“น้ำตกไนแองการา” ของจริงหรือมนุษย์สร้าง? - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

“น้ำตกไนแองการา” ของจริงหรือมนุษย์สร้าง?

โดย แบกกล้องเที่ยว 13 ก.พ. 2559 16:01
10,254 ครั้ง


สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ ทริปนี้ “แบกกล้องเที่ยว” จะพาทุกท่านไปชมความงามและความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก นั่นคือ “น้ำตกไนแองการา” (Niagara Falls) 

ทริปนี้ผมเดินทางมาจากเมือง Montreal ประเทศแคนาดา เพื่อเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา บริเวณเมือง Buffalo ใกล้ๆ น้ำตกไนแองการาพอดี สำหรับที่นี่สามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ยกเว้นช่วงหน้าหนาว เพราะจะกลายเป็นน้ำแข็ง แต่จะว่าไปมันก็สวยงามไปอีกแบบ

จุดเด่นของน้ำตกไนแองการาก็คือ พรมแดนธรรมชาติระหว่างแคนาดาและสหรัฐอเมริกา บริเวณน้ำตกมีทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอยู่รวมกัน 5 แห่งที่มีชื่อว่า Great Lakes ปกติแล้วน้ำที่ตกลงมาเป็นน้ำตกไนแองการา จะตกจากฝั่งอเมริกาไปยังฝั่งแคนาดา ฉะนั้นถ้าอยู่ฝั่งอเมริกาจะเห็นแต่ด้านหลังและด้านข้างของน้ำตก ไม่ค่อยสวยเท่าไร ถ้าอยากเห็นวิวเต็มๆ ต้องไปดูจากฝั่งแคนาดาย้อนกลับมาครับ

สำหรับฝั่งแคนาดา จะมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่อยู่บริเวณน้ำตกเลย จะมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกมากมาย  มีทางเดินให้ชมความยิ่งใหญ่ของน้ำตกเป็นแนวยาวหลายกิโลเมตร พร้อมทั้งสวนสาธารณะ มีปลูกต้นไม้ ร่มรื่น สวยงามมาก ชนิดที่เดินได้ทั้งวันก็ยังไม่หมด แต่ใครอยากลองเสี่ยงโชค เขามีกาสิโนให้เล่นเพลินๆ ด้วย ส่วนใครที่ต้องการพักค้างคืนแล้วจองโรงแรมฝั่งแคนาดาไว้ก็โชคดีมาก เพราะจะเห็นพระอาทิตย์ตกดินมีน้ำตกเป็นฉากข้างหน้าพอดีเลย แถมช่วงค่ำก็จะมีการแสดงแสงสีกับตัวน้ำตกด้วยครับ

แต่ถ้าใครที่มาครั้งแรกแนะนำว่าให้ซื้อทัวร์ดีกว่า ราคาตกอยู่ที่คนละประมาณ $19 เหรียญ หรือเงินไทยก็ประมาณ 650 บาท เขาจะแจกเสื้อกันฝนไว้กันน้ำให้ เนื่องจากปริมาณละอองน้ำมหาศาลรับรองว่าเปียกแน่นอน ทัวร์นี้ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง พาล่องเรือชมน้ำตกแบบใกล้ๆ ขอบอกเลยว่าอลังการและสวยงามกว่าที่เห็นในรูปมากๆ ครับถึงแม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวลือออกมาว่าไนแองการานั้นเป็นฝีมือมนุษย์สร้างขึ้นมา เพราะถ้ามาเห็นด้วยตาตัวเอง คุณจะสัมผัสได้เลยว่า แท้จริงแล้วธรรมชาติสร้างสรรค์ได้อย่างไม่มีที่ติ

นอกจากความสวยงามแล้วยังมีเรื่องราวที่เป็นตำนานลี้ลับของที่นี่ชื่อว่า Maid of the Mist (หญิงสาวแห่งสายหมอก) เนื่องจากสมัยก่อนชาวอินเดียนแดงที่อาศัยแถบนี้ล้มตายลงเป็นอันมากด้วยโรคระบาด พวกเขาเชื่อว่าเป็นเพราะเทพเจ้าแห่งสายน้ำไม่โปรด จึงลงโทษด้วยการคร่าชีวิตผู้คน จึงส่งลูกสาวของหัวหน้าเผ่าลงเรือให้ไหลลงไปตามน้ำตกเพื่อสังเวย และเทพเจ้าโปรดปรานเธอมาก เธอตกลงยอมเป็นภรรยาโดยมีเงื่อนไขว่าเทพเจ้าต้องช่วยชีวิตผู้คนในเผ่าเธอ เทพเจ้าจึงเปิดเผยว่าที่ผู้คนล้มตายเป็นเพราะงูยักษ์ที่อาศัยอยู่ในลำน้ำคายพิษลงในน้ำดื่ม เธอจึงปรากฏกายขึ้นในม่านน้ำ (mist) เพื่อแจ้งข่าวแก่ชาวบ้าน ตกกลางคืนชาวบ้านจึงรุมจับงูและฆ่าทิ้ง ซากงูลอยไปติดแก่งเหนือน้ำตก จึงขวางทางน้ำเป็นรูปโค้งเหมือนเกือกม้าอย่างที่เห็น

ส่วนใครที่แบกกล้องมาเที่ยวแบบผม แนะนำจุดถ่ายรูปสวยๆ ที่ฝั่งแคนาดา ตลอดแนวทางเดิน ช่วงเช้าถึงเที่ยง จะถ่ายสวยเนื่องจากไม่ย้อนแสง เห็นน้ำตกได้ชัดเจน กับอีกช่วงตอนก่อนพระอาทิตย์ตกดิน แสงจะสวยไม่แรงมาก ถ้าติดขาตั้งกล้องมาด้วย รับรองคุณจะได้ภาพประทับใจแน่นอน

หลังจากเก็บเกี่ยวความสวยงามผ่านเลนส์แล้ว เราก็ขับรถข้ามสะพานผ่านตัวน้ำตกเลยครับ ผ่านด่านเข้าสหรัฐฯ ได้เลย หวังว่ารูปสวยๆ เหล่านี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนออกไปเที่ยวตามความฝันกันนะครับ สัปดาห์หน้าแบกกล้องเที่ยวจะพาไปไหน อย่าลืมติดตามนะครับ.

แบกกล้องเที่ยว
www.itravelhip.com
www.facebook.com/baagklong

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    89.3%
  • ไม่ชอบ
    2.7%
  • สนุก
    2.7%
  • ประหลาดใจ
    1.8%
  • เสียใจ
    1.8%
  • ให้กำลังใจ
    1.8%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement