กรมโยธาธิการและผังเมือง ทำโครงการ 132 ล้าน สร้างถนนและกำแพงเลียบชายแดนริมแม่น้ำเมยที่แม่สอด แต่พิลึก บางจุดทำห่างออกมานับสิบเมตร คนพื้นที่บอกระวังจะเสียดินแดนแบบกรณีโนแมนแลนด์ พม่าเข้าได้ แต่คนไทยเข้าไม่ได้...

วันที่ 10 ม.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ตาก ว่า ได้มีโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเมย โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย โครงการนี้ชื่อ “โครงการพัฒนาพื้นที่ชุมชนชายแดนแม่สอดจังหวัดตาก” ใช้งบประมาณ 132,292,800 บาท (หนึ่งร้อยสามสิบสองล้านสองแสนเก้าหมื่นสองพันแปดร้อยบาท) เป็นโครงการก่อสร้างถนนเลียบแม่น้ำเมยช่วงที่ 1 และ 2 ก่อสร้างอาคารชลศาสตร์และอาคารประตูระบายน้ำ เริ่มโครงการเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2559 สิ้นสุด 30 เมษายน 2561 ใช้เวลา 750 วัน

ทั้งนี้ สำหรับคนในพื้นที่ การสร้างถนนเลียบแม่น้ำเมยนับว่าเป็นโครงการที่ดีในการสัญจร หรือการรักษาความมั่นคง แต่เป็นเรื่องแปลกที่สร้างถนนอย่างเดียวไม่พอ ยังทำกำแพงสูงที่อยู่ห่างชายแดนริมตลิ่งนับสิบเมตร อีกทั้งบางจุดมีอาคารสำนักงานของท่าเรืออยู่นอกกำแพง

นอกจากนี้ การก่อสร้างบางจุด เป็นการสร้างกำแพงซ้อนกำแพงเก่าบริเวณเกาะโนแมนแลนด์ใต้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา บ้านริมเมยอีกด้วย ซึ่งเคยมีตัวอย่างเมื่อคราวสร้างกำแพงกั้นบริเวณเกาะโนแมนแลนด์ และทางฝ่ายความมั่นคงนำรั้วลวดหนามไปติดตั้งรอบบริเวณ ปรากฏว่ารั้วลวดหนามถูกตัดทิ้ง และชาวเมียนมาเข้ามาขายสินค้า รวมทั้งยึดเกาะโนแมนแลนด์ทั้งเกาะ กลายเป็นดินแดนของเมียนมาไปโดยปริยาย เพราะชาวเมียนมาอาศัยอยู่ได้แต่ห้ามคนไทยเข้าไป ครั้งนี้มาสร้างกำแพงซ้อนเข้ามาในเขตอีก อนาคตกำแพงนี้อาจจะกลายเป็นเขตแดนไปอีกก็ได้

ชาวบ้านบริเวณดังกล่าวบอกว่า คนคิดอยู่กรุงเทพฯ คิดโครงการนี้ได้ยังไง หากทำเสร็จ วันดีคืนดี เมียนมาอ้างว่าไทยทำกำแพงเป็นแนวเขตแดน เมื่อนั้นเราจะเสียดินแดนไปอีกเท่าไร ดูใต้สะพานมิตรภาพเป็นตัวอย่าง ไทยเรายอมเมียนมาเพียงเพื่อจะค้าขายหรือส่งออกเท่านั้นหรือ แต่ไม่เคยคิดถึงหัวอกของคนที่อาศัยทำมาหากินตามแนวชายแดนเลย.