วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ความรักในหิมาลัย’...ของกษัตริย์จิกมีแห่งภูฏาน!! ทวยเทพประทานพร ได้พระโอรสองค์แรก

ด้วยพระราชจริยวัตรอันงดงาม และพระราชอัธยาศัยที่ดูอบอุ่น อ่อนน้อม เรียบง่าย คงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอันใด ที่จะยิ่งทำให้ กษัตริย์หนุ่มรูปงาม พระนาม ‘จิกมี เกเซอร์ นัมเกล วังชุก’ แห่งภูฏาน จะทรงเป็นที่รักยิ่ง และทรงได้รับความชื่นชมจากพสกนิกรชาวภูฏาน และชาวโลก รวมทั้งชาวไทยอย่างมาก

แม้ภูฏานจะเป็นเพียงประเทศเล็กๆ มีประชากรแค่ราว 6.5-700,000 คน ตั้งอยู่บนแผ่นดินสูงที่โอบล้อมด้วยขุนเขาน้อยใหญ่เรียงราย ในเทือกเขาหิมาลัย ทว่าข่าวคราวจากแดนไกลในประเทศนี้ กลับมีมาถึงชาวโลกอย่างต่อเนื่อง...

โดยเฉพาะนับตั้งแต่ เจ้าชายจิกมี ทรงได้ขึ้นครองราชสมบัติเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เกเซอร์ นัมเกล วังชุก สืบต่อจากพระราชบิดา สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก ในปีพุทธศักราช 2551 โดยทรงเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์วังชุก ขณะที่ทรงมีพระชนมายุเพียง 28 พรรษาเท่านั้น จนนับเป็นกษัตริย์ที่มีพระชนมายุน้อยที่สุดในโลก

‘โชคชะตาได้นำพาข้าพเจ้ามาที่นี่ ข้าพเจ้าจะปกป้องท่านทั้งหลายเหมือนกับคนในครอบครัว ดูแลท่านเหมือนน้อง และให้การอุ้มชูท่านเหมือนบุตร ข้าพเจ้าจะให้ท่านทุกๆ สิ่ง และไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน และนี่คือวิถีทางที่ข้าพเจ้าจะดูแลท่านในฐานะกษัตริย์’

* ความสุขมวลรวมในประเทศพุ่ง!

ท่ามกลางพระจริยวัตรอันงดงามของกษัตริย์จิกมี และการปกครองประเทศที่สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ชาวโลกในยุคโลกาภิวัฒน์ ด้วยการทรงมุ่งเน้น ‘ความสุขมวลรวมของประชากรภายในประเทศ’ (Gross National Happiness) หรือ GNH มาเป็นตัวตั้งชี้วัดความเติบโตก้าวหน้าของประเทศ ไม่ใช่ตัวเลข GDP ที่วัดกันด้วย ‘เงิน’ เหมือนกับประเทศอื่นๆ ทั้งหลาย...และแล้ว ดัชนี GNP ของภูฏานก็ต้องพุ่งพรวด พลันที่มีการประกาศข่าวมหามงคล ‘กษัตริย์จิกมีจะทรงอภิเษกสมรส’ อย่างเป็นทางการครั้งแรกในระหว่างมีพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ครั้งที่ 7 ที่กรุงทิมพู เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2554

‘ในฐานะกษัตริย์ บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่ข้าพเจ้าจะต้องอภิเษกสมรส และหลังจากที่ได้คิดใคร่ครวญอย่างรอบคอบ ข้าพเจ้าเห็นว่า พิธีอภิเษกสมรสควรจัดขึ้นปลายปีนี้ (2554)’

*รักใดที่ว่าหวาน...ฤาจะเทียบเท่าตำนานรักแห่งหิมาลัย

แต่พระราชดำรัสที่ทรงยิ่งทำให้ชาวภูฏาน และหญิงสาวในพระทัยของกษัตริย์จิกมี ทรงรักพระองค์อีกเท่าทวี คงเป็นพระราชดำรัสถึงหญิงสาวที่พระองค์ทรงเลือกมาเป็นพระชายาคู่พระทัยว่า ‘สำหรับพระราชินีแห่งภูฏานแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดในฐานะปัจเจกบุคคล ก็คือ ต้องเป็นคนดี และในฐานะพระราชินี คือต้องมีความมุ่งมั่นไม่ท้อถอยที่จะรับใช้ประเทศชาติและประชาชน’ พร้อมกันนั้น กษัตริย์จิกมียังได้ตรัสว่า พระองค์ได้พบกับสตรีที่มีคุณสมบัติเช่นนั้นแล้ว และเธอชื่อว่า ‘เจตซัน เปมา’ แม้เธอจะอายุยังน้อย แต่มีบุคลิกที่อบอุ่น จิตใจดีงาม

พลันที่กษัตริย์จิกมี ทรงเปิดเผยชื่อหญิงสาวที่แสนจะโชคดีว่า เธอชื่อ ‘เจตซัน เปมา’ ซึ่งขณะนั้น มีอายุเพียง 21 ปี ไม่นานต่อมา ‘ตำนานรักแสนหวานระหว่างเจ้าชายหนุ่มแห่งภูฏานกับหญิงสาวสามัญชน’ ก็ได้ถูกสื่อทั่วโลกนำมาเผยแพร่จนสร้างความประทับใจอย่างมาก

ก็ในโลกยุคดิจิตอล ใครเล่าจะคาดคิดว่า จะมีความรักของเจ้าชายหนุ่มรูปงามเฉกเช่น เจ้าชายจิกมีนั้น มีอยู่จริง เพราะพระองค์ทรงมีความรักฝังใจต่อเจ็ตซัน มายาวนานตั้งแต่วัยเยาว์ ถึงขนาดทรงเคยคุกเข่า ขอ ‘เจตซัน’ แต่งงาน ขณะที่พระองค์ทรงมีพระชนมายุ 17 พรรษา ส่วนเจตซันอายุเพียง 7 ขวบ ‘ถ้าเธอโตขึ้นเมื่อไหร่ และเรายังเป็นโสด ไม่มีใคร เราจะกลับมาขอเธอแต่งงาน’

*หญิงสาวสวยสามัญชน ผู้กุมพระทัยกษัตริย์จิกมี

เจตซัน เปมา เป็นบุตรสาวคนที่ 2 จากจำนวนพี่น้อง 5 คน ของ ธอนทุบ กยอลเซน ผู้เป็นบิดา ซึ่งมีอาชีพเป็นนักบินสายการบินคิงฟิชเชอร์ แอร์ไลน์ส กับ โซนัม ซูกี มารดา โดยเจตซันสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมต้นที่ประเทศภูฏาน จากนั้นไปเรียนต่อในประเทศอินเดีย ก่อนจะไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยรีเจนท์ส คอลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ นอกจากนั้น หญิงสาวผู้นี้ยังทรงสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ศิลป์ 

‘ข้าพเจ้ามีความภูมิใจในตัวเธอมาก เธอเป็นผู้หญิงที่อัศจรรย์ มีความเฉลียวฉลาด เธอและข้าพเจ้าได้แบ่งปันเรื่องใหญ่ที่ธรรมดาสามัญ นั่นคือ ความรักและความหลงใหลในศิลปะ’ กษัตริย์จิกมีตรัสชื่นชม เจตซัน เปมา

*พระราชพิธีอภิเษกสมรสที่เรียบง่ายและสมพระเกียรติ

กษัตริย์จิกมี ได้ทรงประกอบพระราชพิธีอภิเษกสมรสกับเจตซัน เปมา ตามแบบฉบับโบราณราชประเพณีของราชวงศ์วังชุก เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2554 ณ พระอารามหลวงภายใน พูนาคาซอง ป้อมปราการเก่าสมัยศตวรรษที่ 17 ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองพูนาคา เมืองหลวงเก่าของราชอาณาจักรภูฏาน

เรื่องที่น่าประทับใจ กษัตริย์จิกมียังตรัสให้คำมั่นสัญญากับพระชายาว่า พระองค์จะไม่ทรงอภิเษกสมรสกับผู้หญิงใดอีก และจะมีเจตซัน เปมาเป็นพระชายาเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น โดยหลังจากทรงอภิเษกสมรสแล้ว กษัตริย์จิกมี ได้ทรงพาพระชายาเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศหลายครั้ง อย่างมีความสุข

*ชาวภูฏานปลื้มปีติ พระราชินีเจตซัน ทรงพระครรภ์ 

หลังจากกษัตริย์จิกมีและพระชายาทรงอภิเษกสมรสได้ 4 ปี ในที่สุด กษัตริย์จิกมีได้ทรงประกาศข่าวมงคลที่สร้างความปลื้มปีติแก่พสกนิกรชาวภูฏานอย่างยิ่งว่า พระราชินีเจตซัน พระชายาของพระองค์ทรงพระครรภ์แรกแล้ว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 โดยทรงเลือกวันประกาศข่าวมงคลนี้ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของอดีตกษัตริย์ จิกมี ซิงเย วังชุก พระราชบิดาของพระองค์ ทรงมีพระชนมพรรษา 60 พรรษาด้วย นอกจากนั้น กษัตริย์จิกมี ยังทรงประกาศด้วยว่า พระราชินีเจตซันทรงตั้งพระครรภ์แรก และทรงได้พระราชโอรส ซึ่งคาดว่าจะมีพระประสูติกาลในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2559

*เทพไท้อำนวยพร ถึงวันประสูติ พระโอรสองค์น้อย

และแล้ว ในวันศุกร์ที่ 5 ก.พ.59 พระราชินีเจตซัน พระชนมายุ 25 พรรษา ได้ทรงมีพระประสูติกาลพระโอรส โดยสำนักพระราชวังภูฏานได้แจ้งข่าวดีผ่านทางเฟซบุ๊กของพระราชินีเจตซัน เปมา พร้อมทั้งเปิดเผยว่า ตลอดการประสูติกาลพระราชโอรสของราชินี กษัตริย์จิกมีทรงอยู่เคียงข้างพระชายาไม่ห่าง และทั้งพระราชินีและพระโอรส ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงดี

อีก 4 วันต่อมา เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ของชาวภูฏาน ซึ่งเรียกว่าวันโลซาร์ สำนักราชวังภูฏานได้เผยแพร่พระฉายาลักษณ์แรกของพระโอรสองค์น้อย ซึ่งอยู่ในอ้อมพระหัตถ์ของพระอัยกา และทรงมีกษัตริย์จิกมี พระราชบิดาและราชินีเจตซัน พระราชมารดา ทรงประทับเคียงข้างและทอดพระเนตรพระโอรสองค์น้อยด้วยความรัก

‘เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ (โลซาร์) ซึ่งเป็นวันที่ชาวภูฏานได้เฉลิมฉลองกันพร้อมหน้าพร้อมตากับสมาชิกในครอบครัวและคนรัก เพื่อเป็นการทำให้วันนี้พิเศษมากยิ่งขึ้น พวกเราจึงรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เผยแพร่ภาพพระฉายาลักษณ์อย่างเป็นทางการภาพแรกของพระโอรสองค์น้อย’

เพียงแต่น่าเสียดายที่พระฉายาลักษณ์แรกของโอรสองค์น้อย ในกษัตริย์จิกมี และพระราชินีเจตซันในครั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยพระพักตร์ และมีการตั้งพระนาม เนื่องจากทรงมีพระชันษาเพียง 4 วันเท่านั้น จึงทำให้ชาวภูฏานและชาวโลกต้องเฝ้ารอชื่นชมพระโอรสองค์น้อยกันต่อไป...