บริการข่าวไทยรัฐ

นึกว่าอยู่เมืองจีน! เที่ยว 'วัดเล่งเน่ยยี่ 2' ชมสถาปัตยกรรมไชนีสรับตรุษจีน

กลิ่นอายของเทศกาลตรุษจีนกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ โดยเฉพาะที่วัดจีนแห่งต่างๆ มีประชาชนเดินทางไปแก้ดวงปีชง สะเดาะเคราะห์ เพื่อปัดเป่าสิ่งร้ายออกไป ต้อนรับสิ่งมงคลเข้ามาในชีวิต ว่ากันว่าถ้าอยากเสริมดวงให้อยู่หมัด ต้องไปที่วัดเล่งเน่ยยี่ 2

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จะพาไปเที่ยวชมวัดจีนเอาฤกษ์เอาชัยรับตรุษจีนเสียหน่อย นั่นก็คือ วัดเล่งเน่ยยี่ 2 ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุง ที่ให้บรรยากาศแห่งความเป็นมงคล อบอวลไปด้วยแรงศรัทธาของผู้คนที่มาไหว้พระ ขอพร รวมถึงการแก้ชงด้วย

นอกจากนี้ ด้วยความที่วัดสวยงามอลังการสุดๆ มีหลายมุมที่ชวนให้นึกว่าเหมือนกำลังเที่ยวอยู่ในเมืองจีน ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นิยมมาเที่ยวที่นี่จำนวนมากในแต่ละปี

-1-

วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ คณะสงฆ์จีนนิกายรังสรรค์ หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ 2 เป็นวัดมหายานในความอุปถัมภ์ของคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย มีพื้นที่ประมาณ 12 ไร่เศษ จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2539

เดิมวัดแห่งนี้เป็นเพียงโรงเจขนาดเล็ก มีพื้นที่แค่ 2 ไร่เท่านั้น ต่อมาคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย โดยวัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) ได้เปิดให้พุทธบริษัทชาวไทย-ชาวจีนได้ร่วมบุญกันจัดสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมา โดยใช้ระยะเวลาสร้างกว่า 12 ปี

ภายในวัดประกอบด้วยวิหารต่างๆ ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมตามแนวปรัชญา และคติธรรมทางศาสนาพุทธจีนนิกายฝ่ายมหายาน ประกอบไปด้วย วิหารพระกวนอิมโพธิสัตว์, วิหารหมื่นพุทธเจ้า, วิหารบูรพาจารย์, ห้องปฏิบัติธรรม, ที่พำนักสงฆ์ และโรงเรียนพระปริยัติธรรม ว่ากันว่าการออกแบบอาคารต่างๆ จำลองมาจากสถาปัตยกรรมจีนใน 'พระราชวังต้องห้าม' ของกรุงปักกิ่ง ในช่วงระหว่างยุคราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ แทนพระองค์ ทรงเป็นองค์ประธานในพิธีสมโภชเมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2551 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงตัดหวายลูกนิมิตพระอุโบสถ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2552

-2-

ไฮไลต์ของที่นี่ คงหนีไม่พ้นการแก้ชง ซึ่งทุกปีจะมีผู้คนเดินทางมาแก้ชงที่วัดนี้จำนวนมาก เนื่องจากตามความเชื่อของคนจีนส่วนใหญ่ มักจะไปแก้ชงที่วัดจีน เพื่อฝากดวงชะตาไว้กับเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย ให้คุ้มครองดวงชะตา เพื่อชีวิตที่รุ่งเรืองราบรื่นตลอดปี ซึ่งทางวัดก็มีการขึ้นป้ายบอกทางไปยังจุดที่จะทำพิธีแก้ชง และมีเจ้าหน้าที่คอยอธิบายขั้นตอนต่างๆ ในการแก้ชงให้ทราบ

คนที่ไปแก้ชงจะได้รับใบเขียนชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด และรายละเอียดอื่นๆ จากนั้นเดินไปจุดธูปเทียนไหว้สักการะองค์ไท้ส่วยเอี๊ย นำกระดาษทองมาปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป ปัดตั้งแต่ศีรษะจนถึงปลายเท้า

ส่วนใครที่ไม่ได้แก้ชง ก็ไปเดินเที่ยวชมรอบๆ จะเห็นว่าสถาปัตยกรรมอาคารจีนของที่นี่โดดเด่นไม่แพ้ใคร อย่างที่บอกไปว่า วัดนี้จำลองมาจากพระราชวังต้องห้าม ทุกอาคารจึงสวยงามวิจิตร มีรายละเอียดของการตกแต่งต่างๆ เช่น บานประตู หน้าต่างแกะสลัก โคมไฟหินอ่อนแกะสลัก และอื่นๆ ที่ทำให้ได้ความรู้สึกเหมือนมาเที่ยวเมืองจีนยังไงยังงั้น

ศิลปะบนฝาผนัง รวมถึงการตกแต่งเพดานของทุกห้อง ถูกออกแบบก่อสร้างในสไตล์จีนแท้ๆ มีการวางผังเมืองตามแบบวัดหลวง จุดเด่นคือ วิหารจตุโลกบาล ภายในวิหารมีพระศรีอริยเมตไตรยประดิษฐานอยู่ให้กราบไหว้บูชา ส่วนมุมทั้งสี่ประดิษฐานท้าวจตุโลกบาล นอกจากนี้ยังมี พระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า, พระอมิตาภพุทธเจ้า, พระไภษ์คุรุไวฑูรย์พุทธเจ้า ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ

-3-

เดินเที่ยวชมท่ามกลางบรรยากาศที่ร่มรื่นเย็นสบาย เพราะรอบๆ มีต้นไม้น้อยใหญ่โอบล้อมทั่วบริเวณวัด แถมมีการเปิดบทสวดภาษาจีนคลอเคล้าไปด้วย ทำให้ได้บรรยากาศของเทศกาลตรุษจีนยิ่งขึ้นไปอีก มีทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารด้านหน้าและอาคารด้านหลัง มีร่มเงาตลอดทาง ไม่ร้อนอย่างที่คิด

ที่นี่เปิดให้เข้าชมในวันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 - 17.00 น. ส่วนวันเสาร์-วันอาทิตย์ เปิดเวลา 08.00 - 18.00 น.

การเดินทาง หากมาด้วยรถยนต์ส่วนตัว ให้ขับมาทางถนนงามวงศ์วาน ตรงมาจนถึงสี่แยกบางพลู เลี้ยวขวาเข้าเมืองบางบัวทอง จากนั้นจะมีป้ายบอกทางมาเรื่อยๆ จนถึงหน้าวัด ส่วนถ้าจะเดินทางไปเอง สะดวกที่สุดคือไปขึ้นรถตู้ปรับอากาศ บางบัวทอง-จตุจักร มีรถตู้ให้บริการตลอดวัน

ส่วนใครอยากดูแผนที่เพิ่มเติมจากกูเกิลแมพ สามารถดูได้ที่ แผนที่วัดเล่งเน่ยยี่ 2