หนุ่ม กสทช.พาครอบครัว หิ้วทุเรียนอ่อน โร่แจ้งความโรงพักเมืองจันท์ เอาผิดพ่อค้าแผงผลไม้ หลอกขายทุเรียนอ่อน อ้างเกรดส่งออก กลับถึงบ้านกลับกินไม่ได้ ยันเอาเรื่องถึงที่สุด
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 28 เม.ย. 58 ที่ สภ.เมืองจันทบุรี นายธนวัสน์ ฉายะจินดา อายุ 30 ปี พนักงานปฏิบัติการระดับกลาง สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เขต 5 (กสทช.เขต 5 จันทบุรี) ได้พาครอบครัว พร้อมด้วยลูกทุเรียนอ่อน เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.นิรัญ มีศิริ ร้อยเวร สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อให้ดำเนินคดีกับพ่อค้า-แม่ค้า แผงผลไม้แห่งหนึ่งริมถนนสุขุมวิท ที่ลักลอบจำหน่ายทุเรียนอ่อน หรือทุเรียนด้อยคุณภาพ โดยมีนายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร เกษตร จ.จันทบุรี ตลอดจน เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจปราบปรามทุเรียน เข้าร่วมสอบถามข้อมูล
นายธนวัสน์ ฉายะจินดา ผู้เสียหาย ได้กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณเที่ยงของวันเสาร์ที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนเองได้แวะซื้อทุเรียนจากแผงผลไม้แห่งหนึ่งใกล้กับร้านขายของฝาก บริเวณตลาดปากแซง ริมถนนสุขุมวิท ขามุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ต.พลับพลา อ.เมือง จ.จันทบุรี โดยตนเองได้บอกกับแม่ค้า เอาทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ต้องการกินเย็นวันนี้เลย แต่ดูว่า อ่อน-แก่ ไม่เป็น ซึ่งขณะนั้นแม่ค้าคนดังกล่าว ติดขายทุเรียนให้กับลูกค้าอีกเจ้าหนึ่ง จึงให้แฟนมาทำการเลือกทุเรียนให้ 1 ลูกน้ำหนัก 4.5 กิโลกรัม ซึ่งตนเองบอกกับพ่อค้า ว่า ขอดูเนื้อในก่อน แต่พ่อค้ากลับตอบกลับมาว่า ถ้าแกะดูจะทำให้อากาศเข้าไปในผลทุเรียน ซึ่งพ่อค้าคนดังกล่าว ยังพูดจาหว่านล้อม บอกเป็นทุเรียนเกรดส่งออก ปกติขายกิโลกรัมละ 120 บาท แต่วันนี้คิดราคาให้เป็นพิเศษกิโลกรัมละ 100 บาท รวมเป็นเงิน 450 บาท จึงตกลงซื้อ
จากนั้นตนเดินทางมุ่งหน้ามาหาภรรยา และญาติ ที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรีถึงบ้านเวลาประมาณ 19.00 น. จึงได้นำทุเรียนมาแกะ แต่ปรากฏว่า กลับกลายเป็นทุเรียนอ่อน จนวันรุ่งขึ้น (26 เม.ย.58) ตนเองพร้อมด้วยภรรยา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี แต่เจ้าหน้าที่บอกว่า ต้องมาแจ้งท้องที่ที่ซื้อทุเรียนมา จากนั้นตนจึงเดินทางกลับมาที่ จ.จันทบุรี พร้อมกับโทรศัพท์ประสานทางจังหวัด เพื่อแสดงตัวขอเข้าแจ้งความ สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อดำเนินคดีกับพ่อค้า-แม่ค้า ที่หลอกขายทุเรียนให้กับตนเอง ถึงที่สุด
ด้านนายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร เกษตร จ.จันทบุรี เปิดเผย ว่า สำหรับเหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งแรก ที่มีเจ้าทุกข์มายื่นความประสงค์จะเอาผิดกับพ่อค้า-แม่ค้า ที่หลอกขายทุเรียนอ่อน ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย ซึ่งหลังจากแจ้งความแล้ว ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตร จะนำทุเรียนอ่อน ที่นายธนวัสน์ ซื้อมาไปตรวจสอบหาปริมาณเชื้อแป้งว่า ผ่านเกณฑ์หรือไม่ หากผลออกมาเป็นทุเรียนด้อยคุณภาพ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้นำตัวพ่อค้า-แม่ค้า คนดังกล่าว มาสอบปากคำ พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหา แต่ทั้งนี้ต้องให้ นายธนวัสน์ เข้าชี้ตัวเพื่อยันยืน ว่าเป็นแผงผลไม้ที่หลอกขายทุเรียนให้ตนเองจริง
ส่วนบทลงโทษ จะเป็นไปตามกฎหมายอาญา มาตรา 271 และตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 47 ซึ่งบัญญัติว่า ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใดๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ หรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดให้ถึงที่สุด โดยไม่รอลงอาญา เพื่อมิให้เป็นแบบอย่างต่อไป