บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภ.5 รวบแก๊งยานรก 'เจ๋ง พัทลุง' พร้อมเฮโรอีน 21 กก. กว่า 100 ล.

โชว์ผลงาน!! ผบช.ภ.5 แถลงจับกุมแก๊งลักลอบขนยา ในบ้านพักกลางเมืองเชียงใหม่ ได้ของกลาง เฮโรอีน 60 ถุง น้ำหนักประมาณ 21 กก. มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ผู้ต้องหาซัดทอด 'เจ๋ง พัทลุง' เป็นผู้บงการ

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. 59 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รองผบช.ภ.5 พล.ต.ต.พงษ์สักก์ เชื้อสมบูรณ์ รองผบช.ภ.5 พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ นางปรียภรณ์ สีหะกุลัง รก.ผอ.ปปส.ภาค 5 และนายประจวบ กันธิยะ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้งฝ่ายทหาร ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ เมื่อวันที่ 6-7 มี.ค. 59 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ ตรวจยึดของกลาง และจับกุมผู้ต้องหา 1 คน ชื่อ นายพัฒนพงศ์ จันทร์ผุด อายุ 30 ปี ชาวบ้านหมู่ 8 ต.บ้านทำเนียบ อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี ของกลาง เฮโรอีน 60 ถุง น้ำหนักประมาณ 21 กิโลกรัม รถยนต์นิสสัน รุ่นเทียน่า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 4 กก 8314 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์มือถือไอโฟน 5S สีขาว 1 เครื่อง โดยจับกุมได้หน้าบ้านเลขที่ 104/6 หมู่ 2 ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และ บ้านเลขที่ 1/3 หมู่ที่ 1 ต.ริมเหนือ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่


พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 ได้เผยถึงการจับกุมและขยายผลการจับกุมว่า วันที่ 6 มี.ค. 59 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้สืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับผู้มีพฤติการณ์ในการขนยาเสพติดจากภาคเหนือไปส่งยังภาคใต้ และได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีชายคนหนึ่งน่าจะมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ได้ว่าจ้างรถยกให้ไปยกรถยนต์ของกลางที่จอดเสียอยู่บริเวณทางเข้าโรงแรม ฮอลิเดย์รีสอร์ท ตำบลหนองจ๊อม อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปตรวจสอบ และทำการสืบสวนจนทราบว่า นายพัฒนพงศ์ จันทร์ผุด เป็นผู้ว่าจ้าง และได้เคยว่าจ้างในลักษณะนี้ไปส่งที่ จ.สมุทรสงคราม มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อประมาณกลางเดือน ธ.ค. 58 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวโดยละเอียดพบ เฮโรอีน จำนวน 41 ถุง รวมน้ำหนักประมาณ 14.350 กิโลกรัม ซุกซ่อนบริเวณกันชนด้านหลังรถยนต์ และจากการสืบสวนทราบว่า นายพัฒนพงศ์ กำลังจะขึ้นเครื่องบินกลับจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงนำกำลังไปที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และพบตัวนายพัฒนพงศ์ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปที่ กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมกับได้พยานหลักฐาน คือภาพจากกล้องวงปิดของท่าอากาศยานเชียงใหม่ และโรงแรมฮอลิเดย์รีสอร์ท ตามโครงการ POLICE EYE ของตำรวจภูธรภาค 5 ที่แสดงว่า นายพัฒนพงศ์ เป็นผู้ครอบครองรถของกลางและยาเสพติด มาแสดงให้นายพัฒนพงศ์ดู จึงรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้ร่วมกับชายชาวเขาไม่ทราบชื่อ บรรจุเฮโรอีนของกลางซุกซ่อนไว้ในรถยนต์ของกลางดังกล่าว จึงได้สั่งให้มีการขยายผล

ต่อมา วันที่ 7 มี.ค. นี้ พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในคดีนี้ ดำเนินการขอหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 1/3 หมู่ที่ 1 ต.ริมเหนือ อ.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ (ซึ่งเป็นสถานที่ที่นายพัฒนพงศ์ บรรจุของกลางเฮโรอีนซุกซ่อนไว้ในรถ) ต่อมา เมื่อศาลได้อนุมัติหมายค้นแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว โดยได้นำตัวนายพัฒนพงศ์ร่วมตรวจค้นด้วย ผลการตรวจค้นพบ เฮโรอีน จำนวน 19 ถุง รวมน้ำหนักประมาณ 6.650 กิโลกรัม แยกบรรจุอยู่ในกล่องกระดาษ จำนวน 3 กล่อง ซุกซ่อนอยู่บนฝ้าเพดานชั้นที่ 3 ของบ้านดังกล่าว จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ รวมกับที่ยึดได้ก่อนหน้านี้ 21 กิโลกรัม ซึ่งทางตำรวจยังจะขยายผลการจับกุมและยึดทรัพย์ผู้อยู้เบื้องหลังซึ่งเป็นเครือข่ายใหญ่ เชื่อมโยงจากภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ โดยมี นายเจ๋ง พัทลุง ที่ผู้ต้องหาซัดทอดไปถึงเป็นคนบงการขน และน่าจะมีตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังอีก สำหรับเฮโรอีนที่ถูกจับกุมหากรอดไปถึงภาคใต้จะมีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท และกลุ่มที่ผลิตเป็นกลุ่มมูเซอ ใกล้ชายแดนไทย


ด้าน นายพัฒนพงศ์ จันทร์ผุด ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ทำการขนยาเสพติดเป็นครั้งที่ 2 แล้ว โดยไม่ทราบว่าภายในถุงสีขาวคืออะไร มีหน้าที่บรรจุซุกซ่อนลงในรถยนต์ ลำเลียงส่งขึ้นรถยนต์โดยทำทีว่ารถเสียต้องบรรทุกรถสไลด์ไปยัง จ.สมุทรสาคร ก่อนที่จะมีคนมารับและส่งไปภาคใต้อย่างเดียว โดยตนได้ค่าจ้างจาก นายเจ๋ง ไม่ทราบนามสกุล อยู่ที่ จ.พัทลุง เป็นคนว่าจ้างในราคา 2.5 แสนบาท ส่วนเรื่องอื่นๆ ตนไม่ทราบเลย

นางปรียภรณ์ สีหะกุลัง รก.ผอ.ปปส.ภาค 5 ได้จับกุมเฮโรอีนจำนวนมากในครั้งนี้ ส่อแสดงถึงว่ายังมีลักลอบการปลูกฝิ่นจำนวนมากอยู่ในหลายพื้นที่ทั้งฝั่งไทยและเพื่อนบ้าน แม้จะมีการกวาดล้างตัดทำลายเป็นจำนวนมากในห้วงปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มผู้ผลิตยังเป็นกลุ่มเดียวกับในเขตตรงข้ามไทย ซึ่งมีพื้นที่ปลูกฝิ่นจำนวนมาก