วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตรียมเฮ! สดร. ชวนดู 'ฝนดาวตกเจมินิดส์' คืนวันที่ 14 ธ.ค.นี้

ฝนดาวตกเจมินิดส์พุ่งออกมาจากจุดศูนย์กลางการกระจายบริเวณกลุ่มดาวคนคู่ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2557 ณ ยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ภาพถ่ายโดย มติพล ตั้งมติธรรม

เตรียมเฮ...ส่งท้ายปี!! สดร. ชวนดู 'ฝนดาวตกเจมินิดส์' ตั้งแต่เวลา 2 ทุ่มครึ่ง คืนวันที่ 14 ธ.ค. ถึงรุ่งเช้าวันที่ 15 ธ.ค.นี้ คาด ทะลุ 120 ดวงต่อชั่วโมง เผย ตรงกับคืนเดือนมืด ไร้แสงจันทร์รบกวน สังเกตได้ทุกภูมิภาค...

วันที่ 7 ธ.ค.58 ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวนชมฝนดาวตกส่งท้ายปี 2558 โดย "ฝนดาวตกเจมินิดส์" หรือ "ฝนดาวตกกลุ่มดาวคนคู่" เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 4-17 ธันวาคมของทุกๆ ปี คาดการณ์ว่า ในปีนี้จะสังเกตเห็นฝนดาวตกเจมินิดส์ ได้ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ หลังดวงจันทร์ลับขอบฟ้า ตั้งแต่เวลาประมาณ 20.30 น. ของคืนวันที่ 14 ธันวาคม จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 15 ธันวาคม ขณะที่ คาดการณ์อาจมีอัตราการตกสูงสุดถึง 120 ดวงต่อชั่วโมง

สำหรับจุดศูนย์กลางการกระจาย อยู่บริเวณกลุ่มดาวคนคู่ ระหว่างดาวพอลลักซ์ และดาวคาสเตอร์ สังเกตได้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เห็นได้ในทุกภูมิภาคของไทย ประกอบกับในคืนดังกล่าว เป็นคืนเดือนมืด ดวงจันทร์ตกลับขอบฟ้าตั้งแต่หัวค่ำ ท้องฟ้าจะมืดสนิท ไร้แสงจันทร์รบกวน นับเป็นโอกาสดี ที่จะสามารถสังเกตการณ์ฝนดาวตกได้ตลอดทั้งคืน

ดร.ศรัณย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากฝนดาวตกเจมินิดส์แล้ว ยังมีฝนดาวตกชุดอื่นให้ชมกันอีก เช่น ฝนดาวตกพัพพิดส์-เวลิดส์ ในคืนวันที่ 9 ธันวาคม อัตราการตก 15 ดวงต่อชั่วโมง และฝนดาวตกเออร์ซิดส์ ในคืนวันที่ 22 ธันวาคม อัตราการตก 10 ดวงต่อชั่วโมง ฯลฯ ถือเป็นเดือนส่งท้ายปี ที่เหมาะแก่การสังเกตการณ์ฝนดาวตกเป็นอย่างยิ่ง

"ฝนดาวตกเจมินิดส์ เกิดจากการที่โลกเคลื่อนที่เข้าตัดกับกระแสธารของเศษหินและเศษฝุ่นขนาดน้อยใหญ่ที่ดาวเคราะห์น้อย 3200 เฟธอน ทิ้งไว้ในขณะเคลื่อนผ่านเข้ามาในระบบสุริยะชั้นใน เมื่อโลกโคจรผ่านเส้นทางดังกล่าว สายธารของเศษหินและฝุ่นของดาวเคราะห์น้อย จะถูกแรงดึงดูดของโลกดึงเข้ามาเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศโลกเกิดเป็นลำแสงวาบ หรือในบางครั้งเกิดเป็นลูกไฟที่มีสีสวยงาม (fireball) ฝนดาวตกแตกต่างจากดาวตกทั่วไป คือเป็นดาวตกที่มีทิศทางเหมือนมาจากจุดๆ หนึ่งบนท้องฟ้า เรียกว่า จุดศูนย์กลางการกระจาย (Radiant) เมื่อจุดศูนย์กลางการกระจายตรงหรือใกล้เคียงกับกลุ่มดาวอะไร ก็จะเรียกชื่อฝนดาวตกตามกลุ่มดาวนั้นๆ หรือดาวที่อยู่ใกล้กลุ่มดาวนั้น เช่น ฝนดาวตกกลุ่มดาวคนคู่ ฝนดาวตกกลุ่มดาวสิงโต เป็นต้น" ดร.ศรัณย์ กล่าว

ด้านนายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญการถ่ายภาพทางดาราศาสตร์ กล่าวถึง เทคนิคการถ่ายภาพฝนดาวตกว่า ควรใช้กล้องที่สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ ใช้ความไวแสงสูงตั้งแต่ ISO 1600 ขึ้นไป รวมทั้งการตั้งกล้องบนขาตั้งกล้องที่มั่นคง และใช้เลนส์มุมกว้าง เพื่อให้สามารถเก็บภาพท้องฟ้าให้ได้กว้างที่สุด โดยหันหน้ากล้องไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นทิศของศูนย์กลางการกระจายของฝนดาวตก และในการชมฝนดาวตกเจมินิดส์ในปีนี้ ควรเลือกสถานที่ท้องฟ้ามืดสนิท ปราศจากแสงไฟรบกวน เพราะจะสังเกตเห็นดาวตกที่มีความสว่างและสวยงามน่าตื่นตาตื่นใจมาก แต่ก็ควรระมัดระวังถึงความปลอดภัยด้วย

ส่วนวิธีการชมฝนดาวตกให้สบายที่สุดนั้น อาจใช้วิธีนอนรอชม หรือนั่งบนเก้าอี้ที่สามารถเอนนอนได้ เพื่อไม่ให้เกิดอาการเมื่อยคอ เนื่องจากการรอชมฝนดาวตกจะใช้ระยะเวลายาวนานมาก หันศีรษะไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และในช่วงเดือนธันวาคม เป็นช่วงที่มีอากาศหนาว จึงควรเตรียมอุปกรณ์กันหนาวให้พร้อม นอกจากนี้ ช่วงนี้มีไข้เลือดออกระบาดมาก จึงขอให้ระมัดระวังยุงที่เป็นพาหะของไข้เลือดออกด้วย อาจเตรียมยาทากันยุงเพื่อป้องกันไว้ด้วย 

ทั้งนี้ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ชวนคนไทยร่วมสังเกตการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ คืนวันที่ 14 ธันวาคม 2558 ในกิจกรรม "เปิดฟ้า...ตามหาดาว" ณ จุดสูงสุดแดนสยาม ซึ่งเป็นจุดที่ท้องฟ้าดีที่สุดในประเทศไทย ท่ามกลางบรรยากาศหนาวเย็นสุดขั้ว บริเวณยอดดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดที่ 0-5322-5569 ต่อ 305 หรือ www.narit.or.th รับจำนวนจำกัด 120 ท่านเท่านั้น ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมกิจกรรม

นอกจากนี้ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ ภูมิภาค ได้จัดกิจกรรมสังเกตปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์เช่นกัน ได้แก่ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา ในคืนวันที่ 12 ธันวาคม 2558 (สอบถามโทร. 0-4421-6254) และ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา คืนวันที่ 14 ธันวาคม 2558 (สอบถามโทร. 0-3858-9395) หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.narit.or.th หรือ www.facebook.com/NARITpage.