หากพูดถึงญี่ปุ่น หลายคนคงคุ้นเคยกับเมืองใหญ่อย่าง ‘โตเกียว’, ‘โอซาก้า’, ‘เกียวโต’, ‘ฟุกุโอกะ’ หรือที่ฮอตฮิตล่าสุด ‘ซับโปโร’ แต่วันนี้ผู้เขียนมีภูมิภาคใหม่มานำเสนอค่ะ “ชูบุ” ภูมิภาคใหญ่ทางตอนกลางของประเทศ ซึ่งหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าหากเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เราจะได้เจอกับสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังสุดฮิปหลายแห่งทีเดียว

นับเป็นการเดินทางสู่ญี่ปุ่นครั้งที่น่าประทับใจอีกครั้ง เริ่มตั้งแต่การจองตั๋วเครื่องบินของสายการบินไทยที่ทำด้วยตัวเองง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ www.thaiairways.com ที่ผู้โดยสารสามารถจองหรือซื้อบัตรโดยสารได้ง่ายๆ ในราคาสบายกระเป๋า แถมเช็กอินได้เอง ไม่ต้องเสียเวลารอหน้าเคาน์เตอร์ โดยเฉพาะฤดูท่องเที่ยวแบบนี้ ถือเป็นบริการเสริมที่ดีมากๆ

แต่ที่พิเศษกว่านั้นของการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งนี้ คือวิธีการเดินทางสู่เมืองและจุดท่องเที่ยวต่างๆ เริ่มตั้งแต่เมื่อเครื่องบินของสายการบินไทย TG644 เดินทางถึงสนามบิน “สนามบินนานาชาติชูบุ” ในเมือง ‘นาโกย่า’ และมุ่งหน้าสู่เมืองต่างๆ ด้วยบัตรพาสรถบัสท้องถิ่น “โชริวโด” (Shoryudo) ที่จะพาคุณๆ ไปถึงที่หมายด้วยบรรยากาศอบอุ่นไม่เหมือนใคร

...

หลายคนอาจคิดว่าการเดินทางโดยรถบัสนั้นช้าและเสียเวลา แต่ขอบอกว่าบัตรพาสของ “โชริวโด” นี้คุ้มค่ามาก ทั้งในเรื่องราคาและเส้นทางที่ครอบคลุม และทริปสุดพิเศษนี้ก็เริ่มต้นที่เมืองเก่าอย่าง “มัตสึโมโตะ” เมืองที่มีความโดดเด่นในด้านประวัติศาสตร์และเอกลักษณ์เฉพาะทางวัฒนธรรม สถานที่ตั้งของ “ปราสาทมัตสึโมโตะ” ปราสาทเก่าแก่กว่า 400 ปีที่ถูกสร้างเพื่อเป็นป้อมปราการการรบ แต่เชื่อไหมคะว่า...ปราสาทนี้ไม่เคยได้ใช้งาน!


หลังเที่ยวชมปราสาทเก่าแก่...หนึ่งในสมบัติของชาติที่สมบูรณ์และสวยงามที่สุดในญี่ปุ่น ก็ถึงเวลาของ “พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมืองมัตสึโมโตะ” พิพิธภัณฑ์สุดฮิปที่มีงานนิทรรศการกลางแจ้งให้ชม ขอบอกว่าตระการตามาก ที่สำคัญของที่ระลึกของที่นี่ก็น่ารักน่าซื้อมากๆ ค่ะ ในสนนราคาที่พอรับได้ ไม่กระเป๋าฉีกแน่นอนค่ะ

จากเมือง “มัตสึโมโตะ” เราใช้บัตรพาสรถบัสไปเที่ยว “ชินโฮทากะ โรปเวย์” ขึ้นเคเบิลคาร์ไปชมวิวบนเขาและสัมผัสไอเย็นหนาวๆ ในบรรยากาศขาวโพลนที่สวยแทบลืมหายใจ ต่อด้วยเมืองเล็กๆ มินิมอลอย่าง “ฮิดะ-ฟุรุคะวะ” เมืองที่เป็นแรงบันดาลใจของผู้กำกับ “Your Name” ภาพยนตร์แอนิเมชั่นชื่อดังของญี่ปุ่น ล้อมรอบด้วยคลองที่เต็มไปด้วยปลาคาร์ฟนับพันตัวและสาเกท้องถิ่นขึ้นชื่อ คุณๆ จะเลือกมาฤดูไหนก็ได้ รับรองว่าสวยแปลกตาและมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร


“ทาคายาม่า”
เป็นจุดหมายถัดมาของทริปสุดพิเศษนี้ค่ะ เริ่มต้นชมเมืองตั้งแต่เช้า สัมผัสบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองกับตลาดเช้า ลิ้มรสเนื้อ “ฮิดะ” ย่าง เคล้าด้วยซุปข้าวร้อนๆ และสาเกอุ่นๆ ระหว่างทาง ต่อด้วยมื้อกลางวัน “โซบะ” ของดังขึ้นชื่อของเมือง เส้นเหนียวนุ่มเกาะกับน้ำซอสเป็นอย่างดี รวมทั้ง “วาราบิ” ขนมญี่ปุ่นเนื้อนุ่มหยุ่นคล้ายโมจิ ราดด้วยน้ำเชื่อมที่ทำจากน้ำตาลทรายแดง กินพร้อมชาเขียวร้อนๆ เท่านี้ก็มีแรงไปชื่นชมถนนเมืองเก่าและสะพานสีแดงสด จุดชมวิวฮอตฮิตที่คนพื้นที่เขาว่ากันว่าเป็นจุดโปรดของนักท่องเที่ยวค่ะ

...


นอกจากบรรยากาศเมืองเก่าที่ชวนถ่ายรูปแบบไม่รู้จบแล้ว “ทาคายาม่า” ยังมี “สาเก” ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นขึ้นชื่อที่หากใครไปแล้วต้องแวะชมโรงงานค่ะ จะได้สัมผัสกันตั้งแต่แรกว่าเหล้าท้องถิ่นของญี่ปุ่น เขามีวิธีการคิดและผลิตกันมาอย่างไร และที่พลาดไม่ได้อีกอย่างคือเมืองนี้มีออนเซนค่ะ อากาศหนาวๆ จับขั้วหัวใจแบบนี้ ถ้าได้ทอดกายลงบนน้ำแร่ร้อนๆ สูดกลิ่นธรรมชาติท่ามกลางบรรยากาศขาวโพลน รับรองว่าฟินแน่ๆ


ออกจากเมือง “ทาคายาม่า” เราก็นั่งรถบัสมุ่งสู่ไฮไลต์ของทริปค่ะ “ชิราคาวาโกะ” เมืองมรดกโลกที่มีสัญลักษณ์ของเมืองเป็นบ้านหลังคาสามเหลี่ยมทรงสูง ขอบอกเลยว่าหน้าหนาวแบบนี้ (ช่วงปลายมกราคมถึงต้นมีนาคม) ถือเป็นช่วงพีกของที่นี่ เพราะเกล็ดหิมะสีขาวที่ตกมาแบบไม่ขาดสายทำให้เมืองนี้มีมนต์ขลังอย่างบอกไม่ถูก ถึงหนาวจนแทบขยับตัวไม่ได้ แต่ขอบอกเลยว่าเป็นวิวที่คุ้มค่าต่อการมาเยือนจริงๆ ค่ะ


และที่บอกว่าเป็นไฮไลต์ของทริป เพราะไม่ใช่แค่ทัศนียภาพแปลกตาหาที่ไหนไม่ได้แล้ว วิวจากรถบัสก็เป็นอีกความพิเศษของการเดินทางครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิวระหว่างทางไป “ชิราคาวาโกะ” ที่ขอบอกเลยว่าที่เห็นจากภาพประกอบเป็นแค่เศษเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น ของจริงงดงามกว่านี้มาก อยากให้คุณๆ ได้ลองไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง...

...

ทริปตะลุย “ชุบุ” หรือหลังคาญี่ปุ่นสุดพิเศษยังไม่จบแค่นี้ สัปดาห์หน้าเราจะพาคุณๆ ไปต่อค่ะ รับรองว่าตื่นตาตื่นใจไม่แพ้กัน

เรื่องโดย: มาดามอองทัวร์