5 นศ.มรภ.พิบูลย์ฯ ร้องภาค6 ถูก 2ชายอ้างเป็นตร. ขับรถไล่ยิงซ้อมสาหัส (ชมคลิป) - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

5 นศ.มรภ.พิบูลย์ฯ ร้องภาค6 ถูก 2ชายอ้างเป็นตร. ขับรถไล่ยิงซ้อมสาหัส (ชมคลิป)

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 มี.ค. 2559 01:10
16,892 ครั้ง


5 นศ. พร้อมเพื่อน 50 คน ร้องภาค 6 ถูก 2 ชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นตร.ชุดสืบสวน สภ.พิษณุโลก ขับรถใช้ปืนไล่ยิงให้จนมุมจอดใช้ปืนขู่ทำร้ายร่างกายอาการสาหัส พยานเห็นเหตุการณ์บันทึกภาพทั้งหมดจากกล้องหน้ารถ พร้อมให้ปากคำเอาผิดคู่กรณี...

เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2559 กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามพิษณุโลก ทั้งชายและหญิงจำนวนกว่า 50 คน ได้เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมให้กับนักศึกษาที่ถูกบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนทำร้ายร่างกาย ต่อ พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภ.6 ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 6 ต.มะตูม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก โดย พ.ต.อ.นฤชา สุวรรณลาภา รอง ผบก.อก.ภาค 6 ได้เชิญนักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บเข้าไปสอบถามข้อมูลในห้องประชุม และรับหนังสือร้องเรียนไว้แทน เนื่องจาก ผบช.ภ.6 ติดราชการ

พร้อมกันนี้ยังได้รับปากกับกลุ่มนักศึกษาว่าจะนำเรื่องเรียนให้ ผบช.ภ.6 ทราบโดยเร็ว คาดว่าตามกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงน่าจะทราบผลภายใน 30 วัน โดยจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามพิษณุโลก เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรม ต่อ พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภ.6


ชมคลิป ตำรวจนอกเครื่องแบบ ทำร้ายนักศึกษาพิษณุโลก 



นายธนพล คงอิว อายุ 23 ปี นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 มี.ค.2559 เวลาประมาณ 24.00 น. นายชัยธวัช ธำรงศักดิ์คุณ เป็นผู้ขับรถยนต์ออกมาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มีนายศิริวัฒน์ คุ้มทัศ นั่งข้างคนขับ ส่วนตนเองและ น.ส.กมลชนก กล่ำเทพงหน้า ไปซื้อดอกไม้สำหรับนำมาจัดงานสัมมนาวิชาการ

"ระหว่างทางมาถึงบริเวณสามแยกข้างสะพานสูงฝั่งท็อปแลนด์พลาซ่า ได้มีรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีขาว ขับเข้ามาปาดหน้าจากทางด้านซ้ายโดยไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว และนายชัยธวัชได้บีบแตรรถใส่รถคันดังกล่าวที่มีลักษณะการขับขี่ที่มึนเมา ก่อนจะขับรถยนต์ลอดใต้สะพานสูงข้ามทางรถไฟ แล้วเปิดไฟเลี้ยวซ้ายเพื่อมุ่งหน้าเข้าตลาด" นายธนพล กล่าว 

นายธนพล กล่าวต่อว่า ต่อมาระหว่างการเลี้ยวซ้าย ปรากฏว่ารถคันดังกล่าวได้พุ่งชนท้ายรถ นายชัยธวัช จึงหยุดรถเพื่อลงไปดูรถ ขณะนั้นได้ยินเสียงคล้ายปืนดังขึ้น 4 ครั้ง พวกเราทุกคนที่นั่งมาด้วยกันในรถ เห็นว่ารถคู่กรณีใช้อาวุธปืนยิง ด้วยความตกใจจึงบอกให้นายชัยธวัชขับรถหนี แต่ระหว่างหนี ได้ถูกคู่กรณีตามขับรถไล่ยิงตลอดทาง จนมาถึงที่เกิดเหตุรถของพวกตนไม่สามารถที่จะขับไปต่อได้  เพราะถูกยิงเข้าที่ยางด้านหลังขวาแบน

"ต่อมาชายไม่ทราบชื่อ 1 ใน 2 ของคู่กรณีได้เข้ามาพยายามที่จะเปิดประตูรถของพวกผม แต่ไม่สามารถเปิดได้ กระทั่งชายดังกล่าวใช้อาวุธปืนจ่อขู่ให้เปิดประตูแล้วใช้คำพูดขู่อีกว่า "ถ้าไม่เปิดประตูจะยิง" พวกผมจึงยอมเปิดประตูรถ จากนั้นชายทั้ง 2 คน ได้ไล่พวกผมลงจากรถ และใช้อาวุธปืนขู่ให้หมอบลงกับพื้น แล้วลงมือทำร้ายร่างกาย โดยกระทืบที่ศีรษะ ต้นคอ ลำตัวของเพื่อนผมหลายครั้ง ก่อนใช้อาวุธปืนฟาดเข้าที่ศีรษะจนศีรษะแตก พร้อมใช้เชือกมัดมือและใส่กุญแจมือในเวลาต่อมา" นายธนพล กล่าว 

นายธนพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ชายทั้ง 2 ได้ด่าทอด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพหยาบคาย ก่อนจะลงมือทำร้ายร่างกาย นายศิริวัฒน์ โดยการเตะเข้าที่ใบหน้า 2 ครั้ง อย่างรุนแรงจนบาดเจ็บสาหัส และกระทืบที่บริเวณท้ายทอยของตนเองอย่างรุนแรงหลายครั้ง กระทั่งคู่กรณีอีกคนได้ใช้กำปั้นมือทุบบริเวณกกหูอย่างรุนแรง 1 ครั้ง และด่าทอด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพหยาบคาย ใช้อาวุธปืนข่มขู่ทุกระยะ

โดย กลุ่ม นศ.มาขอความเป็นธรรมให้กับนักศึกษาที่ถูกบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนทำร้ายร่างกาย

"ชายที่ทำร้ายร่างกายนายชัยธวัช จะเข้ามาทำร้ายร่างกาย น.ส.กมลชนก อีก แต่นายธราเทพ เพื่อนอีกคน ได้เข้ามาบังไว้ จึงถูกชายคนดังกล่าวใช้มือหยิบรองเท้าขึ้นมาฟาดที่บริเวณลำคอและเตะที่บริเวณข้างลำตัว ระหว่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีรถยนต์ของผู้เสียหายอีกคน ที่ถูกชายคนที่ทำร้ายพวกตนขับรถชนได้รับความเสียหาย ได้ขับตามมาจนถึงจุดเกิดเหตุ เห็นว่ากลุ่มของพวกตนถูกทำร้ายร่างกาย จึงเปิดประตูรถลงมาเพื่อจะช่วย แต่กลับถูกชายที่อ้างว่าเป็นตำรวจใช้อาวุธปืนจ่อข่มขู่ ซึ่งมีภาพปรากฏอยู่ในกล้องวิดีโอติดหน้ารถยนต์ของชายที่ขับรถติดตามมา รวมทั้งภาพขณะที่พวกตนกำลังถูกทำร้ายด้วยเช่นกัน"นายธนพล กล่าว 

นายธนพล กล่าวต่อว่า หลังเหตุการณ์ยุติได้มีตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์ 3 คัน รวม 6 คน พร้อมกับนายตำรวจ 1 คนมาตรวจค้นรถของพวกตน แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด ๆ พวกตนจึงขอให้มีการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ กับกลุ่มชายที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เพราะมีลักษณะเหมือนมึนเมาสุรา แต่ทางตำรวจก็ไม่มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์แต่อย่างใด


"จากนั้นพวกผมจึงไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลอินเตอร์เวชการ ผลตรวจของแพทย์พบว่านายชัยธวัช คนขับ ด้านหลังศีรษะแตกต้องเย็บ 5 เข็ม นายธราเทพมีรอยฟกช้ำตามร่างกายโดยเฉพาะที่ซี่โครง นายศิริวัฒน์มีบาดแผลจมูกหักเบี้ยวผิดรูป ส่วนผมเองกระดูกคอร้าวต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล 1 คืน ส่วน น.ส.กมลชนก ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด" นายธนพล กล่าว 

นายธนพล กล่าวต่อว่า หลังจากพักฟื้นจนอาการทุเลาลง พวกตนจึงพากันไปแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.อิสระ คุ้มวันดี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก ไว้เรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากผู้ที่กระทำความรุนแรงกับพวกตนอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนกับเพื่อน ๆ จึงพากันเดินทางมายื่นหนังสือร้องทุกข์กับทาง ผบช.ภ.6 เพื่อให้ช่วยกำชับพนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายโดยเร็วต่อไป

ด้าน นายเจริญเกียรติ แซ่เดียว อายุ 30 ปี หนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกรถยนต์อ้างเป็นตำรวจเฉี่ยวชน ขับรถยนต์ยี่ห้อเลกซัส เอ็นเค 300 ทะเบียนป้ายแดง ก 5211 ปทุมธานี  เปิดเผยว่า ตนเองได้ขับรถยนต์ออกมาบริเวณถนนเอกาทศรถ เพื่อจะไปรับภรรยากลับบ้าน แต่กลับถูกรถยนต์ฮอนด้าของตำรวจนอกเครื่องแบบเฉี่ยวชน จึงขับรถติดตามมากระทั่งพบรถยนต์ทั้งสองคันจอดอยู่บริเวณถนนเลียบทางรถไฟ  จากนั้นได้จอดรถต่อท้ายเพื่อจะเจรจาให้รถฮอนด้าที่ชนมาเจรจาและเตรียมตัวเรียกประกันมา แต่เมื่อจอดรถกลับมีผู้ชายอีกคนที่ขี่รถจักรยานยนต์ตามมา และอ้างว่าเป็นตำรวจเดินมาหาพร้อมกับถืออาวุธปืนเข้ามาด้วย ว่าอย่ามายุ่งให้รอก่อนและพูดจาไม่ดี ลักษณะเหมือนคนเมา พร้อมกับพูดว่า "มึงหมอบไป มึงอยู่เฉย ๆ"

"ผมจึงกลับมานั่งรออยู่ในรถเพื่อรอดูเหตุการณ์ และพบเห็นตำรวจนอกเครื่องแบบทำร้ายกลุ่มนักศึกษา ก่อนที่จะมีการเรียกตำรวจสายตรวจมาที่เกิดเหตุ ซึ่งกล้องติดหน้ารถยนต์ของผม สามารถบันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ได้ ภาพในกล้องมีภาพกลุ่มนักศึกษาหมอบอยู่กับพื้นฟุตปาท ถูกตำรวจนอกเครื่องแบบทำร้าย อีกทั้งยังบันทึกภาพขณะเปิดกระโปรงรถของตำรวจที่นำเชือกไปยังด้านหน้ารถและมัดมือนักศึกษาคนหนึ่งไว้ และตอนท้ายของคลิปเห็นมีการนำป้ายทะเบียนรถมาเก็บไว้ที่ท้ายรถยนต์ของตำรวจ" นายเจริญเกียรติ กล่าว 

นายเจริญเกียรติ กล่าวต่อว่า ตนเองพร้อมที่จะเป็นพยานให้นักศึกษาที่ถูกทำร้ายร่างกาย และในวันนี้ก็เดินทางมาพร้อมกับนักศึกษาในการร้องขอความเป็นธรรมกับ ผบช.ภ.6 ด้วย ส่วนตัวคิดว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ ได้ยินเสียงนักศึกษาว่ายอมแล้วก็ไม่หยุด เห็นมีการเปลี่ยนทะเบียนรถตัวเอง เห็นนายตำรวจและตำรวจสายตรวจมาที่เกิดเหตุ ก็ยังมีการขู่ทำร้ายนักศึกษา

"อีกทั้งตำรวจนอกเครื่องแบบ ก็ให้ตำรวจสายตรวจค้นรถนักศึกษาเพื่อตรวจดูสิ่งผิดกฎหมาย แต่ก็ไม่พบ พยายามจะบอกว่านักศึกษามึนเมา แต่ผมมองแล้วว่านักศึกษาไม่มึนเมา ผมจึงพร้อมมาเป็นพยานให้นักศึกษา สำหรับตัวผมนั้น ได้แจ้งความไว้แล้วว่า รถของตำรวจคันดังกล่าวเฉี่ยวชนรถผมได้รับความเสียหาย แต่ในส่วนที่ขู่ทำร้าย และเอาปืนจ่อตน ผมยังไม่ได้แจ้งความ" นายเจริญเกียรติ กล่าว 

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    19.5%
  • ไม่ชอบ
    8.6%
  • สนุก
    0.0%
  • ประหลาดใจ
    0.5%
  • เสียใจ
    2.2%
  • ให้กำลังใจ
    69.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement