พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รักษาราชการรองผบช.ภ.5 เรียกชุดสืบสวนประชุมหาความคืบหน้า พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสาวตัวบงการที่พัวพันการฆ่าโหดพยาบาลสาวเชียงใหม่
จากกรณีคดีสะเทือนขวัญฆ่าเผา น.ส.จรรจิรา เกิดแล้ว อายุ 50 ปี พยาบาลวิชาชีพชั้นสูง รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ถูกพบเป็นศพถูกฆ่าแล้วเผาเหลือเถ้ากระดูกอยู่กลางสวนลำไย ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ ( ฆ่าเผาศพในสวนลำไยเชียงใหม่ เร่งส่งชันสูตร คาดเป็นพยาบาลสาวใหญ่, เดนคุกแฉสิ้นไส้ ผัวโหดลวงฆ่าเมียพยาบาล หักคอ-เผาสดเหยื่อร้องทุรนทุราย)
เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.59 พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รักษาราชการรองผบช.ภ.5 กล่าวว่า ตอนนี้เราจับกุมตัวนายนิรันดร แก้วเต๋จ๊ะ และสอบสวนทำแผนประกอบคำรับสารภาพไปหมดแล้ว ซึ่งผู้ต้องหาก็ให้การซัดทอดไปถึงผู้บงการไว้ ซึ่งตรงนี้ก็ถือเป็นการให้การของผู้ต้องหา เราก็นำตัวฝากขังที่เรือนจำกลางจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมคัดค้านการประกันตัว
ส่วนคำให้การทั้งหมดเราก็ตั้งทีมสืบสวนสอบสวนขึ้นมา ดูการให้การแต่ละขั้นตอน หาพยานหลักฐานเชื่อมโยงในแต่ละคำให้การ หากมีพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือที่จะสามารถสาวไปถึงผู้บงการได้ เราก็จะขออนุมัติศาลออกหมายจับแล้วดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ตอนนี้เราก็สอบสวนปากคำพยานต่างๆ เพิ่มอีกจำนวนมาก พร้อมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ได้มาเรากำลังเร่งวิเคราะห์
อย่างไรก็ตาม ขอเวลาตำรวจทำงานอีกระยะหนึ่ง เชื่อว่าความจริงทุกอย่างจะกระจ่าง เพราะตอนนี้ผู้ต้องหาให้การซัดทอดไปยังสามีผู้ตาย และเราได้เรียกสามีผู้ตายมาสอบเป็นพยาน ซึ่งเขาก็ให้การว่าถูกใส่ร้ายป้ายสีจากฆาตกร
ในส่วนที่ว่ามีเมียน้อยเข้ามาเกี่ยวข้องเราก็กำลังตามตัวมาสอบสวนปากคำว่ามีอะไรเกี่ยวข้องกันหรือไม่ คดีนี้ทุกฝ่ายไม่ต้องกังวลตำรวจทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อคลายความสงสัยให้กับญาติพี่น้องของผู้ตาย ตอนนี้มีหลักฐานดีๆ ใหม่ๆ ที่เชื่อมโยงถึงบุคคลอีกหลายคนเข้ามา ซึ่งคดีนี้อาจจะมีการบิดเบือนหลักฐาน มีการสมรู้ร่วมเห็นอีกหลายคน ซึ่งหากตำรวจพบพิรุธ ทุกคนต้องโดนโทษตามข้อกฎหมายทันที.