วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ขู่พบ 'นายกฯ' ค้านยุบราชการส่วนภูมิภาค

กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ขู่พบ 'นายกฯ' ค้านยุบราชการส่วนภูมิภาค

  • Share:

กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านขอนแก่นกว่า 300 คน ขู่บุกพบ “ประยุทธ์” ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังปีใหม่ หลังหลายฝ่ายเสนอร่างกฎหมายยุบรวบท้องถิ่น วอนปรับค่าตอบแทนหลังหลายรัฐบาลรับปากแต่ไม่ทำ...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 ธ.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ได้มีกลุ่มกำนัน และ ผู้ใหญ่บ้าน จากทั้ง 26 อำเภอของจังหวัดกว่า 300 คนได้รวมตัวกัน ยื่นหนังสือต่อ นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.ขอนแก่น เพื่อส่งผ่านไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เพื่อทบทวนร่างกฎหมายการยุบฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลังหลายฝ่ายออกระบุถึงการเสนอร่าง กฎหมายยุบรวมท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง รวมไปถึงการบริหารงานในระดับจังหวัดอย่างต่อเนื่อง จนผู้ปฏิบัติงานไม่มั่นใจถึงแนวทางการดำเนินงานของรัฐบาลและเสียขวัญกำลังใจอย่างมากในระยะนี้

คณะกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ขอนแก่น รวมตัวขอพบนายกฯ

นายทัศนัย สุขสบาย ประธานชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า เป็นที่วิตกกังวลอย่างมากหลังกลุ่มนักวิชาการและผู้มีอำนาจในขณะนี้โดยเฉพาะ คณะ สนช.และ สปช. รวมไปถึงกลุ่มการเมืองบ่างกลุ่มมีแนวคิดในการเสนอให้มีการยุบรวมรูปแบบการปกครองส่วนภูมิภาค ตามนโยบายการปฏิรูปประเทศของรัฐบาลที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เพื่อเป็นการกระจายอำนาจแบบสุดโต่ง รวมทั้งยังคงมีการพูดถึงการให้มีการจัดตั้งจังหวัดปกครองตนเอง ทำให้วันนี้ผู้ปฏิบัติงานทั้งระดับจังหวัดตั้งแต่ ผู้ว่าฯ จนถึง ปลัดอำเภอ รวมไปถึง ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและตำแหน่งทางฝ่ายปกครองประจำตำบล และหมู่บ้านที่มีอยู่นั้นมีความวิตกกังวลต่อสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ที่อาจจะเป็นไปได้หากมีการเสนอร่างปฏิรูปดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมและจัดทำเป็นกฎหมายต่อไป ซึ่งหากมีการนำเสนอเรื่องดังกล่าวจริง ก็จะส่งผลต่อการบริหารราชการแผ่นดินภายใต้โครงสร้างอำนาจของประเทศ ที่ชัดเจน รวมทั้งความมั่นคงของชาติ และความเป็นปึกแผ่นแห่งความรักสามัคคีที่จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจน

“วันนี้การทำงานของฝ่ายปกครอง ทั้งในระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอไปจนถึงระดับจังหวัดมีความกังวลอย่างมากว่าจะถูกยุบรวมหรือถูกปรับโครงสร้างการบริหารงานหรือไม่ตามนโยบายการปฏิรูปประเทศของ ท่านนายกรัฐมนตรี เพราะใกล้ถึงเวลาของการส่งร่าง พ.ร.บ.ต่างๆ แล้วตามที่คณะทำงานกำหนด ซึ่งหากจะมองถึงความเป็นจริงแล้วการทำงานของทุกฝ่ายนั้นมีความสนิทสนมและรู้ซึ้งถึงปัญหาของชุมชนและท้องถิ่นอย่างชัดเจนและถือเป็นการทำงานที่ใกล้ชิดกับประชาชนที่สุด ซึ่งหากมีการยุบจริงก็จะส่งผลกระทบต่อการบริหารงานในท้องถิ่นตามกรอบการกระจายอำนาจอย่างมาก นักวิชาการและกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม อาจต้องการทำเพื่อพวกพ้องแต่ไม่มองถึงข้อเท็จจริง การคิดถึงปัญหาดังกล่าวเพื่อหวังที่จะแก้ ควรที่จะมองไปถึงสวัสดิการต่างๆ ของผู้ปฏิบัติงานมากกว่า วันนี้รัฐบาลอัดฉีดข้าราชการประจำ ทั้งการขึ้นเงินเดือนหรือสวัสดิการต่างๆ อ่างต่อเนื่องแต่กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ไม่มีการพูดถึงมีแต่จะปรับยุบลง เงินเดือนกำนันจากเดิม 5,000 บาท เรียกร้องมาหลายปีมาปรับขึ้นให้ที่ 10,000 บาท แต่การทำงานต้องรับผิดชอบทั้งตำบลมากกว่า ท้องถิ่นบางแห่งด้วย รัฐบาลชุดปัจจุบันน่าจะให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าวเช่นกันไม่ใช่จะมุ่งแต่จะยุบเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ควรที่จะมีผู้มีอำนาจหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาชี้แจงในเรื่องดังกล่าวให้เกิดความกระจ่าง ซึ่งหากยังคงคลุมเครือ กำนัน และ ผู้ใหญ่บ้านจากทั่วประเทศจะนัดรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่เพื่อขอคำตอบที่ชัดเจนและแสดงพลังของฝ่ายปกครอง กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังเสร็จสิ้นเทศกาลปีใหม่” นายทัศนัย กล่าว

ด้าน นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า เป็นสิทธิ์และสิ่งที่จะทำได้ของการเรียกร้องสิทธิ์อันพึงจะได้ของผู้ปฏิบัติงาน แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงและจะต้องปฏิบัติตามกฎอัยการศึกษา ซึ่งการชุมนุมของกลุ่มกำนันและผู้ใหญ่บ้านทั้งจังหวัดในครั้งนี้อย่าให้มองไปถึงประเด็นทางการเมืองหรือการกระทำเพื่อกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด แต่เป็นการแสดงพลังรวมของฝ่ายปกครองที่ใกล้ชิดกับประชาชนในการเรียกร้องสิทธิ์ของตนเองเช่นเดียวกันกับวิชาชีพอื่น ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้นั้นจะมีการรับเรื่องและส่งเรื่องไปยังหน่วยงาที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวนั้นคงต้องรอผู้ที่มีอำนาจและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาตอบคำถามและให้ความชัดเจนแก่กำนัน และผู้ใหญ่บ้านทั่วทั้งประเทศอีกครั้ง

ขณะที่ พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี รองหัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน มทบ.23 กล่าวว่า การชุมนุมของกลุ่มกำนัน และผู้ใหญ่บ้านขอนแก่น นั้นอยู่ในความสงบและมีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น ทั้งนี้ ตามกฎอัยการศึกที่ยังคงบังคับใช้แล้วนั้น ผู้ชุมนุมจะต้องชุมนุมกันไม่เกิน 5 คน ซึ่งหากมีการชุมนุมใดๆ จะต้องปฏิบัติตาม อย่างไรก็ดี การชุมนุมในครั้งนี้ได้ประสานกำลังร่วม ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย และสลายตัวไปหลังได้รับคำตอบที่พอใจจาก ผู้ว่าราชการจังหวัด อย่างไรก็ดี กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ขอนแก่น จะยังคงเฝ้าติดตามข้อมูลการชุมนุมของทุกกลุ่มเพื่อให้เป็นไปตามการประกาศกฎอัยการศึกษาของ คณะ คสช.อย่างเคร่งครัดที่สุด.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้