คดีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ “เสี่ยจืด” นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างระดับประเทศ ที่มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ เป็นผู้ต้องหาขับรถประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ต่อมาญาติได้เข้าร้องเรียน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ให้ตรวจสอบการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ มูลค่าเกือบ 300 ล้านบาท ให้กับ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาวท้องแก่ และ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์สาว ที่ส่อไปในทางทุจริต มีการออกหมายจับผู้ต้องหา 4 ราย ทั้งหมดเข้ามอบตัวแล้ว ส่วนคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ ตำรวจกองปราบปรามอยู่ระหว่างการคลี่คลายคดี
ความคืบหน้าในส่วนของผู้ต้องหาการโอนหุ้นล่าสุด พริตตี้สาวท้องแก่ได้คลอดลูกออกมาแล้ว โดยเมื่อวันที่ 10 ก.ย. นายเสกสรร เสนาชู ทนายความของ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาวท้องแก่ ที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนายชูวงษ์ เปิดเผยว่า น.ส. กัญฐณาได้คลอดลูกชายออกมาแล้ว ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา โดยเด็กทารกร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดี ขณะนี้ น.ส.กัญฐณา พริตตี้แม่ลูกอ่อน ได้ออกจากโรงพยาบาลไปพักฟื้นที่บ้านแล้ว ส่วนของคดีการโอนหุ้น ก่อนหน้านี้ น.ส.กัญฐณาได้ไปรายงานตัวตามกำหนดนัดแล้ว โดยมีความมั่นใจว่า มีหลักฐานเกี่ยวกับการโอนหุ้นอย่างถูกต้อง เพราะบริษัท AEC ได้ออกมาชี้แจงถึงขั้นตอนการโอนหุ้นว่าถูกต้องและเป็นลายเซ็นของนายชูวงษ์จริง
ด้าน น.ส.วันเพ็ญ ธนธรรมศิริ พี่สาวนายชูวงษ์ หรือเสี่ยจืด เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า ทราบข่าวการคลอดลูกชายของ น.ส.กัญฐณาแล้ว รู้สึกเฉยๆ ไม่ใส่ใจด้วย เพราะไม่มีความเกี่ยวพันกัน และมีความเชื่อมั่นมาตลอดว่าเด็กไม่ใช่ลูกของนายชูวงษ์ ส่วนคดีการโอนหุ้น ตำรวจกองปราบปรามมีหลักฐานหนาแน่นจึงออกหมายจับ น.ส.กัญฐณา
ส่วนความคืบหน้าคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. กล่าวว่า คดีการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ ไปยังบุคคลที่ 3 การสอบสวนมีความคืบหน้าไปกว่า 90% แล้ว โดยวันที่ 14 ก.ย. จะเรียกประชุมคณะทำงานเพื่อสอบถามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีทั้งหมด โดยยังไม่มีการพิจารณาออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม และยังไม่ได้พิจารณาสรุปสำนวนคดีนี้
พล.ต.ต.อัคราเดชกล่าวอีกว่า กรณีการตรวจสอบการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ ที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุหรือเป็นการฆาตกรรม ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี รอง ผบก.ป. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน มีการดำเนินการส่วนต่างๆไปหลายส่วนแล้ว ทั้งเรื่องการทดสอบเกี่ยวกับกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นใหม่ทั้งหมด การไล่กล้องวงจรปิดในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง มีการลงพื้นที่และแบ่งงานกันทำหลายฝ่าย รวมทั้งมีการประสานตรวจสอบผลการชันสูตรศพจากสถาบันนิติเวช และข้อมูลพิเศษที่ต้องประสานขอความร่วมมือจากภาคเอกชน อย่างไรก็ดี วันที่ 14 ก.ย. หลังจากประชุมคดีการโอนหุ้นเสร็จ จะเรียกประชุมคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ต่อเพื่อติดตามความคืบหน้าเพราะยังมีข้อสงสัยที่ต้องพิสูจน์หลายประเด็น ก่อนจะกำหนดแนวทางการดำเนินการต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนได้เดินทางไปสนามกอล์ฟ เลควูค คันทรีคลับ สอบพนักงานเสิร์ฟ แคดดี้ และพนักงานที่คอยดูแลเรื่องการออกรอบ เพื่อดูเรื่องเวลาตั้งแต่นายชูวงษ์มาถึงทำอะไรบ้าง และออกจากสนามกอล์ฟไปเวลาเมื่อไหร่ รวมถึงตรวจสอบระยะทางว่าใช้เส้นไหน จนถึงที่เกิดเหตุ โดยขั้นตอนต่อไปกำลังประสานเรื่องการนำรถยนต์คันเกิดเหตุของ พ.ต.ท.บรรยินมาตรวจสอบใหม่อีกครั้งด้วย