วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ห่วงภัยแล้ง 'อีสท์ วอเตอร์' ชูวอเตอร์คอมเพล็กซ์ ช่วยจัดการน้ำ วอนประหยัด

อีสท์ วอเตอร์ รณรงค์คนไทยประหยัดน้ำสู้ภัยแล้ง ชวนประชาชนใช้น้ำน้อยลง พร้อมชู Water Complex ช่วยบริหารจัดการน้ำอย่างรู้คุณค่าและครบวงจร...

นายวิทยา ฉายสุวรรณ ประธานคณะกรรมการ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ ในฐานะผู้บริหารจัดการน้ำด้วยระบบโครงข่ายท่อส่งน้ำดิบ (Water Grid) ในภาคตะวันออก เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในประเทศไทยน่าเป็นห่วง ทุกคน ทุกหน่วยงาน ควรเริ่มมาตรการประหยัดน้ำตั้งแต่บัดนี้ เพื่อให้มีน้ำใช้ตลอดช่วงฤดูแล้งที่กำลังมาถึง โดย อีสท์ วอเตอร์ ได้เริ่มรณรงค์ให้พนักงานและผู้เช่าใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า พร้อมตั้งเป้าลดการใช้น้ำ 20% ทั้งยังได้นำระบบน้ำรีไซเคิลมาใช้ในอาคารเพื่อนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ใหม่ตามนโยบายของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม อีสท์ วอเตอร์ ได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง โดยได้นำเสนอแนวคิดการบริหารจัดการน้ำที่เน้นการใช้น้ำทุกหยดอย่างคุ้มค่า และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในโครงการวอเตอร์ คอมเพล็กซ์ (Water Complex) ซึ่งเป็นการวางระบบน้ำแบบครบวงจรให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละอุตสาหกรรม และสามารถนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ใหม่ โครงการนี้จะสามารถตอบโจทย์รัฐบาลในการแก้ปัญหาภัยแล้งได้อย่างยั่งยืน ทั้งยังสามารถนำมาใช้กับภาคครัวเรือนได้ด้วย

โดยการวางระบบน้ำรีเคลมด์ (Reclaimed) หรือระบบน้ำแบบ 2 เส้นท่อ แยกท่อน้ำดีกับท่อน้ำเสียออกจากกัน เพื่อนำน้ำที่ใช้แล้วมาผ่านระบบบำบัดขนาดเล็ก และกระบวนการรีไซเคิลเพื่อนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ใหม่ในระบบฟลัดชิ่งและรดน้ำต้นไม้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถมีน้ำเพิ่มในระบบได้กว่า 800 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี เรียกว่าปริมาณน้ำที่นำกลับมาใช้ใหม่เมื่อรวมกัน อาจเทียบได้กับความจุของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เชื่อว่าโครงการวอเตอร์ คอมเพล็กซ์ จะเป็นการจัดการน้ำที่สามารถแก้ปัญหาการแย่งน้ำระหว่างภาคเกษตรกรรม และอุปโภคบริโภคในระยะยาวได้เป็นอย่างดี

นายวิทยา กล่าวอีกว่า สถานการณ์น้ำโดยรวมในภาคตะวันออกยังไม่น่าเป็นห่วง ยกเว้นในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและฉะเชิงเทราที่ยังคงต้องเฝ้าระวัง อย่างไรก็ตาม อีสท์ วอเตอร์ ได้มีแผนสำรองเพื่อป้องกันภัยแล้ง โดยมีการจัดหาแหล่งน้ำสำรองจากบ่อดินเอกชน เพิ่มอีก 4.6 ล้าน ลบ.ม. และเร่งรัดโครงการวางท่อส่งน้ำดิบหนองปลาไหล-หนองค้อ 2 ทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเพื่อส่งจ่ายไปยังผู้ใช้น้ำภาคอุตสาหกรรม และอุปโภคบริโภคในพื้นที่ชลบุรีและฉะเชิงเทรา

นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาสระเก็บน้ำดิบทับมา เพื่อเพิ่มน้ำต้นทุนให้แก่พื้นที่ระยอง ซึ่งตามแผนจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2559 รวมถึงบริการวิ่งรถบริการจ่ายน้ำประปา และนำรถน้ำดื่มเคลื่อนที่ออกบริการประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีน้ำกินน้ำใช้ในช่วงฤดูแล้ง นอกจากนี้ ยังมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกเดือน ได้แก่ กรมชลประทาน การประปาส่วนภูมิภาค และกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทำให้มั่นใจว่าภาคตะวันออกจะสามารถผ่านพ้นวิกฤติภัยแล้งไปได้เช่นเดียวกับปีก่อนอย่างแน่นอน

สำหรับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักพื้นที่ระยอง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ดอกกราย คลองใหญ่ และประแสร์ มีปริมาณน้ำรวม 211.59 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 73.3% มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 12.4% ซึ่งหากฝนไม่ตก ปริมาณน้ำนี้จะสามารถใช้ได้ไปอีก 7 เดือน สำหรับอ่างเก็บน้ำบางพระ และอ่างเก็บน้ำหนองค้อ ในพื้นที่ชลบุรี มีปริมาณน้ำอยู่เพียง 41.97 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 30.3% ของความจุอ่างทั้งหมด ต่ำกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อน 13.6% ขณะที่ด้านเศรษฐกิจการลงทุนในภาคตะวันออกของปีนี้ การลงทุนยังคงมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ปลวกแดง-บ่อวิน เนื่องจากปัจจัยส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ และการเริ่มเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งสอดรับกับปริมาณความต้องการใช้น้ำในปีนี้ที่เพิ่มขึ้น 2-3% จากปีที่ผ่านมา.