วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จำคุก 2 ปี ชดใช้ 2 ล้าน! นศ.สาวเมาขับ ชนนักปั่นตาย 3 ศพดอยสะเก็ด

จำคุก 2 ปี ชดใช้ 2 ล้าน! นศ.สาวเมาขับ ชนนักปั่นตาย 3 ศพดอยสะเก็ด

  • Share:

ศาลจังหวัดเชียงใหม่ พิพากษาคดีเมาขับ นศ.สาวเที่ยวกลับเช้าพุ่งชนขบวนนักปั่นจักรยาน มีผู้เสียชีวิต 3 ศพที่ อ.ดอยสะเก็ด เมื่อเดือนพ.ค.58 ให้จำคุก 4 ปี สารภาพลดเหลือ 2 ปี ไม่รอลงอาญา ชดใช้เงินกว่า 2 ล้าน โจทก์เตรียมยื่นอุทธรณ์..   

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 31 พ.ค.59 ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ผู้พิพากษาได้ออกบัลลังก์พิจารณาคดี ดำที่ 2952/2558 พนักงานอัยการและทายาทเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางสาวภัทร์ชุดา จายเรือน นักศึกษาสาว สถาบันมีชื่อในตัวเมืองเชียงใหม่ หลังจากที่ ได้เมาสุราแล้วขับรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน ขย 9417 เชียงใหม่กลับจากไปเที่ยวผับกับเพื่อน ชนขบวนจักรยาน 2 ล้อ ชมรมจักรยานเสือสันทราย ขณะขับขี่เกาะกลุ่มออกกำลังกายกันมาตามถนนสายเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด จนเป็นเหตุให้ มีคนเสียชีวิตคาที่ 3 ราย ประกอบด้วย นายพงษ์เทพ คำแก้ว อายุ 41 ปี นายสมาน กันธา อายุ 63 ปี นายชัยรัตน์ ย่องลั่น อายุ 65 ปี เมื่อเช้าวันที่ 3 พ.ค.58 ที่ผ่านมา โดยมีทายาทผู้เสียชีวิต ชมรมเมาไม่ขับ และชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพ กว่า 30 คนเดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษา รวมทั้งนางสาวภัทร์ชุดา จำเลย พร้อมกับญาติและทนายความ ได้เดินทางมาตามที่ศาลนัดในครั้งนี้

ศาลได้ใช้เวลาในการอ่านคำพิพากษากว่า 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นนายพิริยะ สีหะกุรัง ทนายความฝ่ายโจทก์ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษา หลังจากที่อัยการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นโจทก์ร่วมกับทายาทผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 ราย ยื่น ฟ้องนางสาวภัทร์ชุดา จำเลย ในฐานความผิดกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และบาดเจ็บสาหัส และได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจตามประมาลกฎหมายอาญา มาตรา 291 มาตตรา 300 และมาตรา 390 และความผิด พระราชบัญญัติการจราจรทางบก 2522 มาตรา 403 อนุ 2 มาตรา 157 มาตรา 1607

ศาลพิเคราะห์จากพยานหลักฐาน พบว่าจำเลยได้ขับรถขณะที่มึนเมาสุรา คือมีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายวันเกิดเหตุ 67 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ถือว่าเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ที่กฎหมายกำหนด และแม้ว่าจำเลยจะเป็นนักศึกษา แต่จำเลยยังขับรถยนต์โดยประมาท ไม่อยู่ในช่องทางที่กฎหมายกำหนดไว้

ในชั้นสืบพยานจำเลย แม้ว่าบวชชีและขอขมาต่อญาติผู้เสียชีวิตและวางเงินบางส่วนให้กับทายาทผู้เสียชีวิต รวมถึงบริษัทประกันภัยรถยนต์ของจำเลย จะได้ชดใช้ค่าเสียหายให้กับ ผู้ได้รับบาดเจ็บและทายาทผู้เสียชีวิตไปบางส่วนแล้วก็ตาม

ศาลเห็นว่าเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างของสังคม ศาลจึงไม่รอการลงโทษพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิดข้างต้น เป็นเวลา 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือ 2 ปี และให้ยึดใบขับขี่จำเลย

ส่วนการฟ้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหายของโจทก์ บางรายศาลพิพากษาไม่เหมือนกัน เช่นคำร้องของโจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 ศาลยกคำร้อง แต่ของโจทก์ร่วมที่ 3 ศาลสั่งให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน 1,720,000 บาท (หนึ่งล้านเจ็ดแสนบาทหมื่นบาท) และโจทก์ร่วมที่ 4-5 ศาลพิพากษาให้โจทย์ชดใช้ทางแพ่งเป็นเงิน 435,000 บาท (สี่แสนสามหมื่นห้าพันบาท) 

ด้าน น.ส.ก้องกานต์ ย่องลั่น และ น.ส.นินทท์ ย่องลั่น ลูกสาวของนายชัยรัตน์ ย่องลั่น อายุ 65 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิต กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า วันนี้น้อมรับคำตัดสินของศาล แต่เห็นว่าจำเลยได้รับโทษน้อยไป และอยากจะฝากไปถึงผู้ที่ดื่มสุราแล้วขับรถควรที่จะมีจิตสำนึกต่อส่วนรวมบ้าง

"คุณดื่มก็ดื่มได้ไม่มีใครห้าม ไม่ผิด แต่ขอให้คำนึงถึงคนบริสุทธิ์ ที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกับคุณบ้าง เหมือนเช่นอย่างพ่อหนู ที่ไปปั่นรถจักรยานออกกำลังหาย กลับถูกคนเมาสุราขับรถพุ่งชนจนเสียชีวิต และสูญเสียเสาหลักของครอบครัวไป" น.ส.ก้องกานต์ กล่าว

ขณะที่นายกวิน ชุติมา กรรมการชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คดีนี้ ทางชมรมฯ ร่วมกับ มูลนิธิเมาไม่ขับ และ สสส. ได้เข้ามาช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ คำพิพากษาที่ออกมา ทางเราเห็นว่าน่าจะมีโทษที่รุนแรงกว่านี้ เพื่อป้องปรามคนที่เมาสุราแล้วขับรถจะได้หลาบจำ ซึ่งทางชมรมฯและทายาทผู้เสียชีวิต จะมอบหมายให้ทนายความ ยื่นอุทธรณ์ต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้