วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ช้างเขาใหญ่ซ่าอีก บุกพังร้านอาหาร จนท.ขับรถต้อน ไล่ตะเพิด-เข้าป่า

ช้างเขาใหญ่ซ่าอีก บุกพังร้านอาหาร จนท.ขับรถต้อน ไล่ตะเพิด-เข้าป่า

  • Share:

“ไอ้ด้วน” ช้างพลายเขาใหญ่เกิดตกมัน เดินออกจากป่ากลาง ดึก บุกพังร้านค้าสวัสดิการของอุทยานฯ คว้าสับปะรดและเกลือไปกินเกลี้ยง ตกบ่ายมาป้วนเปี้ยนบนถนนใกล้ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์ต้องใช้รถยนต์ไล่ต้อนกลับเข้าป่าทุลักทุเล “อธิบดีกรมอุทยานฯ” จ่อสั่งปิดเส้นทางด่านเนินหอม หลังเกิดเหตุช้างกระทืบรถนักท่องเที่ยวถี่ยิบ ด้านนักวิชาการช้างแนะคนต้องปรับตัวหาช้าง เพราะเข้าไปอาศัยอยู่ในพื้นที่หากินของสัตว์ป่า

ช้างป่าเขาใหญ่ตกมันอาละวาดพังร้านค้าอุทยานฯ ครั้งนี้ เมื่อช่วงสายวันนี้ 12 ม.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีช้างป่าทำลายรถยนต์นักท่องเที่ยว และยังมีช้างป่าบุกพังร้านอาหารวนาลี ร้านค้าสวัสดิการของอุทยานฯ ตั้งอยู่ใกล้ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งร้านดังกล่าวเป็นร้านขายอาหารตามสั่งทั่วไป พบไม้รั้วหลังร้านถูกช้างรื้อพังเสียหาย กระจกประตูร้านและกระจกหน้าต่างโรงครัวแตก กรอบหน้าต่างหลุดลงมากองกับพื้น สอบถามแม่ครัวของร้านทราบว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา มีช้างป่าบุกเข้ามาในครัว ใช้งวงยื่นไปหยิบสับปะรด 6 ลูก ที่ซื้อมาเตรียมไว้ปรุงอาหารให้ลูกค้าไปกิน พร้อมคว้าเกลือถุงที่เก็บไว้หลังร้านกินจนหมดเกลี้ยง และยังเหยียบถ้วยจานที่วางอยู่บนพื้นร้านแตกกระจายหลายสิบใบ

นายเสกสรรค์ เที่ยงพลับ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 02.00 น.เศษ มีช้างเพศผู้ชื่อ “ไอ้ด้วน” เข้ามาป้วนเปี้ยนบริเวณหน้าที่ทำการอุทยานฯเขาใหญ่ ใช้งาและ งวงดันกระจกข้างห้องครัว ประตูหน้า รวมทั้งพังรั้วหลังร้าน เนื่องจากได้กลิ่นเกลือหรือซอสที่ใช้ปรุงอาหาร ก่อนเดินไปที่ริมห้วยลำตะคอง กินต้นไม้ไป 1 ต้น แล้วเดินหายเข้าไปในป่า กระทั่งเช้าแม่ครัวมาเปิดร้านจึงทราบว่าถูกช้างบุกพังร้านเสียหาย

ด้านนายตระกูล อาจอารัญ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงปริมาณช้างบนเขาใหญ่ว่า การสำรวจเมื่อปี 52 ได้แบ่งเส้นทางเดินสำรวจป่าเป็น 5 สาย พบมีช้างป่าบนอุทยานฯเขาใหญ่ราว 250 ตัว แต่ในปัจจุบัน มีกว่า 300 ตัวแล้ว สำหรับเส้นทางที่ช้างเดินออกมามีอยู่ 4-5 จุด จะออกมาเป็นโขลง โขลงละประมาณ 30 ตัว ขณะนี้มีอยู่ 5-6 โขลง ส่วนช้างที่แยกออกมาเดินตัวเดียวเป็นช้างโทน บริเวณที่ช้างชอบออกไปเดินได้แก่ เขาแหลม เขาฟ้าผ่า คลองอีเถ้า โป่งจันทร์แมว น้ำตกเหวนรก และเขาร่ม ด้านฝั่งด่านเนินหอม จ.ปราจีนบุรี ส่วนทางฝั่งปากช่อง จะออกไปที่จุดชมวิว รวมทั้งด่านศาลเจ้าพ่อ ซึ่งพฤติกรรมช้างป่าที่ออกมาช่วงนี้ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูหนาว ช้างจะออกมาหาความอบอุ่นตามจุดต่างๆ ตรงกับช่วงที่นักท่องเที่ยวขึ้นมาสัมผัสอากาศหนาวบนเขาใหญ่ ส่งผลให้ช้างและคนพบเจอกัน และกระทบกระทั่งกันบ่อยขึ้น เพราะช้างจำเป็นต้องข้ามถนนไปๆ มาๆ เพื่อหากิน

ต่อมาช่วงบ่ายโมง วันเดียวกัน ปรากฏว่า “ไอ้ด้วน” ช้างพลายตัวที่บุกเข้าพังร้านวนาลี เมื่อกลางดึกได้ออกจากป่ามาเดินเตร่อยู่ริมห้วยลำตะคอง ข้างร้านอาหารดังกล่าวอีกครั้ง ทำให้นักท่องเที่ยวและสื่อมวลชนรีบเดินทางไปบันทึกภาพช้างไอ้ด้วน พบไอ้ด้วนกำลังใช้งวงคว้ายอดไผ่ข้างลำห้วยมาเคี้ยวกินด้วยความหิว เมื่อหันมาเห็นมีคนมามุงดูและบันทึกภาพ จึงเดินลงลำห้วยปรี่เข้าหากลุ่มคน เจ้าหน้าที่รีบแจ้งให้ทุกคนถอยห่างจากจุดดังกล่าว จากนั้นได้ไล่ไอ้ด้วนให้กลับเข้าป่าไป สำหรับ “ไอ้ด้วน” เป็นช้างพลายงายาว รูปร่างสูงใหญ่ อายุราว 10 ปี เหตุที่ชื่อไอ้ด้วน เพราะขนปลายหางด้วนกุดหมด ปกติไม่ดุร้าย เกเร เป็นช้างที่คุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่อุทยานและนักท่องเที่ยวดี คาดว่าช่วงนี้ไอ้ด้วนมีอาการตกมัน ทำให้อารมณ์หงุดหงิดเลยออกมาเพ่นพ่านบนถนน และทำลายข้าวของที่ขวางหูขวางตา

ต่อมาเวลาประมาณบ่าย 3 โมง เจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ไอ้ด้วนออกจากป่าอีกครั้ง เดินป้วนเปี้ยนอยู่บนถนนใกล้ที่ทำการอุทยาน เจ้าหน้าที่รีบนำรถยนต์ไปปิดกั้นถนนฝั่งขาขึ้นจากด่านปากช่อง ป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นมาประจันหน้ากับช้าง ขณะเดียวกัน ได้นำรถยนต์อีกหลายคันไปจอดบล็อกตามจุดต่างๆ ทั้งบริเวณใกล้ร้านอาหารวนาลี และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ป้องกันไม่ให้ช้างบุกทำลายข้าวของ พร้อมทั้งไล่ต้อนให้ช้างกลับเข้าป่า ปรากฏว่าไอ้ด้วนมีอาการหงุดหงิดเล็กน้อย พยายามใช้หัวดันและงาแทงยางล้อรถจี๊ปคันหนึ่งของเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ได้ทำร้ายคนในรถ หลังผ่านไปราว 30 นาที ไอ้ด้วนยอมเดินกลับเข้าป่าโดยดี

น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน หรือหมอล็อต สัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติฯ ซึ่งคอยเฝ้าสังเกตอาการช้างป่าตัวนี้อย่างไม่คลาดสายตา กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ในช่วงนี้เป็นฤดูที่ช้างตัวผู้ต้องการผสมพันธุ์ หรือที่รู้จักกันว่า “ช้างตกมัน” ประกอบกับ อากาศหนาว จึงมีช้างออกมานอกป่า อีกทั้งจุดที่พบไอ้ด้วน บริเวณร้านอาหารก็เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของไอ้ด้วนอยู่แล้ว ปกติช้างตัวผู้จะมีที่อยู่ของตัวเอง และช้างส่วนใหญ่ไม่ดุร้าย การที่ช้างอาละวาดทำลายข้าวของเพียงแค่ต้องการแสดงความสามารถให้ช้างตัวเมียเห็นเพื่อการผสมพันธุ์เท่านั้น

ที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นล่าสุดในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาได้รับรายงานจาก น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน สัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานฯ แล้วว่าช้างตัวดังกล่าวเจ้าหน้าที่บนอุทยานฯเขาใหญ่เรียกชื่อว่า “ไอ้ด้วน” เนื่องจากหางด้วน เป็นช้างที่ชอบออกมาคุ้ยถังขยะที่นักท่องเที่ยวทิ้งเอาไว้ ซึ่งเวลานี้ในจุดอื่นทั่วเขาใหญ่เก็บถังขยะออกมาหมดแล้ว เหลือจุดเดียวคือบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ช้างจึงตามออกมา เป็นคนละตัวกับที่ทำลายรถ ช้างตัวนี้มีอาการตกมันนิดหน่อย อยากจะออกมาหาช้างตัวเมียด้วย เจ้าหน้าที่ก็ได้เฝ้าระวังอย่างเต็มที่เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

อธิบดีกรมอุทยานฯกล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการ ในการดูแลเรื่องนี้ กรมอุทยานฯต้องปกป้องช้างไว้ก่อน เพราะป่าเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของช้าง ความร่วมมือของนักท่องเที่ยวและผู้ที่เดินทางผ่านเส้นทางอุทยานฯเขาใหญ่เป็นสิ่งสำคัญ จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากเจอช้างห้ามบีบแตรใส่เด็ดขาด อย่าถ่ายรูปหรือเปิดไฟแฟลช ขณะที่บางรายก็ตกใจดับเครื่องไม่กล้าถอยรถ แต่บางรายไปจอดดูช้าง บางรายตามถ่ายรูป ทำให้ช้างรู้สึกอึดอัดรำคาญจนเข้าทำลายรถ ยิ่งช่วงเวลานี้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาจราจรติดขัดในเส้นทางที่ใช้หากินประจำ หลังจากนี้เมื่อนักท่องเที่ยวน้อยลงปัญหาคงเบาบางลงตามไปด้วย

“ช้างกับคนก็เหมือนกัน เวลาเราเจอรถติดยาวเหยียด เราเองยังรู้สึกอึดอัดรำคาญ ช้างก็เช่นกันซึ่งเส้นทางบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่ช้างออกเดินหากินผ่านทุกวัน เมื่อมาเจอสิ่งกีดขวางก็ทำให้รู้สึกหงุดหงิดบ้าง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ได้สั่งให้เพิ่มเจ้าหน้าที่ดูแลในทุกจุด ในช่วงระยะทาง 10 กม. บนเส้นทางศูนย์บริการนักท่องเที่ยว-ด่านเนินหอม ที่เป็นเส้นทางที่ช้างออกมาเป็นประจำ จะมีการตั้งชุดเจ้าหน้าที่ทุกระยะไม่เกิน 200 เมตร เพื่อคอยดูแลความปลอดภัย และช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้ทันท่วงที นอกจากนั้นได้ให้เจ้าหน้าที่ไปเร่งศึกษาดูว่าช้างมักจะออกมาเดินถนนในช่วงเวลาใด และไม่ออกในช่วงเวลาใด โดยอาจจะปิดถนนเส้นทางศูนย์บริการนักท่องเที่ยว-ด่านเนินหอม ตั้งแต่หลังเที่ยงเป็นต้นไป หรืออาจจะใช้มาตรการให้นักท่องเที่ยวหรือผู้ใช้เส้นทาง รวมจำนวนรถให้ได้ครั้งละ 10 คัน แล้วให้มีเจ้าหน้าที่เป็นผู้นำผ่านเส้นทางเพื่อความปลอดภัย” นายนิพนธ์กล่าว

น.ส.มัทนา ศรีกระจ่าง นักวิชาการชำนาญการพิเศษ กลุ่มงานวิจัยสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่วิจัยเรื่องช้างป่ามา 10 กว่าปี คาดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากช้างถูกรบกวนมากเกินไป ซึ่งพื้นที่อุทยานฯเขาใหญ่เดิมเป็นพื้นที่หากินดั้งเดิมของช้างป่าอยู่แล้ว เพราะมีพันธุ์ไม้ที่เป็นอาหารที่ช้างป่าชอบ ช้างจึงออกมาตกลูกอยู่ใกล้ๆถนน เพราะอาหารการกินสมบูรณ์และเมื่อก่อนยังไม่ค่อยมีคนเข้าไปรบกวนมากนัก แต่ปัจจุบันมีปริมาณรถจากการท่องเที่ยวมากขึ้น ช้างเดินไปหาแหล่งอาหารไม่สะดวก จึงเกิดอาการเครียด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ก็พยายามมาไล่ต้อนให้ช้างกลับเข้าป่าจากเส้นทางหากินเดิม ยิ่งเพิ่ม ความเครียดให้กับช้าง ตนมองว่าฝ่ายที่ต้องปรับตัวคือมนุษย์ไม่ใช่ช้าง เพราะว่าปัจจุบันพื้นที่ป่าที่เป็นบ้านของช้างก็ร่อยหรอลงทุกวัน ช้างจะอยู่ได้ก็จะเฉพาะในป่าอนุรักษ์และอุทยานฯเท่านั้น

“สำหรับการแก้ปัญหา ตนเสนอว่าทางที่ดีที่สุดควรเสนอให้มีการยกเลิกใช้เส้นทางด่านเนินหอม หรือใช้เส้นทางเพื่อวัตถุประสงค์ในการลาดตระเวนของกรมอุทยานฯเท่านั้น ไม่ใช่ใช้ในลักษณะให้รถยนต์วิ่งได้อย่างเสรีเหมือนทางหลวงทั่วไป หรือมีระยะเวลาการปิดถนนที่ยาวนานขึ้นจากเดิม ส่วนกรณีที่ช้างเข้าไปในบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เพราะช้างมีประสาทสัมผัสในการรับรู้กลิ่นได้ดีกว่าสัตว์ทั่วไป การเข้าไปบริเวณดังกล่าวเพราะรู้ว่ามีแหล่งอาหาร วิธีแก้ไขคือการต้องพยายามเรียนรู้การอยู่ ร่วมกันกับช้างให้ได้ และยอมรับพฤติกรรมช้าง เพราะมนุษย์เป็นฝ่ายเข้าไปอยู่อาศัยในแหล่งอาศัยของช้างป่า” น.ส.มัทนากล่าว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้