วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พลังศรัทธาแห่สักการะ ย้ายสรีระพ่อคูณ จากศาลา 25 ปีไปอยู่หอประชุมมข. (ชมคลิป)

พลังศรัทธาแห่สักการะ ย้ายสรีระพ่อคูณ จากศาลา 25 ปีไปอยู่หอประชุมมข. (ชมคลิป)

  • Share:

พิธีพระราชทานเพลิงเดือนมิ.ย.61

คลื่นมหาชนแห่กราบไหว้สรีระสังขารหลวงพ่อคูณกันแน่น โดยจัดพิธีสวดอภิธรรม 7 วัน แล้วนำร่างไปดองในอ่างแก้ว 1 ปี ก่อนจะไปเป็น “ครูใหญ่” ขณะที่คณบดีแพทยศาสตร์ มข.ย้ำ พิธีการทุกอย่างทำอย่างเรียบง่ายตามพินัยกรรมทุกอย่าง เผยหลวงพ่อคูณมอบเงินไว้ให้ล่วงหน้าสำหรับใช้จัดพิธีศพ สาเหตุที่ประชุมไม่อนุญาตให้ลูกศิษย์นำสรีระไปวัดบ้านไร่ เพราะไม่เป็นไปตามพินัยกรรม อีกทั้งจะนำศพออกมาลำบาก ส่วนวงการพระเครื่องสุดฮิตพระหลวงพ่อคูณทุกรุ่นพาเหรดขึ้นราคา ขณะที่วัดบ้านไร่จัดพิธีสวดคู่กันนาน 100 วัน

จากการละสังขารของพระเทพวิทยาคมหรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งภาคอีสานสร้างความเศร้าสลดให้กับพุทธศาสนิกชนทั้งในและต่างประเทศ และจากการเปิดพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณได้บริจาคร่างกายให้เป็นอาจารย์ใหญ่กับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หลังจากนั้นให้จัดพิธีศพอย่างเรียบง่าย ส่วนสรีระของหลวงพ่อคูณได้เคลื่อนจาก รพ.มหาราชนครราชสีมาไปตั้งไว้ที่ศาลา 25 ปี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเพื่อบำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 7 วัน

แห่กราบสรีระ “หลวงพ่อคูณ”

หลังจากที่เคลื่อนย้ายสรีระพระเทพวิทยาคมหรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ จาก รพ.มหาราชนครราชสีมามาไว้ที่ศาลา 25 ปี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งแต่คืนวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่าตั้งแต่เช้าวันที่ 17 พ.ค. ที่ศาลา 25 ปี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้มี พุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์จากทั่วสารทิศที่ได้ทราบข่าวการมรณภาพของหลวงพ่อคูณ ต่างพากันนำดอกบัวและพวงมาลัยมาต่อแถวกันยาวเยียดเพื่อเข้ากราบไหว้สักการะสรีระโดยมีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นและเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เมืองขอนแก่น และใกล้เคียงคอยอำนวยความสะดวกและคอยดูแลรักษาความเรียบร้อย ขณะที่ รพ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดทีมแพทย์ พยาบาลมาตั้งโต๊ะดูแลเรื่องคนเจ็บป่วยที่เดินเข้ามากราบสรีระสังขารซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ นอกจากนี้ศิษยานุศิษย์ได้ตั้งโรงทานบริการฟรีข้างศาลา 25 ปี

สวดอภิธรรมศพนาน 7 วัน

ศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า กำหนดการเคลื่อนสรีระหลวงพ่อคูณนั้น ในช่วงเช้าจะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ากราบสักการะที่ศาลา 25 ปีก่อน จากนั้นเวลา 14.00 น. จะมีพิธีสงฆ์ ก่อนเคลื่อนสรีระของท่านไปที่หอประชุมกาญจนาภิเษก ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ต่อมาเวลา 16.00 น.จะมีพิธีสงฆ์อีกรอบ และเวลาประมาณ 19.00 น.จะมีพิธีอัญเชิญพวงมาลาพระราชทานของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ มาที่หอประชุมกาญจนาภิเษกและมีพิธีสวดพระอภิธรรม โดยจะสวดพระอภิธรรมประมาณ 1 ทุ่มทุกวันจนถึงวันที่ 23 พ.ค.นี้รวมเวลา 7 วัน

พิธีทุกอย่างทำตามพินัยกรรม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณระบุไว้ว่า ขอให้จัดแบบเรียบง่าย ทางคณะแพทย์ได้ดำเนินการอย่างไร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข.กล่าวว่า เราได้ทำตามพินัยกรรมระบุไว้ทุกประการ เช่น พวงมาลาพระราชทาน เป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระองค์ทรงรับทราบและได้พระราชทาน โดยทางญาติหรือคณะลูกศิษย์ไม่ได้ขอพระราชทานนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ได้พระราชทานมา ส่วนการจัดงานต่อจากนี้ไปหลังจากสวดครบ 7 วันจะนำร่างของหลวงพ่อคูณไปดองในอ่างแก้วประมาณ 1 ปี ก่อนนำมาใช้ในการศึกษาประมาณ 2 ปี เมื่อสิ้นสุดแล้วหลวงพ่อคูณไม่ประสงค์ที่จะให้รับพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษแต่ให้ทำเหมือนอาจารย์ใหญ่ทั่วๆไป แต่เนื่องจากครูใหญ่จะได้รับพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษมาหลายปีติดต่อกันแล้ว ซึ่งหลวงพ่อคูณก็เป็นหนึ่งในครูใหญ่ที่จะต้องได้รับพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษเช่นเดียวกัน

มอบเงินไว้ล่วงหน้าเพื่อจัดงานศพ

รศ.นพ.ชาญชัยกล่าวอีกว่า เมื่อได้เผาร่างของหลวงพ่อคูณแล้ว ท่านได้ระบุในพินัยกรรมให้นำสรีระอังคารไปลอยที่แม่น้ำโขงที่ จ.หนองคาย ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ มข. จะดำเนินการตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรมทุกประการรวมทั้งค่าใช้จ่ายในการจัดงานคราวนี้ด้วย หลวงพ่อคูณได้บริจาคเงินจำนวนหลายแสนบาทไว้ก่อนหน้านี้แล้วเมื่อปี 2536 เตรียมการไว้ใช้สำหรับในงานของท่าน ในพินัยกรรมระบุให้นำเงินส่วนนี้มาใช้และเมื่อประชาชนมาร่วมงานสรีระของท่าน ถ้าได้รับเงินบริจาคก็ให้นำเงินส่วนนี้มาใช้และหากมีเหลือก็ให้นำไปสงเคราะห์พระที่อาพาธและชราภาพที่เข้ามารักษาใน รพ.ศรีนครินทร์เป็นเจตจำนงของหลวงพ่อคูณ

มั่นใจรองรับคลื่นมหาชนได้

ในส่วนของการเตรียมการรองรับประชาชนที่จะเข้ามากราบสรีระหลวงพ่อคูณ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. กล่าวว่า ได้จัดเตรียมที่จอดรถและการรักษาความปลอดภัย ทั้งโรงทานอาหารต่างๆ เมื่อเคลื่อนขบวนไปยังหอประชุมกาญจนาภิเษกแล้ว สถานที่จุดนี้กว้างขวางมากชั้นบนจุคนได้ถึง 5 พันคน ส่วนชั้นล่างสามารถตั้งโรงทานและมีที่ให้ประชาชนได้พักผ่อน ด้านหน้าหอประชุมสามารถตั้งเต็นท์ได้ที่จอดรถสามารถจุได้ถึง 3 พันคัน และโดยรอบยังจอดได้อีก คิดว่าน่าจะเพียงพอที่จะรองรับศรัทธาของพี่น้องประชาชนที่จะเข้ามาสักการะสรีระของหลวงพ่อคูณ “ในพินัยกรรมระบุชัดเจนว่าหลวงพ่อมอบหมายให้คณะแพทยศาสตร์ มข. นอภ.ด่านขุนทด และศึกษาธิการอำเภอด่านขุนทดเป็นผู้จัดการทุกอย่างให้เป็นไปตามพินัยกรรมซึ่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดีทั้งในเรื่องการจัดการต่างๆ ทั้ง จ.ขอนแก่นและนครราชสีมา เราจะต้องจัดให้สมเกียรติของหลวงพ่อคูณ” รศ.นพ.ชาญชัยกล่าว

ดองสรีระ 1 ปีก่อนเป็น “ครูใหญ่”

ในส่วนของขั้นตอนในการดองสรีระของหลวงพ่อคูณ มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข.กล่าวว่า ตอนนี้แพทย์ได้ฉีดยารักษาสภาพสรีระไว้แล้ว จากนั้นจะนำไปดองในน้ำยา ถ้าเป็นครูใหญ่ทั่วๆ ไปจะต้องดองในอ่างรวมกับร่างอื่นๆ แต่ของหลวงพ่อคูณ คณะแพทย์ได้จัดทำอ่างแก้วชนิดพิเศษที่จะดองร่างท่านองค์เดียว โดยจะนำไปตั้งไว้ที่ชั้น 4 ภาค วิชากายวิภาคศาสตร์ มข.โดยในระหว่างการดองหนึ่งปี ในเบื้องต้นคิดว่าจะเปิดโอกาสให้ลูกศิษย์และประชาชนเข้ากราบสักการะได้ จากวันที่ 23 พ.ค.นี้เป็นต้นไปจนครบ 1 ปี หลวงพ่อคูณจะเป็นครูใหญ่ จากนั้นจะมีการผ่าสรีระท่านเพื่อการศึกษา ระหว่างนี้จะไม่มีการเปิดให้สักการะเพื่อความเหมาะสม แต่ประชาชนจะมีโอกาสร่วมพิธีอีกครั้งในงานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ในอีก 3 ปีข้างหน้า ประมาณเดือน มิ.ย.2561 คาดว่าจะจัดที่วัดหนองกุง จ.ขอนแก่น ในพินัยกรรมระบุว่าให้นำร่างไปเผาที่วัดหนองแวง พระอารามหลวง หรือวัดอื่นๆ ที่คณะแพทย์ศาสตร์เห็นสมควร

เผยกลุ่มลูกศิษย์ยื้อแย่งสรีระ

นอกจากนี้ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข.ยังเล่าถึงเบื้องหลังในที่ประชุมร่วมกับกรรมการวัดบ้านไร่และ ผวจ.นครราชสีมา ก่อนที่จะเคลื่อนสรีระหลวงพ่อคูณมาที่คณะแพทยศาสตร์ มข.ว่า ในที่ประชุมมีการต่อรองระหว่างกลุ่มลูกศิษย์กับ ผวจ.นครราชสีมาและคณะแพทยศาสตร์ มข.โดยลูกศิษย์ส่วนใหญ่ต้องการที่จะนำร่างหลวงพ่อคูณไปไว้ที่วัดบ้านไร่ โดยต่อรองขอไว้เพียง 1 วัน แต่ ผวจ.นครราชสีมาและทีมแพทย์ยืนยันว่าจะต้องทำตามพินัยกรรมที่หลวงพ่อสั่งไว้ โดยให้คณะแพทย์ มข. ศึกษาธิการอำเภอด่านขุนทดและ นอภ.ด่านขุนทดเป็นผู้จัดการเท่านั้น นอกจากนี้ญาติๆ หลวงพ่อคูณ ขอให้ทำตามพินัยกรรมอย่างเคร่งครัด เพราะเกรงว่าจะมีการนำร่างของท่านไปหาผลประโยชน์ ที่สำคัญหากนำไปไว้ที่วัดแล้วเกรงว่าจะนำร่างหลวงพ่อคูณออกจากวัดยากมาก จนในที่สุด ผวจ.นครราชสีมายืนยันว่าต้องนำสรีระมาที่คณะแพทยศาสตร์ มข.ตามพินัยกรรมเท่านั้น ทุกอย่างจึงจบลงด้วยดี

แจงขั้นตอนนำสรีระเป็นครูใหญ่

ด้าน ผศ.นพ.ยรรยง ทุมแสง หน.ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวถึงการดองสรีระหลวงพ่อคูณว่า หลังจากใช้น้ำยาตรึงเนื้อเยื่อ น้ำยาทำให้เนื้อเยื่อนุ่มและน้ำยาป้องกันเชื้อราโดยใช้เวลาดองศพเป็นเวลา 1 ปี ตามภาษากายวิภาคเรียกว่า “ศพสุก” แล้วจึงนำมาใช้ในการศึกษาของนักศึกษาแพทย์ ขั้นตอนนี้เรียกว่าชำแหละร่าง (Dissection) หลักการคือการทำให้เนื้อเยื่อเสียหายน้อยที่สุดเพื่อให้เห็นโครงสร้างของร่างกายอย่างชัดเจน สำหรับสรีระของหลวงพ่อคูณนั้นจะใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านกายวิภาคเป็นผู้ชำแหละศพเท่านั้นให้ศพเสียหายน้อยที่สุดและให้นักศึกษาแพทย์หรือผู้ที่สนใจได้เข้ามาศึกษา ไม่ได้ให้นักศึกษาเป็นผู้ชำแหละให้เห็นโครงสร้างความสัมพันธ์ส่วนต่างๆของร่างกาย ก่อนหน้านี้มีพระสงฆ์ส่วนใหญ่ในภาคอีสานบริจาคสังขารให้กับภาควิชากายวิภาคเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่า ภาควิชากายวิภาคมีครูใหญ่มากที่สุดในประเทศไทย ตามคตินิยมของชาวอีสานที่เชื่อว่าการบริจาคร่างกายถือเป็นการทำกุศลครั้งใหญ่

โชว์แบบร่างอ่างแก้วดองศพ

ต่อมา ผศ.นพ.ยรรยง ทุมแสง ได้นำแบบร่างอ่างแก้วที่สำหรับดองสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ ซึ่งออกแบบโดยนายสุวัฒน์ ชะตางาม หน.สาขาวิชาประติมากรรม มรภ.นครราชสีมา มาเสนอให้คณะผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น พิจารณา ทั้งนี้แบบร่างอ่างแก้วดังกล่าว เขียนเป็นลวดลายไทยเป็นแก้วแกะสลักอย่างสวยงาม แบ่งเป็นห้องจำนวน 3 ห้อง โดยตรงกลางจะเป็นโล่งแก้วบรรจุสรีระสังขาร ของหลวงพ่อคูณ เพื่อให้ลูกศิษย์ลูกหาได้เข้ามากราบสักการะ ซึ่งแบบร่างดังกล่าวจะนำเสนอให้กับคณบดีคณะแพทย์ได้รับทราบต่อไป

เน้นการจัดพิธีตามพินัยกรรม

ที่ห้องประชุมเสียงแคน ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายประเสริฐ ฤาชาธนานนท์ รอง ผวจ.ขอนแก่น นายกิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมกำหนดพิธีการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธและการอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ การจัดเตรียมสถานที่ภายในศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน ทั้งนี้ อธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า การดำเนินการตามพิธีการต่างๆ ต้องเป็นไปตามพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณและวัฒนธรรมประเพณีของ จ.ขอนแก่น ส่วนเรื่องเครื่องเกียรติยศตามสมณศักดิ์พระเทพวิทยาคมนั้น ได้ประสานกับสำนักพระราชวังแล้ว และได้รับแจ้งว่าจะไม่มีเครื่องเกียรติยศพระราชทาน ตามความประสงค์ของหลวงพ่อที่ระบุไว้ในพินัยกรรมก่อนมรณภาพ มีเพียงพวงมาลาพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์รวม 12 พวงเป็นการส่วนพระองค์

เปิดสักการะตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะที่นายกิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยได้จัดเตรียมพื้นที่จัดงานบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมสรีระสังขารหลวงพ่อคูณที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษกไว้เป็น 2 ส่วนคือภายในศูนย์ประชุมฯ จะเป็นเก้าอี้นั่งทั้งหมด สามารถรองรับคนได้ 3,000 คน ส่วนภายนอกศูนย์ประชุมฯ ที่จัดเป็นพื้นที่ปูเสื่อรองรับคณะศิษยานุศิษย์ได้ไม่จำกัดจำนวน นอกจากนี้กองอำนวยการจัดงานฯ ยังได้กำหนดให้คณะศิษยานุศิษย์ได้เคารพศพในภายในศูนย์ประชุมฯ ในช่วงวันที่ 17-23 พ.ค. ระหว่างเวลา 06.00-22.00 น.เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม คณะศิษยานุศิษย์สามารถมาสวดมนต์อุทิศส่วนกุศลหรือมาเคารพสักการะสรีระสังขารหลวงพ่อคูณได้ตลอด 24 ชั่วโมง บริเวณโรงธรรม ด้านหน้าทางเข้าภายในศูนย์ประชุมฯ

เคลื่อนย้ายสรีระไปศูนย์ประชุมฯ

ต่อมาเวลา 14.00 น. มีพิธีเคลื่อนสรีระหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ จากศาลา 25 ปีมหาวิทยาลัยขอนแก่นไปยังศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มข. และก่อนที่จะเคลื่อนขบวน พระราชปริยัติโสภณ เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผวจ.ตรัง เป็นประธานฝ่ายฆราวาสโดยมีพระเถระ 10 รูปทำพิธีสวดมาติกาบังสุกุล ก่อนนำสรีระหลวงพ่อคูณที่อยู่โลงเย็นขึ้นรถเคลื่อนย้ายและมีกำลัง สห.จากมณฑลทหารบกที่ 23 จ.ขอนแก่น เป็นผู้แบกโลงบรรจุสรีระหลวงพ่อคูณขึ้นรถปิกอัพที่ตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวและริ้วผ้าสีทองอย่างเรียบง่าย ในขบวนมีนายสมบูรณ์ โสตถิอนันต์ เลขานุการส่วนตัวหลวงพ่อคูณเป็นผู้ถือรูปหลวงพ่อคูณนำหน้าโลงและมีรถตำรวจทางหลวงนำหน้า ออกจากอาคาร 25 ปีไปยังศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก ตลอดสองข้างทางมีพุทธศาสนิกชนยืนพนมมือไหว้ตลอดเส้นทาง กระทั่งถึงศูนย์ประชุมอเนกประสงค์ฯ

อัญเชิญพวงมาลาตั้งในพิธี

จากนั้นเวลา 15.00 น. พระราชปริยัติโสภณ เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น พร้อมพระเถระ 10 รูป ร่วมสวดมาติกาบังสุกุลโดยมีนายกำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.ขอนแก่น นายกิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธาน ขณะที่ นพ.ชายชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข.กล่าวว่า สรีระของหลวงพ่อคูณได้เปลี่ยนมาใส่โลงแก้วที่สามารถปรับอุณหภูมิได้เพื่อให้ประชาชนเข้ากราบสักการะก่อนที่จะประกอบพิธีทางศาสนาตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรมทั้งหมด นอกจากนี้ในช่วงค่ำวันเดียวกัน นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.ขอนแก่นจะเป็นผู้อัญเชิญพวงมาลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ มาตั้งไว้ที่หน้าโลงศพหลวงพ่อคูณด้วย

กราบไหว้หุ่นขี้ผึ้งที่วัดบ้านไร่

ส่วนที่วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา หลังจากหลวงพ่อคูณละสังขารและสรีระสังขารนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว บรรยากาศภายในวัดยังคงมีศิษยานุศิษย์เดินทางมาชมพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ วิหารเทพวิทยาคม กลางสระน้ำวัดบ้านไร่เหมือนเดิมแต่จำนวนไม่มากเหมือนเมื่อสมัยที่หลวงพ่อคูณยังมีชีวิต ขณะที่นายธวัฒน์ชัย แสนประสิทธิ์หรือกำนันป่อง กำนัน ต.กุดพิมานและกรรมการวัดบ้านไร่ได้นำหุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อคูณ เตียงนอนไฟฟ้า เครื่องอุปกรณ์การแพทย์ที่หลวงพ่อคูณเคยใช้รวมทั้งชุดผ้าไตรจีวรและอัฐบริขาร ขวดพลาสติกบรรจุน้ำปัสสาวะและน้ำล้างเท้าหลวงพ่อคูณมาจัดตั้งไว้ภายในห้องกระจกปลอดเชื้อศาลาการเปรียญวัดบ้านไร่จุดที่หลวงพ่อคูณเคยออกมานั่งพบญาติโยมเพื่อให้ลูกศิษย์ได้ชมและกราบไหว้แทนตัวจริงซึ่งก็มีประชาชนเดินทางมากราบไหว้เหมือนกับว่าหลวงพ่อคูณยังมีชีวิตอยู่

แห่เช่าวัตถุมงคลเก็บไว้บูชา

ส่วนวัตถุมงคลของหลวงพ่อคูณที่วัดบ้านไร่ยังมีให้เช่าเหมือนเดิมราคาเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และมีประชาชนแห่มาเช่ามากกว่าเดิม สอบถามนายรณกรณ์ อุตเสนา สจ๊วตสายการบินลุฟฮันซ่าที่มาเช่าวัตถุมงคลเปิดเผยว่า ได้เช่าพระหลวงพ่อคูณรุ่นต่างๆ ไปกว่า 300 องค์ ขณะที่นางเพ็ญลักษณ์ เผ่าไพศาล จาก จ.ขอนแก่น กล่าวว่าตั้งใจมาเช่าวัตถุมงคลโดยเฉพาะและเช่าไปกว่า 300 องค์เช่นเดียวกันโดยจะนำไปเก็บไว้เป็นที่ระลึกและบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

สวดอภิธรรมที่วัดบ้านไร่ 100 วัน

นางสุณี หงส์ขุนทดหรือป้านี อายุ 59 ปี ลูกศิษย์หลวงพ่อคูณบ้านอยู่หน้าวัดบ้านไร่เปิดเผยว่า เสียดายที่ไม่ได้นำศพหลวงพ่อคูณมาบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านไร่เพราะตนรับใช้หลวงพ่อคูณมากว่า 20 ปี โดยจะนำภัตตาหารไปถวายท่านทุกเช้าไม่เคยขาดมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นก็เพราะทำตามคำสอนหลวงพ่อโดยเฉพาะตนเคยคุยกับหลวงพ่อบ่อยๆว่าจะแย่งร่างหลวงพ่อกลับมาวัดบ้านไร่จนได้แม้จะได้แค่เถ้ากระดูกเท่าก้อนไม้ขีดก็จะเอามา ขณะที่นายธวัฒน์ชัยหรือกำนันป่อง กล่าวว่า คณะกรรมการและชาวบ้านวัดบ้านไร่เตรียมจัดให้มีพิธีสวดพระอภิธรรมบำเพ็ญกุศลให้กับหลวงพ่อคูณที่ศาลาการเปรียญวัดบ้านไร่เป็นเวลา 100 วันโดยเริ่มตั้งแต่เวลา 19.00 น. วันที่ 17 พ.ค.เป็นต้นไป

แต่งตั้งรักษาการสมภารคนใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พระครูพีรเดชธำรง เจ้าคณะตำบลกุดพิมาน ได้มีคำสั่งเจ้าคณะตำบลกุดพิมานที่ 01/2558 เรื่องแต่งตั้งผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ โดยแต่งตั้งให้พระภาวนาประชานาถ (นุช รตนวิชโย) วิ. อายุ 66 ปี 22 พรรษา วิทยฐานะ น.ธ.โท สังกัดวัดบ้านไร่ รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่และมีอำนาจหน้าที่เสมือนหนึ่งเจ้าอาวาสที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ทุกประการ

เหรียญพ่อคูณฮิตตามกระแส

ขณะที่สนามพระเครื่องใหญ่ใน จ.นครราชสีมา อาทิ หน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ใต้โรงแรมเมืองทอง คลังพล่าซ่า เดอะมอลล์ หัวทะเลและตลาดย่าโม คึกคักไปด้วยเซียนพระเดินกันขวักไขว่ไปยืนส่องเหรียญหลวงพ่อคูณเพื่อหาเช่าเก็บไว้บูชาและอัดกรอบทองสำหรับห้อยคอ ทำให้ธุรกิจเช่าพระคึกคักกว่าปกติ หลังเงียบเหงามานาน สอบถามนายชุมพล อาจวิชัย อายุ 55 ปี สมาชิกชมรมพระเครื่องศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า เหรียญหลวงพ่อคูณตอนนี้ราคาขยับขึ้นถึง 2-3 เท่า เหรียญธรรมดาราคา 100-200 บาท ตอนนี้ไม่มีให้เห็นแล้วอย่างน้อยขยับขึ้น 500-800-1,000 บาท เพราะเป็นเหรียญที่คนต้องการมากตามกระแสโดยเฉพาะเหรียญรุ่นเก่าตั้งแต่ปี 2536 ไม่มีแล้วและราคาแพงมาก เช่น ปี 2536 เหรียญเจริญพรเหรียญทองแดง จาก 1.7 หมื่นทะลุ 20,000 กว่าไปแล้ว ส่วนรุ่น 17 ประมาณ 20,000 บาทขึ้นไป รุ่น 12 ราคา 7-8 หมื่นบาทหรือแสนกว่าบาท ถ้าแบบเหรียญสวยและคมชัดหลักแสนหรือหลักล้านบาท และเหรียญธรรมดาราคา 50-100 บาทตอนนี้ขึ้นอย่างน้อย 400-500 บาท แนะนำให้ลูกค้าหาของแท้ซึ่งเป็นเหรียญใหม่ อย่าไปเอารุ่นเก่าและเสี่ยงเจอเหรียญปลอม

ระวังของปลอมเริ่มระบาด

นายชุมพลกล่าวอีกว่า การที่หลวงพ่อละสังขารเป็นความสูญเสียระดับประเทศที่ยิ่งใหญ่ ชาวต่างชาติทั้งฝรั่ง จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย ลาว เขมร ต่างรู้จักหลวงพ่อคูณ ตอนนี้เหรียญหลวงพ่อคูณถูกเก็บสะสมกันหมดแล้ว แม้แต่เหรียญไม่แพงเริ่มหาเก็บกันหมดเหลือน้อยที่ยังวางอยู่ ขณะเดียวกันของปลอมเริ่มออกมาเยอะมาก ขอฝากว่าการดูเหรียญหลวงพ่อคูณของแท้ไม่อยาก 1.ดูความคมชัด ตัวหนังสือคมชัดทุกรุ่น 2.เหรียญจะไม่บวม และ 3.โค้ดตอกโดยใช้เหล็กตอก ไม่ใช่ติดมาจากแม่พิมพ์

อัญเชิญพวงมาลาวางหน้าโลงศพ

ต่อมาเวลา 20.15 น. นายกำธร ถาวรสถิต ผวจ.ขอนแก่น เป็นผู้อัญเชิญพวงมาลาพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ มาวางไว้ที่หน้าโลงศพพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนจำนวนมากที่เข้าแถวถือดอกบัวสีขาวและพวงมาลัยที่ได้รับแจกจากนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น อย่างยาวเหยียดจนเกินขนาดความจุของหอประชุมจำนวนกว่า 3 พันคน จากนั้นเป็นพิธีสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์เป็นคืนแรก โดยมีพระภิกษุจำนวน 4 รูป จากวัดเทพปูรณาราม จ.ขอนแก่น สำหรับบริเวณชั้น 2 ศูนย์ประชุมเอนกประสงค์กาญจนาภิเษกซึ่งเป็นที่ตั้งสรีระหลวงพ่อคูณจะเปิดให้ประชาชนกราบศพตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น.ส่วนบริเวณด้านล่างหน้าหอประชุม เจ้าหน้าที่กำลังจัดเตรียมให้เป็นลานธรรมเพื่อประชาชนสามารถเข้ามากราบไหว้และปฏิบัติธรรมได้ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับยอดเงินที่ประชาชนมาบริจาคในงานครั้งนี้วันแรกมีจำนวนกว่า 1 ล้านบาทแล้ว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้