"ทรงพลิกฟื้น จากภูเขาฝิ่น จนกลายเป็นพืชผักเมืองหนาวที่สวยงาม และน่าเที่ยวที่สุดของเมืองไทย"
คำพูดนี้คงจะอธิบายได้ถึงความในใจของเหล่าพสกนิกรที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างหาที่สุดมิได้ จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมายหลายพันโครงการ หนึ่งในนั้นก็คือ “สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง” นั่นเอง
...
สัปดาห์นี้ แบกกล้องเที่ยว จะพาทุกท่านตามรอยพระบาทไปยัง “ดอยอ่างขาง” อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ สถานที่ที่ในแต่ละปีเมื่อลมหนาวมาเยือน ภาพของดอกไม้เมืองหนาวสีสวย รวมทั้งดอกซากุระเมืองไทยที่บานสะพรั่ง รวมทั้งพืชผักผลไม้นานาชนิด สวยงามจนดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือน จนหลายคนอาจจะลืมไปแล้วว่าที่นี่เคยเป็นแหล่งปลูกฝิ่น ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทยมาก่อน
สืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่หมู่บ้านผักไผ่ เมื่อปี พ.ศ. 2513 และได้เสด็จผ่านบริเวณดอยอ่างขาง ทรงทอดพระเนตรเห็นว่าชาวเขาส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ทำการปลูกฝิ่นแต่ยังยากจน ทั้งยังทำลายทรัพยากรป่าไม้ ต้นน้ำลำธารที่เป็นแหล่งสำคัญต่อระบบนิเวศ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนอื่นของประเทศได้
...
...
จึงทรงมีพระราชดำริว่า พื้นที่นี้มีภูมิอากาศหนาวเย็น มีการปลูกฝิ่นมาก ไม่มีป่าไม้อยู่เลย และสภาพพื้นที่ไม่ลาดชันนัก ประกอบกับพระองค์ทรงทราบว่าชาวเขาได้เงินจากฝิ่นเท่ากับที่ได้จากการปลูกท้อพื้นเมือง และทรงทราบว่าที่สถานีทดลองไม้ผลเมืองหนาวของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ทดลองวิธีติดตา ต่อกิ่งกับท้อฝรั่ง จึงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 1,500 บาท เพื่อซื้อที่ดินและไร่จากชาวเขาในบริเวณดอยอ่างขางส่วนหนึ่ง จากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์ เมื่อ พ.ศ. 2512 โดยทรงแต่งตั้งให้ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งประธานมูลนิธิโครงการหลวง ใช้เป็นสถานีวิจัยและทดลองปลูกพืชเมืองหนาวชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ผล ผัก ไม้ดอกเมืองหนาว เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรชาวเขาในการนำพืชเหล่านี้มาเพาะปลูกเป็นอาชีพ ซึ่งต่อมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานนามว่า “สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง”
...
ปัจจุบัน สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามอันดับต้นๆ ของเมืองไทย เป็นแหล่งจำหน่ายพืชผักผลไม้เมืองหนาวคุณภาพดีให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน ที่สร้างรายได้ และชุมชนที่แข็งแรงให้กับชาวไทยภูเขาอีกด้วย
สำหรับใครที่อยากเดินทางไปสัมผัสโครงการส่วนพระองค์ที่สวยงาม และมีประโยชน์แบบนี้ ก็ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ถึงตำบลเมืองงาย เลี้ยวเข้าสู่ทางหลวง 1178 ผ่านบ้านอรุโณทัย ไปยังดอยอ่างขางได้เลย ทั้งนี้ สามารถเข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. หรือเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.angkhangstation.com
ข้อมูลบางส่วนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ที่มา - แบกกล้องเที่ยว
www.baagklong.com
www.facebook.com/baagklong