‘ความรักในหิมาลัย’...ของกษัตริย์จิกมีแห่งภูฏาน!! ทวยเทพประทานพร ได้พระโอรสองค์แรก - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

‘ความรักในหิมาลัย’...ของกษัตริย์จิกมีแห่งภูฏาน!! ทวยเทพประทานพร ได้พระโอรสองค์แรก

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.พ. 2559 05:30
37,325 ครั้ง


ด้วยพระราชจริยวัตรอันงดงาม และพระราชอัธยาศัยที่ดูอบอุ่น อ่อนน้อม เรียบง่าย คงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอันใด ที่จะยิ่งทำให้ กษัตริย์หนุ่มรูปงาม พระนาม ‘จิกมี เกเซอร์ นัมเกล วังชุก’ แห่งภูฏาน จะทรงเป็นที่รักยิ่ง และทรงได้รับความชื่นชมจากพสกนิกรชาวภูฏาน และชาวโลก รวมทั้งชาวไทยอย่างมาก

แม้ภูฏานจะเป็นเพียงประเทศเล็กๆ มีประชากรแค่ราว 6.5-700,000 คน ตั้งอยู่บนแผ่นดินสูงที่โอบล้อมด้วยขุนเขาน้อยใหญ่เรียงราย ในเทือกเขาหิมาลัย ทว่าข่าวคราวจากแดนไกลในประเทศนี้ กลับมีมาถึงชาวโลกอย่างต่อเนื่อง...

โดยเฉพาะนับตั้งแต่ เจ้าชายจิกมี ทรงได้ขึ้นครองราชสมบัติเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เกเซอร์ นัมเกล วังชุก สืบต่อจากพระราชบิดา สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก ในปีพุทธศักราช 2551 โดยทรงเป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์วังชุก ขณะที่ทรงมีพระชนมายุเพียง 28 พรรษาเท่านั้น จนนับเป็นกษัตริย์ที่มีพระชนมายุน้อยที่สุดในโลก

‘โชคชะตาได้นำพาข้าพเจ้ามาที่นี่ ข้าพเจ้าจะปกป้องท่านทั้งหลายเหมือนกับคนในครอบครัว ดูแลท่านเหมือนน้อง และให้การอุ้มชูท่านเหมือนบุตร ข้าพเจ้าจะให้ท่านทุกๆ สิ่ง และไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน และนี่คือวิถีทางที่ข้าพเจ้าจะดูแลท่านในฐานะกษัตริย์’

* ความสุขมวลรวมในประเทศพุ่ง!

ท่ามกลางพระจริยวัตรอันงดงามของกษัตริย์จิกมี และการปกครองประเทศที่สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ชาวโลกในยุคโลกาภิวัฒน์ ด้วยการทรงมุ่งเน้น ‘ความสุขมวลรวมของประชากรภายในประเทศ’ (Gross National Happiness) หรือ GNH มาเป็นตัวตั้งชี้วัดความเติบโตก้าวหน้าของประเทศ ไม่ใช่ตัวเลข GDP ที่วัดกันด้วย ‘เงิน’ เหมือนกับประเทศอื่นๆ ทั้งหลาย...และแล้ว ดัชนี GNP ของภูฏานก็ต้องพุ่งพรวด พลันที่มีการประกาศข่าวมหามงคล ‘กษัตริย์จิกมีจะทรงอภิเษกสมรส’ อย่างเป็นทางการครั้งแรกในระหว่างมีพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ครั้งที่ 7 ที่กรุงทิมพู เมื่อวันที่ 20 พ.ค.2554

‘ในฐานะกษัตริย์ บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่ข้าพเจ้าจะต้องอภิเษกสมรส และหลังจากที่ได้คิดใคร่ครวญอย่างรอบคอบ ข้าพเจ้าเห็นว่า พิธีอภิเษกสมรสควรจัดขึ้นปลายปีนี้ (2554)’

กษัตริย์จิกมี และพระชายา เจตซัน เปมา

*รักใดที่ว่าหวาน...ฤาจะเทียบเท่าตำนานรักแห่งหิมาลัย

แต่พระราชดำรัสที่ทรงยิ่งทำให้ชาวภูฏาน และหญิงสาวในพระทัยของกษัตริย์จิกมี ทรงรักพระองค์อีกเท่าทวี คงเป็นพระราชดำรัสถึงหญิงสาวที่พระองค์ทรงเลือกมาเป็นพระชายาคู่พระทัยว่า ‘สำหรับพระราชินีแห่งภูฏานแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดในฐานะปัจเจกบุคคล ก็คือ ต้องเป็นคนดี และในฐานะพระราชินี คือต้องมีความมุ่งมั่นไม่ท้อถอยที่จะรับใช้ประเทศชาติและประชาชน’ พร้อมกันนั้น กษัตริย์จิกมียังได้ตรัสว่า พระองค์ได้พบกับสตรีที่มีคุณสมบัติเช่นนั้นแล้ว และเธอชื่อว่า ‘เจตซัน เปมา’ แม้เธอจะอายุยังน้อย แต่มีบุคลิกที่อบอุ่น จิตใจดีงาม

พลันที่กษัตริย์จิกมี ทรงเปิดเผยชื่อหญิงสาวที่แสนจะโชคดีว่า เธอชื่อ ‘เจตซัน เปมา’ ซึ่งขณะนั้น มีอายุเพียง 21 ปี ไม่นานต่อมา ‘ตำนานรักแสนหวานระหว่างเจ้าชายหนุ่มแห่งภูฏานกับหญิงสาวสามัญชน’ ก็ได้ถูกสื่อทั่วโลกนำมาเผยแพร่จนสร้างความประทับใจอย่างมาก

ก็ในโลกยุคดิจิตอล ใครเล่าจะคาดคิดว่า จะมีความรักของเจ้าชายหนุ่มรูปงามเฉกเช่น เจ้าชายจิกมีนั้น มีอยู่จริง เพราะพระองค์ทรงมีความรักฝังใจต่อเจ็ตซัน มายาวนานตั้งแต่วัยเยาว์ ถึงขนาดทรงเคยคุกเข่า ขอ ‘เจตซัน’ แต่งงาน ขณะที่พระองค์ทรงมีพระชนมายุ 17 พรรษา ส่วนเจตซันอายุเพียง 7 ขวบ ‘ถ้าเธอโตขึ้นเมื่อไหร่ และเรายังเป็นโสด ไม่มีใคร เราจะกลับมาขอเธอแต่งงาน’

*หญิงสาวสวยสามัญชน ผู้กุมพระทัยกษัตริย์จิกมี

เจตซัน เปมา เป็นบุตรสาวคนที่ 2 จากจำนวนพี่น้อง 5 คน ของ ธอนทุบ กยอลเซน ผู้เป็นบิดา ซึ่งมีอาชีพเป็นนักบินสายการบินคิงฟิชเชอร์ แอร์ไลน์ส กับ โซนัม ซูกี มารดา โดยเจตซันสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมต้นที่ประเทศภูฏาน จากนั้นไปเรียนต่อในประเทศอินเดีย ก่อนจะไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยรีเจนท์ส คอลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ นอกจากนั้น หญิงสาวผู้นี้ยังทรงสนใจในเรื่องประวัติศาสตร์ศิลป์ 

‘ข้าพเจ้ามีความภูมิใจในตัวเธอมาก เธอเป็นผู้หญิงที่อัศจรรย์ มีความเฉลียวฉลาด เธอและข้าพเจ้าได้แบ่งปันเรื่องใหญ่ที่ธรรมดาสามัญ นั่นคือ ความรักและความหลงใหลในศิลปะ’ กษัตริย์จิกมีตรัสชื่นชม เจตซัน เปมา

อีกหนึ่งตำนานรักที่แสนหวาน

*พระราชพิธีอภิเษกสมรสที่เรียบง่ายและสมพระเกียรติ

กษัตริย์จิกมี ได้ทรงประกอบพระราชพิธีอภิเษกสมรสกับเจตซัน เปมา ตามแบบฉบับโบราณราชประเพณีของราชวงศ์วังชุก เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2554 ณ พระอารามหลวงภายใน พูนาคาซอง ป้อมปราการเก่าสมัยศตวรรษที่ 17 ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองพูนาคา เมืองหลวงเก่าของราชอาณาจักรภูฏาน

เรื่องที่น่าประทับใจ กษัตริย์จิกมียังตรัสให้คำมั่นสัญญากับพระชายาว่า พระองค์จะไม่ทรงอภิเษกสมรสกับผู้หญิงใดอีก และจะมีเจตซัน เปมาเป็นพระชายาเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น โดยหลังจากทรงอภิเษกสมรสแล้ว กษัตริย์จิกมี ได้ทรงพาพระชายาเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศหลายครั้ง อย่างมีความสุข

เสด็จพระราชดำเนินเยือนญี่ปุ่น เมื่อ พ.ย.2554
เสด็จฯ เยือนกรุงลอนดอน ปลายปี 2554

*ชาวภูฏานปลื้มปีติ พระราชินีเจตซัน ทรงพระครรภ์ 

หลังจากกษัตริย์จิกมีและพระชายาทรงอภิเษกสมรสได้ 4 ปี ในที่สุด กษัตริย์จิกมีได้ทรงประกาศข่าวมงคลที่สร้างความปลื้มปีติแก่พสกนิกรชาวภูฏานอย่างยิ่งว่า พระราชินีเจตซัน พระชายาของพระองค์ทรงพระครรภ์แรกแล้ว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 โดยทรงเลือกวันประกาศข่าวมงคลนี้ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของอดีตกษัตริย์ จิกมี ซิงเย วังชุก พระราชบิดาของพระองค์ ทรงมีพระชนมพรรษา 60 พรรษาด้วย นอกจากนั้น กษัตริย์จิกมี ยังทรงประกาศด้วยว่า พระราชินีเจตซันทรงตั้งพระครรภ์แรก และทรงได้พระราชโอรส ซึ่งคาดว่าจะมีพระประสูติกาลในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2559

*เทพไท้อำนวยพร ถึงวันประสูติ พระโอรสองค์น้อย

และแล้ว ในวันศุกร์ที่ 5 ก.พ.59 พระราชินีเจตซัน พระชนมายุ 25 พรรษา ได้ทรงมีพระประสูติกาลพระโอรส โดยสำนักพระราชวังภูฏานได้แจ้งข่าวดีผ่านทางเฟซบุ๊กของพระราชินีเจตซัน เปมา พร้อมทั้งเปิดเผยว่า ตลอดการประสูติกาลพระราชโอรสของราชินี กษัตริย์จิกมีทรงอยู่เคียงข้างพระชายาไม่ห่าง และทั้งพระราชินีและพระโอรส ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงดี

อีก 4 วันต่อมา เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ของชาวภูฏาน ซึ่งเรียกว่าวันโลซาร์ สำนักราชวังภูฏานได้เผยแพร่พระฉายาลักษณ์แรกของพระโอรสองค์น้อย ซึ่งอยู่ในอ้อมพระหัตถ์ของพระอัยกา และทรงมีกษัตริย์จิกมี พระราชบิดาและราชินีเจตซัน พระราชมารดา ทรงประทับเคียงข้างและทอดพระเนตรพระโอรสองค์น้อยด้วยความรัก

‘เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ (โลซาร์) ซึ่งเป็นวันที่ชาวภูฏานได้เฉลิมฉลองกันพร้อมหน้าพร้อมตากับสมาชิกในครอบครัวและคนรัก เพื่อเป็นการทำให้วันนี้พิเศษมากยิ่งขึ้น พวกเราจึงรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เผยแพร่ภาพพระฉายาลักษณ์อย่างเป็นทางการภาพแรกของพระโอรสองค์น้อย’

เพียงแต่น่าเสียดายที่พระฉายาลักษณ์แรกของโอรสองค์น้อย ในกษัตริย์จิกมี และพระราชินีเจตซันในครั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยพระพักตร์ และมีการตั้งพระนาม เนื่องจากทรงมีพระชันษาเพียง 4 วันเท่านั้น จึงทำให้ชาวภูฏานและชาวโลกต้องเฝ้ารอชื่นชมพระโอรสองค์น้อยกันต่อไป...

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    93.5%
  • ไม่ชอบ
    1.2%
  • สนุก
    3.1%
  • ประหลาดใจ
    0.8%
  • เสียใจ
    0.3%
  • ให้กำลังใจ
    1.2%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement