รวบ พล.ต.ท.เก๊ แต่งชุดสุดเท่ อ้างคนสนิท ‘พงศพัศ’ รอง ผบ.ตร.สังกัดหน่วยปราบปรามยาเสพติด อุปโลกน์ตัวเองเป็นผู้บัญชาการไก่ ฉายา อินทรีดำ อ้างหลงใหลในชุดเครื่องแบบ เมียสุดช็อกอยู่กินมากว่า 20 ปี โดยไม่รู้ว่าผัวเป็นตำรวจปลอม...
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 ส.ค. ที่กองกำกับการ 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 3 อ.เมืองนครราชสีมา พล.ต.ต.ปกรณ์ เสริมสุวรรณ ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.ประสงค์ เรืองเดช รอง ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.วีระพันธุ์ ทันใจ รอง ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.ธรรมนูญ ฉิมวงษ์ ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.ไฟโรจน์ ขุนหมื่น ผกก.สส.1 พ.ต.ท.นิรันทร์ แก้วอิน รอง ผกก.สส.2 ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายภูมิพัฒน์ เลิศธนาอนันต์ หรือ พล.ต.ท.ภูมิพัฒน์ เลิศธนาอนันต์ หรือ ผู้บัญชาการไก่ อายุ 48 ปี
ทั้งนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องหารายนี้ ได้ที่บ้านพักเลขที่ 302/2-3 ถ.อัษฎางค์ อ.เมืองนครราชสีมา ตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา เลขที่ 193/2558 ลงวันที่ 14 ส.ค.2558 ในข้อหาแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ มีของกลางเป็นชุดข้าราชการตำรวจสีกากี มีเครื่องหมายตราประดับยศ พล.ต.ท. เต็มขั้น พร้อมหมวก เสื้อเกราะ เสื้อคลุมมีตราสัญลักษณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระเป๋าสะพาย กระเป๋าเดินทางบรรจุเอกสารส่วนตัว แต่ไม่มีบัตรประจำตัวที่แสดงว่าเป็นข้าราชการตำรวจ ที่สำคัญมีอาวุธปืนพกสั้นทั้งแบบออโตเมติก ลูกโม่ ขนาดต่างๆ หลายยี่ห้อ รวม 7 กระบอก ตรวจสอบพบมีใบอนุญาตแค่ 5 กระบอก พร้อมกระสุนจำนวนมาก
...
สำหรับพฤติกรรม นายภูมิพัฒน์ หรือผู้บัญชาการไก่ พบว่าก่อนหน้านี้ได้แต่งกายเครื่องแบบข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับ พล.ต.ท.มีการถ่ายภาพลงเฟชบุ๊ก แต่ตำรวจชั้นผู้น้อยผู้ปฏิบัติการหลายคน สงสัยว่า มีตำรวจระดับนายพลชื่อนี้หน้าตาแบบนี้อยู่ใน จ.นครราชสีมาด้วยหรือ เพราะไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยร่วมปฏิบัติงานใดๆ ด้วยเลย จึงตรวจเช็กประวัติพบว่าเป็น พล.ต.ท.เก๊ ทางพนักงานสอบสวนจึงขออนุมัติศาล ออกหมายจับ
จากการสอบสวน นายภูมิพัฒน์ หรือที่อุปโลกน์ตัวเองเป็น ผู้บัญชาการไก่ ในครั้งแรกยืนยันเสียงแข็งและพูดหน้าตาเฉยว่า ตนเองเป็นตำรวจจริง รับราชการตำรวจมานาน 23 ปี ปัจจุบันสังกัดกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และเป็นคนสนิทของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ปฏิบัติหน้าที่หน่วยปราบปรามยาเสพติด ฉายา อินทรีดำ ปกติทำหน้าที่สืบราชการลับเกี่ยวกับคดียาเสพติดในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเปิดโอกาสให้ นายภูมิพัฒน์ หาหลักฐานแสดงตัวว่า เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ระดับผู้บัญชาการจริง เช่น บอกให้โทรศัพท์หา พล.ต.อ.พงศพัศ เพื่อยืนยันว่าเป็นตัวจริง ก็บ่ายเบี่ยงว่าเวลานี้นายติดประชุม ไม่สะดวกรับสาย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ลองให้แต่งเครื่องแบบดู ปรากฏว่า นายภูมิพัฒน์รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งเครื่องแบบนายพลตำรวจเต็มยศแบบไม่เคอะเขิน ทั้งยังยืนถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวภรรยาของนายภูมิพัฒน์ มาเพื่อสอบสวน ปรากฏว่าภรรยามีอาการตกใจหน้าซีด ไม่คิดว่าสามีตัวเองจะถูกจับในข้อหาเป็นตำรวจปลอม และไม่ยอมให้การใดๆ กับเจ้าหน้าที่ บอกแต่เพียงว่า เข้าใจมาตลอดว่าสามีเป็นตำรวจระดับนายพลจริงๆ ไม่คิดว่าสามีจะเป็นตำรวจเก๊ เพราะตั้งแต่อยู่กินกันมานานกว่า 20 ปี สามีไม่ค่อยอยู่บ้าน ก่อนที่ทั้งสองจะทำความเข้าใจกันและฝ่ายภรรยาขอให้สามียอมรับสารภาพ จนนายภูมิพัฒน์ยอมสารภาพแต่โดยดีว่า แต่งกายเลียนแบบตำรวจจริง เพราะคลั่งไคล้หลงใหลเครื่องแบบตำรวจมาตั้งแต่เด็ก
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนขยายผลว่า นายภูมิพัฒน์ ผู้ต้องหามีพฤติกรรมอ้างตัวเป็นตำรวจระดับผู้บัญชาการ เพื่อหลอกลวงผู้อื่นหรือกระทำการสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ ด้วยหรือไม่ เนื่องจากผู้ต้องหามีฐานะทางการเงินค่อนข้างดี มีรถยนต์หรู มีสร้อยคอทองคำหลายเส้น และครอบครองอาวุธปืนหลายกระบอก ทั้งๆ ที่ครอบครัวมีธุรกิจหอพักให้เช่าเพียงไม่กี่ห้องเท่านั้น.