่อที่ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการให้ความรู้แก่พี่น้องเกษตรกรด้วยนั้น ในปีบัญชี 2559 นี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนา ธ.ก.ส ทำการสำรวจโดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมายที่เป็นตัวอย่าง จำนวน 1,155 ราย ได้แก่ เกษตรกร ชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ธ.ก.ส.และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง เยาวชนในโครงการโรงเรียนธนาคาร และผู้ประกอบการ SME เกษตร พบว่า พฤติกรรมทางการเงินของกลุ่มตัวอย่างปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้นจากปี 2558 ในทุกด้าน ได้แก่ ด้านการจัดทำบัญชีครัวเรือนรายรับ-รายจ่าย การนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน การออมเงิน การออมก่อนใช้ ก่อนกู้มีการพิจารณาถึงความจำเป็น การใช้เงินตามวัตถุประสงค์ และการจัดสรรเงินสำหรับชำระหนี้

นอกจากนี้ พบว่า กลุ่มที่เป็นเกษตรกร ชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ธ.ก.ส.และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งเยาวชนในโครงการโรงเรียนธนาคาร เห็นว่า การเรียนรู้ทางการเงินทำให้มีความรู้ความเข้าใจ เรื่อง “3 รู้ (รู้การออม รู้ชีวิต รู้ก่อนกู้) สู่ 12 แนวทางสว่างทางการเงิน" และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้รวมทั้งสามารถถ่ายทอดความรู้ให้สมาชิกในครอบครัว โดยพบว่าได้นำความรู้มาประยุกต์ใช้เกี่ยวกับการใช้เงินตามวัตถุประสงค์มากที่สุดร้อยละ 98.0 รองลงมา คือ การออมเงินร้อยละ 95.4 และนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวัน ร้อยละ 94.1 ตามลำดับ

สำหรับผู้ประกอบการ SME เกษตร เห็นว่า โครงการดังกล่าวมีประโยชน์ สร้างความรู้และความเข้าใจ เรื่อง “3 ก้าว 9 รู้ สู่ธุรกิจ SME เกษตร" ซึ่งเป็นความรู้ ตั้งแต่การสร้างความพร้อม สร้างความรู้ทางธุรกิจและสร้างความเติบโต โดย ธ.ก.ส.จะมุ่งพัฒนาการให้ความรู้ทางการเงินกับเกษตรกร ผู้ประกอบการ SME เกษตรและเยาวชนต่อไป จากผลการสำรวจบ่งชี้ว่าการเรียนรู้ทำให้ผู้เรียน สามารถปรับพฤติกรรมทางการเงิน อาทิ การจัดทำบัญชีครัวเรือนรู้รายรับรายจ่าย รู้ออมรู้ใช้ รู้ก่อนกู้ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรและภาคชนบทอย่างยั่งยืน.