ภรรยา-พี่สาว “เสี่ยจืด-ชูวงษ์” เดินทางไปแพทยสภาฯยื่นหนังสือ ให้พิจารณาการตรวจศพเพิ่มเติม เพราะข้อมูลบางอย่างขาดหาย อาจส่งผลต่อรูปคดี มั่นใจไม่ตายจากอุบัติเหตุ เตรียมยื่นเรื่องไปที่บริษัทของรถยนต์คันเกิดเหตุช่วยตรวจสอบ ยกคดี 2 แม่-ลูกศรีธนะขัณฑ์เป็นตัวอย่าง ขณะที่ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาวที่ตั้งครรภ์ ยังไร้วี่แววติดต่อไม่ได้ ผบ.ตร.สั่งตามตัวด่วน คาดอาทิตย์หน้าสามารถออกหมายจับได้ 2-3 คน ส่วนพอร์ตหุ้นที่เปิดในชื่อผู้ตายอ้างว่าเตรียมตั้งพรรคการเมืองนั้น พ.ต.ท.บรรยินให้การขัดกับโบรกเกอร์ที่ดูแลอย่างชัดเจน
คดีการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ “เสี่ยจืด-ชูวงษ์ แซ่ตั๊ง” นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างระดับประเทศ ที่มี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต รมช.พาณิชย์ ตกเป็นผู้ต้องหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ภายหลังญาติผู้ตายเข้าพบ ผบ.ตร. เพื่อขอให้รื้อฟื้นคดี เนื่องจากพบเอกสารผู้ตายโอนหุ้นมูลค่าเกือบ 300 ล้านบาท ให้หญิงสาว 2 ราย ในลักษณะผิดปกติ โดยตำรวจนครบาลอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานสรุปสาเหตุการตาย ส่วนตำรวจกองปราบฯรับผิดชอบประเด็นการโอนหุ้น เตรียมรวบรวมหลักฐานขอออกหมายจับ ขณะที่ ผบ.ตร. ออกโรงเตือนผู้เกี่ยวข้องรีบเข้าพบตำรวจด่วนเพื่อความปลอดภัยเพราะอาจมีการทำลายพยานบุคคลและวัตถุพยาน
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 13 ส.ค. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวว่า มีความเป็นห่วงพยานและผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้งหมด เนื่องจากตำรวจยังไม่สามารถติดต่อ 1 ในพยานปากสำคัญได้ โดยเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย หากพยานคนดังกล่าวไม่ได้ตั้งใจหายตัวไป ขอให้ติดต่อกลับ ตำรวจด่วนเพื่อความปลอดภัย ส่วนกรณีการตรวจสอบคลิปเสียงการโอนหุ้นของผู้ตายนั้น คาดว่าต้องใช้เวลาตรวจสอบอีกระยะ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องใช้เทคโนโลยีพิสูจน์ทราบ ขณะที่การออกหมายจับเป็นหน้าที่พนักงานสอบสวน อาจออกหมายจับมากกว่าจำนวนที่ตำรวจกองปราบฯเรียกมาสอบสวน ส่วนการโอนหุ้นและการเสียชีวิตของนายชูวงษ์จะเชื่อมโยงกันหรือไม่ยังไม่ได้รับรายงาน
มีรายงานข่าวว่า ชุดทำงานกองปราบฯอยู่ระหว่างเร่งติดตามกลุ่มบุคคลที่เข้าข่ายรู้เห็นการโอนหุ้นของผู้ตาย โดยเฉพาะการขาดการติดต่อของ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล พริตตี้สาวที่ตั้งครรภ์ ติดต่อไม่ได้นานกว่า 1 สัปดาห์ ซึ่ง ผบ.ตร. เน้นย้ำสั่งการให้ติดตามตัวมาโดยเร็ว เพราะเกรงว่าอาจมีการทำลายวัตถุพยาน พยานบุคคล และพยานหลักฐานจากผู้อยู่เบื้องหลัง โดยตำรวจพยายามติดต่อ น.ส.กัญฐณาทางโทรศัพท์มือถือและส่งชุดติดตามไปที่บ้านแต่ไม่พบ ต้องประสานผ่านทางทนายความให้มาพบตำรวจเพื่อสอบถามประเด็นเพิ่มเติม ส่วนเรื่องการออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องการโอนหุ้นทั้งหมด ทราบว่าสัปดาห์หน้าจะสามารถขอศาลออกหมายจับประมาณ 2-3 คน นอกจากนี้ในส่วนของคลิปเสียงสนทนายืนยันการโอนหุ้น ตำรวจส่งไปให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ ปรากฏว่ากองพิสูจน์หลักฐานไม่สามารถตรวจสอบได้ ต้องส่งให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบ เบื้องต้นพบคลิปสนทนาซื้อ-ขายหุ้นที่ตรวจยึดได้จาก บล.เออีซี จก. (มหาชน) แตกต่างกับเส้นเสียงของผู้ตายอย่างชัดเจน
สำหรับกรณีที่ พ.ต.ท.บรรยินชี้แจงว่า เมื่อครั้งที่นายชูวงษ์ยังมีชีวิต ได้มีการลงขันระหว่างเพื่อน วปอ. ระดมทุนซื้อหุ้นเพื่อจัดตั้งพรรคการเมือง ขั้นแรกตั้งเป้าระดมเงิน 5,000 ล้านบาท อยู่ระหว่างดำเนินการทำให้มีวงเงินในพอร์ตเพียง 500 ล้านบาท พอร์ตดังกล่าวอยู่ในรูปแบบของคณะกรรมการใช้ชื่อของผู้ตายเป็นเจ้าของ แต่มี พ.ต.ท.บรรยินเป็นผู้บริหาร ทำหน้าที่ซื้อ-ขาย ออกคำสั่งทั้งหมด เมื่อตรวจสอบพบมีพอร์ตหุ้นในชื่อนายชูวงษ์เพียง 1 พอร์ต ส่วนอีกหนึ่งพอร์ตเป็นของกลุ่ม วปอ. มีเงินเพียง 40 ล้านบาทเท่านั้น ขัดแย้งกับคำให้การของนายนัฐพล เฉลิมพจน์ โบรกเกอร์ บล.เออีซี จก. (มหาชน) ให้การว่ามีการลงทุนจริง เปิดพอร์ตเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.57 จำนวน 20 ล้านบาท ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ธ.ค.57 ลงเงินเพิ่มอีก 10 ล้านบาท โดยแจ้งวัตถุประสงค์เป็นการลงทุนเพื่อนำเงินหรือผลกำไรไปสังสรรค์ จัดงานเลี้ยง ทำกิจกรรมใน วปอ.เท่านั้น ไม่ได้เป็นการระดมทุนตั้งพรรคการเมือง มีการซื้อหุ้นต่างๆของ บ.อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ จก. (มหาชน) หรือ IFEC บ.ซูปเปอร์บล๊อก จก. (มหาชน) หรือ super บ.บริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จก. (มหาชน) หรือ GENCO บ.แอดวานซ์ อินโฟร์-เซอร์วิส จก. (มหาชน) หรือ ADVANC บ.พลังงานบริสุทธิ์ จก. (มหาชน) หรือ EA และหุ้น MPLS โดยมีผู้ที่ลงขันเพียงไม่กี่ราย ซึ่งผู้ตายลงเงิน 10 ล้านบาท ส่วน พ.ต.ท.บรรยิน ลงเงิน 5 ล้านบาท นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสังเกตการณ์บ้านเลขที่ 1217 ซอยแฮปปี้แลนด์ 1 แยก 3 หมู่บ้านเสนา 84 แยก 24-25 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. ของ น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล โบรกเกอร์สาวอีกคนที่นายชูวงษ์โอนหุ้นให้พบว่าบ้านปิดเงียบไม่มีผู้พักอาศัยแต่อย่างใด
อีกด้าน ที่แพทยสภาฯ น.ส.วันเพ็ญ ธนธรรมสิริ และนางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง พี่สาวและภรรยาของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊งเดินทางไปยื่นเอกสารให้แพทยสภาฯพิจารณาการตรวจศพเพิ่มเติม น.ส.วันเพ็ญกล่าวว่า เนื่องจากเอกสารรายงานการตรวจศพของสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร. ซึ่งได้มาจาก สน.อุดมสุข ต่างกับที่ผู้สื่อข่าวได้รับเอกสารที่ญาติได้รับมีข้อมูลที่หายไป คือ ข้อมูลที่ระบุว่า “แผลบวมช้ำที่ศีรษะด้านขวาขนาด 5×4 ซม.” ขาดหายไป หลักฐานเหล่านี้ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่มีผลต่อรูปคดี นอกจากนี้ยังพบว่ารูปถ่ายวันเกิดเหตุ สถาบันนิติเวชฯมีเพียง 2 ใบ ต่างจากที่ญาติมี ขอให้แพทยสภาฯตรวจสอบกรณีนี้ด้วยว่าตามมาตรฐานแล้วการมีรูปถ่ายเพียง 2 ใบ เป็นไปได้หรือไม่ หลังจากนี้จะยื่นเอกสารชุดเดียวกันนี้ไปให้กับราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทย พร้อมเตรียมยื่นเรื่องไปยังสำนักงานใหญ่ บ.โตโยต้ามอเตอร์แห่งประเทศไทย และสำนักงานใหญ่ที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อขอให้ตรวจสอบมาตรฐานของรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุสามารถทำให้เสียชีวิตได้จริงหรือไม่ เรื่องนี้เคยมีตัวอย่างมาแล้วในคดีของครอบครัวศรีธนะขัณฑ์ ที่ภายหลังบริษัทเมอร์เซเดส เบนซ์ ลงมาตรวจสอบเรื่องมาตรฐานของรถกับลักษณะการเกิดอุบัติเหตุแล้วพบว่าไม่ได้เป็นการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ส่งผลให้คดีพลิกตามมา ขณะนี้ญาติค่อนข้างมั่นใจว่านายชูวงษ์ไม่ได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่ขอตอบว่าการเสียชีวิตครั้งนี้เชื่อมโยงกับการโอนหุ้นหรือไม่
นางศิริรัตน์ แซ่ตั๊ง ภรรยานายชูวงษ์ กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าสามีจะโอนหุ้นให้กับพริตตี้สาว 2 คน ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาเรื่องชู้สาว เป็นคนรักครอบครัว จึงทำทุกอย่างเพื่อทวงศักดิ์ศรีและความเป็นธรรมให้กับผู้ตาย
ขณะที่ นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภาฯ กล่าวว่า เตรียมส่งเรื่องไปให้ราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทย ให้ดำเนินการโดยเร็ว แพทยสภาฯจะไม่ยุ่งกับรูปคดี แต่จะให้ความเป็นธรรมด้านการแพทย์ ต้องตรวจสอบเอกสารว่าเอกสารชุดใดเป็นของจริงเพราะข้อมูลไม่ครบถ้วนจะมีผลต่อการพิจารณา ข้อมูลเหล่านี้เปรียบเหมือนกับเวชระเบียนที่เป็นไปไม่ได้ที่จะมีข้อมูลหายไป 1 ข้อ ถ้ามีมูลพบเป็นการปลอมแปลงเอกสาร ต้องตั้งคณะกรรมการสอบจริยธรรมแพทย์ หากพบว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสารจริงๆจะมีบทลงโทษไปตามขั้นตอน ตั้งแต่การตักเตือน พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ อย่างกรณีการปลอมเอกสารในคดีครอบครัวศรีธนะขัณฑ์ ก็มีการพักใช้ใบอนุญาตแพทย์ที่กระทำผิดไปแล้ว
...