วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พิษ'ส่วย'บอล หมายจับเพิ่ม

พิษ'ส่วย'บอล หมายจับเพิ่ม

  • Share:

ก๊ก‘พงศ์พัฒน์’ สินบน100ล้าน โยง‘อาบูบาก้า’

เครือข่าย “พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์” โดนอีกคดี หลังพนักงานสอบสวน บช.น. รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ ทั้งตำรวจและพลเรือนรวม 5 คน ดำเนินคดี 2 ข้อหาฉกรรจ์ เรียกรับสินบนเครือข่ายพนันออนไลน์ข้ามชาติ “อาบูบาก้า” และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เป็นคดีดังสมัยดำรงตำแหน่งผู้การกองปราบฯ นำกำลังบุกทลายเครือข่ายอาบูบาก้าเมื่อปี 2552 ตั้งข้อสงสัยดำเนินคดีผู้ต้องหาสถานเบาเล่นการพนัน มีโทษแค่ปรับ และถอนอายัดบัญชีธนาคารเครือข่ายผู้ต้องหารวม 100 ล้านบาทโดยลัดขั้นตอน เพื่อเรียกรับสินบน

กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารทลายเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก.และพวก ตรวจค้นพบทรัพย์สินจำนวนมาก แจ้งข้อหาฉกรรจ์ทั้งแอบอ้างเบื้องสูง เรียกรับส่วยน้ำมันเถื่อน บ่อนการพนัน ซื้อขายตำแหน่ง ไปจนถึงอุ้มทวงหนี้ ลดหนี้ ความคืบหน้าจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 21 ธ.ค. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น.กล่าวว่า วันที่ 20 ธ.ค.พนักงานสอบสวนขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาคดีฟอกเงินเพิ่มเติมอีก 2 คน คือ นายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์เดช อายุ 57 ปี และนางสวงค์ มุ่งเที่ยง อายุ 54 ปี ล่าสุดพนักงานสอบสวนคดีบ่อนการพนันขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 5 คน เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นาย ได้แก่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรอง ผบช.ก. พ.ต.อ.วรพจน์ พืชผล ผกก.1 บก.ปอศ. พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี อดีตรอง ผกก.6 บก.ป.และพลเรือนอีก 1 คนคือ นายวิฑูรย์ ตระการพฤกษ์

ต่อมาเวลา 17.30 น. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.น.2 และ พล.ต.ต.วิสูตร ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 แถลงกรณีการออกหมายจับผู้ต้องหาเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ เพิ่ม 5 คน พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.พนักงานสอบสวนกองปราบปรามเข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ดำเนินคดี พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์กับพวก สมัยดำรงตำแหน่ง ผบก.ป. เปิดยุทธการประเทศไทยใสสะอาด นำกำลังจับกุมคดีพนันฟุตบอลออนไลน์เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2552 ในชื่อปฏิบัติการอาบูบาก้า ยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ สมุดบัญชีเงินฝากกว่า 800 บัญชี สลิปเงิน และทรัพย์สินอื่นรวมมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านบาท ต่อมามีการเรียกรับทรัพย์สินแล้วถอนการอายัดทรัพย์สินไป ทำผิดช่วงปี 52-53 หากมีผู้ใดเกี่ยวข้องจะออกหมายจับเพิ่มเติม

ผบช.น.กล่าวด้วยว่า ส่วน พ.ต.อ.วรพจน์ได้ประสานกับ ผบก.ปอศ.ให้ส่งตัวมาที่ บช.น.เพื่อดำเนินการ เชื่อว่า พ.ต.อ.วรพจน์น่าจะเข้ามอบตัว ส่วนนายวิฑูรย์สั่งการให้ กก.สส.บก.น.2 ฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน เร่งติดตามจับกุม กลุ่มผู้ต้องหาถูกอายัดบัญชีเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงของ พ.ต.อ.วรพจน์และนายวิฑูรย์ ผู้ต้องหามีการกระทำความผิดอย่างไรบ้างรายละเอียดอยู่ในสำนวนเปิดเผยไม่ได้ สำหรับทรัพย์สินที่อายัดไว้มูลค่าเป็นพันล้าน น่าจะทุจริตกันเยอะจำนวนเป็นร้อยล้านบาทอยู่ระหว่างตรวจสอบ

มีรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออก หมายจับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ตามหมายจับเลขที่ 2311/2557 พล.ต.ต.โกวิทย์ ตามหมายจับเลขที่ 2312/2557 พ.ต.อ.วรพจน์ ตามหมายจับเลขที่ 2313/2557 และ พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ตามหมายจับเลขที่ 2314/2557 ทั้งหมดลงวันที่ 20 ธ.ค.2557 ข้อหาร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการใดหรือไม่กระทำการใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และข้อหาร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ส่วนนายวิฑูรย์ ผู้ต้องหาพลเรือนถูกออกหมายจับเลขที่ 2315/2557 ลงวันที่ 20 ธ.ค.2557 ข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่เรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ นายวิฑูรย์ที่ถูกออกหมายจับเป็นคนสนิทของ พล.ต.ต.โกวิทย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้สืบเนื่องจากชุดพนักงานสืบสวนสอบสวน บช.น. ตรวจสอบพบว่า สมัยที่ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) นำกำลังทลายบ่อนพนันออนไลน์เครือข่ายใหญ่เมื่อปี 2552 ภายใต้ชื่อปฏิบัติการอาบูบาก้า (ABUBAKA) จนกลายเป็นข่าวโด่งดังทั่วประเทศ แต่จากการตรวจสอบมีพยานหลักฐานว่า พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์และพวกเรียกรับสินบนจากกลุ่มผู้ต้องหา ที่วิ่งเต้นให้ถอนอายัดบัญชีธนาคารที่ถูกตรวจสอบของนายอาบูบาก้า บิน สุไลมาน ผู้ต้องหาชาวมาเลเซีย ที่เป็นผู้จัดให้เล่นการพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศผิดกฎหมายและบ่อนพนันออนไลน์ ชุดจับกุมนำโดย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ดำเนินคดีเพียงข้อหาเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับแล้วปล่อยตัวไป พร้อมกับถอนอายัดเงินสดในบัญชีธนาคารหลายรายการรวมมูลค่า 100 ล้านบาท ขณะนั้น พ.ต.อ.วรพจน์ พืชผล ผกก.1 บก.ปอศ.เป็นพนักงานสอบสวนกองปราบปราม

คดีอาบูบาก้าเริ่มปฏิบัติการเมื่อเช้ามืดวันที่ 10 ม.ค.52 พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์นำกำลังตำรวจกองปราบฯจู่โจมตรวจค้น 58 จุดใน 16 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์และสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกว่า 800 บัญชี สลิปโอนเงิน และทรัพย์สินอื่นๆรวมมูลค่าเกือบ 1,000 ล้านบาท เบื้องต้นเครือข่ายอาบูบาก้าเปิดเว็บไซต์รับแทงพนันฟุตบอลทั่วโลกทางออนไลน์ จากการตรวจสอบพบว่ามีประมาณ 30 เว็บไซต์ แถมยังเปิดบ่อนพนันทางอินเตอร์เน็ตแบบอื่นเช่น บาคาร่า แบล็กแจ็ก รูเล็ตต์และสล็อตแมตชีน เป็นต้น ขณะนั้นชุดจับกุมนำโดย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ระบุว่า เครือข่ายบ่อนพนันออนไลน์มีนายอาบูบาก้า บิน สุไลมาน ชาวมาเลเซีย อยู่เบื้องหลัง แต่ถูกโจมตีว่าผู้ต้องหาถูกอุปโลกน์ขึ้นมา พร้อมกับแฉว่า นายอาบูบาก้าเป็นแค่คนขับรถให้นักธุรกิจชาวมาเลเซียคนหนึ่ง

ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ก.พ.52 พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จับกุมนายการันซิงห์ ทักราล หรือหลุยส์ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาเครือข่ายนายอาบูบาก้า แต่ผู้ต้องหาระบุว่า ไม่เคยรู้จักนายอาบูบาก้า อย่างไรก็ตามทีมสืบสวนกองปราบปรามยังยืนยันว่า นายอาบูบาก้ามีตัวตนจริง หลังพบหลักฐานเป็นสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารแห่งหนึ่งในประเทศไทย บัญชีเดียวมีเงินหมุนเวียนถึง 302 ล้านบาท แต่เดินทางไปประเทศมาเลเซียแล้วเมื่อวันที่ 3 ม.ค.52 พร้อมให้ข้อมูลด้วยว่า เครือข่ายอาบูบาก้ามีหัวหน้าใหญ่อีก 2 คน คือ นายมาร์ติน เจอาร์ เอีย ลุง ลิม อายุ 31 ปี และนายชิน เปง วอง อายุ 46 ปี ชาวมาเลเซีย จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับไว้ข้อหาเป็นเจ้ามือรับพนัน และยังมีตัวการที่ไม่ธรรมดาอีก 5 คน 1 ใน 5 คือ นายการันซิงห์ นักธุรกิจที่ดินและโรงแรมที่ถูกจับได้ ชุดสืบสวนกองปราบฯสมัยนั้นยังประสานทางการมาเลเซียให้ช่วยจับกุมนายอาบูบาก้าแต่เรื่องหายเงียบไป พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ยังเคยเปรียบเทียบทฤษฎีเครือข่ายอาบูบาก้าเอาไว้ว่า เหมือนกับ “ต้นไม้อาชญากรรม” ประกอบกับทฤษฎี “เบส ออน ทรี” หมายถึงคนชั่วแค่ 3 คนคือ นายทุน อาชญากร และเจ้าหน้าที่รัฐ ร่วมมือกันทำให้ต้นไม้อาชญากรรมเติบโตอย่างรวดเร็ว แข็งแกร่ง และสมบูรณ์

มีรายงานว่า จากการสอบสวนพบว่าเครือข่ายที่ถูกออกหมายจับแบ่งหน้าที่กันเป็นขบวนการ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ สั่งให้ชุดสืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิด พล.ต.ต.โกวิทย์ เป็นผู้ควบคุมดูแล พ.ต.ท.ทรงรักษ์ เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการสืบสวน พ.ต.อ.วรพจน์ เป็นผู้ดูแลเรื่องกฎหมายอายัดและถอนอายัดทรัพย์สิน และนายวิฑูรย์เป็นเลขาส่วนตัว พล.ต.ท.โกวิทย์ ทำหน้าที่ประสานงาน นอกจากนี้ ยังมีพนักงานสอบสวนยศ พ.ต.ต. 1 นาย และ ร.ต.อ. 1 นายเกี่ยวข้อง จากการสอบปากคำผู้ใกล้ชิด พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ยืนยันว่า มีการปลดอายัดบัญชีโดยไม่ผ่านกระบวนการสอบสวน เชื่อว่าเกิดจากการรับผล ประโยชน์ พนักงานสอบสวนยังได้หลักฐานเป็นข้อความทางอีเมลส่งมาจาก พ.ต.อ.วรพจน์ และมีผู้ให้ถ้อยคำที่เป็นข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ รวมทั้งคนใกล้ชิดกับผู้ที่เชื่อว่ากระทำความผิดยืนยันชัดเจนว่า มีการเรียกรับผลประโยชน์ คาดว่าได้รับเงินถึง 1,000 ล้านบาท นอกจากประโยชน์ที่แบ่งกันแล้ว พ.ต.อ.วรพจน์ ยังได้แต่งตั้งผู้กำกับสังกัด บช.ก. จากการตรวจสอบเงินในบัญชี พ.ต.อ.วรพจน์ มีเงินเพิ่มขึ้นถึง 6 ล้านบาท

ที่ สตช.วันเดียวกัน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร.กล่าวว่า ศาลอาญาพิจารณาอนุมัติหมายจับนายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์เดช และนางสวงค์ มุ่งเที่ยง ตามหมายจับเลขที่ 2308/2557 และ 2309/2557 ข้อหาร่วมกันฟอกเงิน ผู้ต้องหาอยู่ในเครือข่ายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีต ผบช.ก. ก่อนหน้านี้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ข้อหาร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 19 และ 47 ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พนักงานสอบสวนจึงเดินทางไปยังเรือนจำเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คนแล้ว จากการสืบสวนและพยานหลักฐานยืนยันว่า ผู้ต้องหาเป็นผู้เก็บทรัพย์สินซึ่งเป็นไม้แปรรูป รวมทั้งวัตถุโบราณจำนวนมากให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวด้วยว่า พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ พล.ต.ต.โกวิท วงศ์-รุ่งโรจน์ พ.ต.อ.วรพจน์ พืชผล พ.ต.ท.ทรงรักษ์ ขุนศรี ข้อหาร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ และข้อหาร่วมเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และขออนุมัติหมายจับนายวิฑูรย์ ตระการพฤกษ์ กระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่

ด้าน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า มอบหมายให้ พล.ต.อ.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ที่ปรึกษา (สบ10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนคดีหมิ่นสถาบันที่เกี่ยวข้องเครือข่าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ กับพวก ซึ่งได้รับการประสานจากคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรรท.ผบช.ก.ในเรื่องสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับคดีหมิ่นสถาบัน 2 เรื่อง และสั่งการให้ฝ่ายอำนวยการประมวลเรื่องเพื่อเข้าคณะกรรมการคดีหมิ่นสถาบันเพื่อนัดประชุมทันที จะทำให้เร็วที่สุดเพื่อให้มีความเห็นของคณะกรรมการคดีหมิ่นสถาบันนำเสนอให้อัยการเพื่อสั่งคดีต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้