ประมูลไม่ได้มีหนเดียว! บิ๊กเทเลนอร์ ยัน ไม่ทิ้ง 'ดีแทค' พร้อมขยาย 4G ทั่วไทย - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

ประมูลไม่ได้มีหนเดียว! บิ๊กเทเลนอร์ ยัน ไม่ทิ้ง 'ดีแทค' พร้อมขยาย 4G ทั่วไทย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ม.ค. 2559 19:18
4,097 ครั้ง


ซิคเว่ เบรคเก้ ผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มเทเลนอร์ ย้ำความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจของดีแทค ชี้ พลาดประมูลครั้งนี้ไม่เป็นปัญหา พร้อมต้อนรับผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ธุรกิจโทรคมฯ...

หลังจากเสร็จสิ้นการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ เมื่อช่วงสิ้นปี 2558 ก็มีหลายกระแสเกิดขึ้น ทั้งความกังขาในการให้บริการของผู้เล่นรายใหม่ที่เกิดขึ้น หลังจากเป็นผู้คว้าชัยในการประมูล ความไม่มั่นใจในผู้ให้บริการที่พลาดใบอนุญาต หรือแม้แต่กระแสถอนการลงทุนในธุรกิจ หลังพลาดหวังจากการประมูล

ล่าสุด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีเแทค ได้แถลงข่าวถึงทิศทางจากนี้ และตอกย้ำความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ โดยอดีต CEO ของดีแทคอย่าง "ซิคเว่ เบรคเก้" ซึ่งขณะนี้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของเทเลนอร์ ได้ออกมาพูดถึงเรื่องดังกล่าวด้วยตนเอง

"ยืนยันว่า เทเลนอร์จะไม่ถอนการลงทุนจากดีแทคในประเทศไทยอย่างแน่นอน และจะสนับสนุนทุกการลงทุนที่ดีแทคต้องการ เนื่องจากเทเลนอร์มี 3 มุมมองในการดำเนินธุรกิจ คือ มีวิสัยทัศน์ระยะยาวในการลงทุน มีความเข้าใจธุรกิจว่าต้องมีทั้งช่วงที่เติบโตและตกต่ำ ประกอบกับปัจจุบันเอเชียเริ่มมีบทบาทในฐานะผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์และบริการ โดย 8 ใน 10 แบรนด์ชั้นนำก็มาจากแบรนด์เอเชีย อาทิ ซัมซุง หัวเว่ย วีแชต ไลน์ เป็นต้น เอเชียจึงกลายเป็นตลาดที่สำคัญของเทเลนอร์ และยังคงเป็นประเทศที่เทเลนอร์จะลงทุนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเอเชียอาจกลายเป็นผู้นำในการพัฒนาเชิงดิจิตอลในอนาคต" นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์กรุ๊ป กล่าว

ไม่ชนะประมูล "ดีแทค" ไม่เป็นไร!
นอกจากนี้ นายซิคเว่ ยังกล่าวอีกว่า ค่อนข้างรู้สึกประหลาดใจกับราคาการประมูลใบอนุญาตดังกล่าว เพราะเชื่อว่าในอนาคต รัฐบาลจะมีการจัดสรรคลื่นความถี่บนย่านต่างๆ ออกมาใช้ประโยชน์ด้านโทรคมนาคม ทั้งคลื่นอื่น 700 850 1800 2300 2600 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเชื่อว่า ดีแทคยังสามารถมีโอกาสที่จะแข่งขัน และประมูลคลื่นในอนาคตอย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน คลื่นความถี่จำนวน 50 เมกะเฮิรตซ์ บนคลื่น 850 1800 2100 เมกะเฮิรตซ์ ที่ดีแทคมีอยู่ในปัจจุบันก็ถือว่ามีจำนวนน้อยกว่าคู่แข่งไม่มากนัก (บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีคลื่นความถี่สูงสุด มากที่สุด รวม 55 เมกะเฮิรตซ์ ได้แก่ คลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ (ภายใต้สัญญาสัมปทานกับ บมจ.กสท โทรคมนาคม) จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์, 900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 10 เมกะเฮิรตซ์, 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์, 2100 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์) จึงเชื่อว่าคลื่นความถี่ที่มีอยู่ทั้งหมด จะเพียงพอต่อการให้บริการลูกค้า และจะสามารถเอาชนะคู่แข่งขันรายอื่นได้ สำหรับการใช้งานภายในช่วงเวลา 5 ปีจากนี้

"การที่ดีแทคไม่ต้องจ่ายเงินจำนวนมากให้กับการประมูลใบอนุญาตฯ ทำให้เรามีงบประมาณเพื่อพัฒนาโครงข่าย และบริการได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกำกับดูแล ได้เร่งจัดทำโรดแม็ปในการใช้คลื่นความถี่ให้ชัดเจนโดยเร็ว ซึ่งจากการที่ นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดีแทคได้เข้าพบ นายอุตตม สาวนายน รมว.กระทรวงไอซีที แล้ว ก็มีความมั่นใจว่าในอนาคตจะมีการจัดสรรคลื่นความถี่ออกมาใช้งานได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากการประมูลครั้งที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้ให้รัฐบาลเป็นจำนวนมาก จึงอาจเป็นเรื่องแปลก หากรัฐบาลไม่พยายามผลักดันให้เกิดความชัดเจนในการใช้งานคลื่นความถี่ที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ ส่วนการประเมินมูลค่าคลื่นในการประมูลแต่ละครั้งนั้น เป็นเรื่องที่บริษัทจะพิจารณาจากหลายๆ ปัจจัย เพื่อประโยชน์ และความเหมาะสมในการดำเนินธุรกิจระยะยาว"

เดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง...
สำหรับการลงทุนในปีนี้ คาดว่าจะเป็นการลงทุนด้วยงบประมาณที่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา หรือประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยขณะนี้ ดีแทคได้ดำเนินการขยายพื้นที่ให้บริการ 4จี อย่างต่อเนื่อง อาทิ แผนขยายซุปเปอร์สปีด 4จี จากกรุงเทพฯ ไปยังหัวเมืองจังหวัดต่างๆ และการให้บริการ 4จี บนคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการทั่วประเทศ รวมถึงการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานจากเดิม 2 ล้านราย เป็น 4.5 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้ ด้วยรูปแบบการแข่งขันใหม่ๆ ของดีแทคที่เปลี่ยนแปลงจากเดิม

ยินดีต้อนรับน้องใหม่โทรคมฯ
ส่วนผู้ให้บริการรายใหม่ (บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด) ที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมนั้น บริษัทไม่กลัวผู้เล่นรายใหม่ แต่มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ตลาดโทรคมนาคมนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำธุรกิจ เพราะนอกจากการสร้างแบรนด์ ก็ยังมีการสร้างเครือข่าย และการดำเนินงานในด้านอื่นๆ อีกด้วย แต่ก็ขอให้โชคดี

มุมมองตลาดสื่อสารไทย...
เนื่องจากเทเลนอร์ทำตลาดในเอเชียมานานกว่า 15 ปี ไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศสำคัญในการให้บริการของเทเลนอร์ โดยสามารถสร้างรายได้ให้กับเทเลนอร์ได้ในอัตราที่ใกล้เคียงกับนอร์เวย์ ซึ่งรายได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีที่ผ่านมา เทเลนอร์มีรายได้จากการบริการด้านโมบายล์ของไทย ราว 14.4% ขณะที่นอร์เวย์อยู่ที่ 8.5% อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มการใช้งานของลูกค้าชาวไทยที่มีสัดส่วนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงศักยภาพของตลาดเอเชียในการเป็นผู้พัฒนาบริการ และแอพพลิเคชั่น ก็เชื่อว่าไทยจะเป็นหนึ่งในตลาดที่สามารถเป็นผู้พัฒนาเพื่อตอบสนองการใช้งานด้านดิจิตอลด้วยความคิดสร้างสรรค์ รองรับเทรนด์การใช้งานอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงค์ ที่เน้นการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์กับอุปกรณ์ และเทรนด์การให้บริการ 4จี อีกด้วย.

โหวตข่าวนี้
  • ชอบ
    68.7%
  • ไม่ชอบ
    26.9%
  • สนุก
    3.0%
  • ประหลาดใจ
    0.0%
  • เสียใจ
    0.0%
  • ให้กำลังใจ
    1.5%
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement