วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"แม่บ้านมีหนวด" คนขายรอยยิ้มผ่านศิลปะแหวกแนว อยากทำอะไรทำเลย... อย่ารอพรุ่งนี้

"แม่บ้านมีหนวด" คนขายรอยยิ้มผ่านศิลปะแหวกแนว อยากทำอะไรทำเลย... อย่ารอพรุ่งนี้

  • Share:

ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค  ที่ทุกอย่างมาเร็วไปเร็ว  มีพื้นที่ให้แสดงออกอย่างเหลือเฟือสำหรับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก หลายคนจับจองพื้นที่เพื่อแสดงออกทางความคิด, ขายสินค้า, เจ๊าะแจ๊ะกับเพื่อนๆ หรือแม้แต่เป็นไดอารี่บันทึกชีวิตส่วนตั๊วส่วนตัว ขณะที่คนจำนวนไม่น้อยใช้พื้นที่เฟซบุ๊กสร้างแกลเลอรี่ภาพถ่ายเพื่ออวดฝีมือจนโด่งดังไปทั่วโลกออนไลน์ โดยหนึ่งในปรากฏการณ์สร้างสรรค์ศิลปะทางเฟซบุ๊กที่ฮือฮาข้ามปีต้องยกให้แฟนเพจ “แม่บ้านมีหนวด” ของ “บิว–อิษณัฐ ชลมูณี” หนุ่มใต้หน้าเข้มหนวดหยิม หุ่นท้วมสั้น วัย 23 ปี ซึ่งโด่งดังใน ชั่วข้ามคืน มีคนกดไลค์มากกว่า 450,000 คน ในเวลาเพียงปีเศษ โดยชูสโลแกน “พอมีผัว เลยต้องทำตัวเป็นแม่บ้าน”

ตัวจริงของ “แม่บ้านมี หนวด” เป็นใครทำอะไรอยู่ที่ไหน

ปัจจุบันเป็นนักศึกษาปริญญาโท สาขาธุรกิจบันเทิง มหาวิทยาลัยกรุงเทพ แต่ตอนเปิดเพจแม่บ้านมีหนวด เมื่อเดือน ก.ค.ปี 2555 “บิว” กำลังเรียนปี 4 คณะสถาปัตย์ ลาดกระบัง สาขาภาพยนตร์ ปกติเป็นคนเฉยๆออกจะดูหยิ่งๆเพราะหน้าเหวี่ยง ถ้ารู้จักกันแล้วถึงจะรู้ว่าเป็นคนรั่วๆโก๊ะๆ แต่ที่ลุกขึ้นมาทำอะไรแบบนี้ เพราะเป็นคนอยากทำอะไรก็ทำ และชอบเซอร์ไพรส์ตัวเอง แบบเฮ้ย!! เราทำไปแล้วนี่หว่า

แม่บ้านมีหนวดโตมาแบบไหน เป็นคุณหนู หรือปากกัดตีนถีบ

“บิว” เป็นคนจังหวัดสตูล ครอบครัวมีฐานะ แต่ขอไม่บอกว่าทำอะไร มีพี่สาวคนเดียวเหมือนแม่คนที่สอง โตมาแบบคุณแม่ให้อิสระเต็มที่ ให้โอกาสลองทำทุกอย่าง แม่จะสอนด้วยเหตุผล ตั้งแต่เด็กจนโต “บิว” ประกวดทุกอย่างเท่าที่จะประกวดได้ แต่เกี่ยวกับงานศิลปะ และกิจกรรมทางวิชาการ เคยวาดรูปได้แชมป์ระดับประเทศมาแล้ว  แม่จะให้เรียนรู้ด้วยตัวเองก่อน พอผิดปุ๊บ แม่ค่อยอธิบายให้เข้าใจ ต้องขอบคุณที่บ้านที่เข้าใจเรา และให้เราใช้โอกาสทำในสิ่งที่เป็นตัวเรา คุณแม่เก่งมาก เป็นที่สุดของชีวิต แม่เป็นต้นแบบของคนสร้างตัวด้วยลำแข้งตัวเอง

เริ่มมาทำอะไรแก่นเซี้ยวแบบนี้ตอนไหน


ทำมาตั้งแต่สมัยเรียนลาดกระบังแล้ว ที่คณะสถาปัตย์ “บิว” กับเพื่อนๆ จะชอบแต่งตัวบ้าๆบอๆแบบนี้อยู่แล้ว และถ่ายรูปเล่นกับเพื่อนเป็นปกติ แต่ลงแค่เฟซบุ๊กส่วนตัว  เพิ่งมาตัดสินใจเปิดเป็นเพจแม่บ้านมีหนวดได้ปีเศษ  คราวนี้มันก็เลยไปไกล มีคนรู้จักเยอะขึ้น แต่จริงๆแล้วที่ลาดกระบังมีแบบนี้เยอะ บางวันยังใส่กระโปรงยาว 4 เมตรไปเรียน

คิดได้ไงว่าจะใช้ชื่อ “แม่บ้านมีหนวด” แค่ฟังก็ขำสุดๆแล้ว...โดนมาก!!

เปิดเพจเฟซบุ๊กแล้วต้องมีชื่อ ก็คิดเยอะอยู่ 2 วัน คำว่าแม่บ้านมาจากตัวเราที่ชอบทำงานบ้าน และมีหนวดก็คือตัวเรามีหนวด รวมกันเป็น “แม่บ้านมีหนวด” มีหลายๆเพจที่เจ้าของอยู่ลาดกระบัง เพราะเด็กลาดกระบังมีความเป็นเอกเทศมาก แต่ละรุ่นจะรู้จักกันหมด  เพราะรับคนน้อย รุ่น “บิว” มีแค่ 25 คน

ตอนทำเพจแม่บ้านมีหนวด วาดฝันไหมว่าจะโด่งดังเปรี้ยงปร้าง


ไม่ได้คิดมาก่อน แค่รู้ว่าอยากทำอะไรก็ทำเลย สนุกกับสิ่งที่ทำ ความฝันมีแค่อนาคตมีงานเลี้ยงดูตัวเอง  มีเงินเลี้ยงดูพ่อแม่  อันนี้คือความฝัน แต่ไม่ได้ฝันว่าต้องเป็นอาชีพอะไร แค่อยากทำก็ลุกขึ้นทำ!!

โพสต์รูปขึ้นเพจครั้งแรก กระแสตอบรับแรงไหม

รูปแรกลบทิ้งไปแล้ว  เพราะมันแอบโหดเกินไป ไม่สามารถเผยแพร่สู่สาธารณชนได้ เป็นรูปใส่ชุดว่ายน้ำวันพีซยืนโพสต์ท่ามกลางน้ำท่วม แรงมาก!!เพราะฉะนั้นอะไรที่เสี่ยงมีปัญหาตัดทิ้งเลยดีกว่า

เริ่มรู้สึกว่าตัวเองดังเปรี้ยงตอนไหน


ตอนมีคนมากดไลค์ 4-5 พันคน ก็เริ่มตกใจเบาๆแล้ว เพราะช่วง 200-300 คน ก็พอรู้ว่าเป็นพี่ๆน้องๆเพื่อนๆในคณะสถาปัตย์ แต่พอเริ่มเป็นพันคน ก็รู้แล้วว่าไม่ใช่แค่เด็กลาดกระบัง ปัจจุบันมีคนกดไลค์มากว่า 450,000คน

ก่อนจะโพสต์รูปออกมาแซ่บขนาดนี้ ต้องเตรียมการเยอะขนาดไหน

ปกติในรถจะมีชุดและอุปกรณ์ติดไว้เสมอ พอขับไปเจอตรงไหนที่ชอบและอยากทำ ก็กระโดดลงไปถ่ายเลย ใช้เวลาไม่นานหรอก ไม่มีการเตรียมการล่วงหน้า ถ้าเห็นอะไรที่ใช่ก็ลุยเลย ทำการบ้านตรงนั้นว่าเราจะโพสต์ยังไง จะใช้แคปชั่นบรรยายใต้ภาพยังไง ที่สามารถสื่อสารออกมาได้ ไม่เคยเซ็ตล่วงหน้า แต่ใช้แรงบันดาลใจสดๆเดี๋ยวนั้น อย่างเช่น เห็นวินมอเตอร์ไซค์วิ่งมา ก็จะกระซิบช่างภาพว่า นี่แกเดี๋ยวฉันจะกระโดดขึ้นซ้อนวินมอเตอร์ไซค์นะ แล้วกระโดดขึ้นไปเลย เพื่อนก็แชะๆๆ โดยพี่วินมอเตอร์ไซค์ไม่รู้ตัว จังหวะนั้นได้ทุก

อย่างที่เป็นเรียลไทม์จริงๆเรารู้สึกสนุกกับอารมณ์และรีแอ็กชั่นของชาวบ้าน มันเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์ และสนุกมาก ทีมงานของเราไม่ใช่กองถ่ายอลังการอะไร แต่เราเรียนภาพยนตร์มา ทำให้รู้วิธีว่าทำยังไงให้งานออกมาดูอลังการ ถึงแม้จะถ่ายด้วยกล้องมือถือ และกล้อง DSLR ธรรมดา เพียงแต่ต้องอาศัยแสงธรรมชาติ

เล่าให้ฟังหน่อยสิคะ  เคยเจอปฏิกิริยาแปลกๆ สนุกๆ อะไรมาบ้าง


ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสายตาคนที่มองแปลกๆ เป็นอารมณ์แบบว่า  มองเราว่าบ้าหรือเปล่า บางทีก็ตกใจ มีขำๆบ้าง  แต่ถ้าไปต่างจังหวัด พวกป้าแม่บ้านจะส่งเสียงเชียร์เลยนะ ไม่รู้หรอกว่าเราเป็นใคร แต่คิดว่าเป็นหางเครื่อง บางคนก็ตะโกนถามว่ามาเที่ยวเหรอลูก...แต่งตัวเยอะเนอะ ซึ่งก็โอเคนะ แต่ปฏิกิริยาจากสัตว์นี่สิ ตกใจแม่บ้านมีหนวดจนเป็นเรื่องทุกที!! เคยใส่ชุดราตรียาวขึ้นขี่ม้า แล้วม้าพยศ เพราะกระโปรงสะบัดไปติดหางเขา  เรากรี๊ดๆๆด้วยความกลัวสุดๆ เพราะไม่เคยขี่ม้ามาก่อนในชีวิต แต่ตากล้องก็ยังถ่ายไม่เลิก ตอนนั้นจำได้เลยใส่ส้นสูงสีชมพูก็จิกเท้าสุดฤทธิ์ กลัวถูกม้าเหวี่ยง ในที่สุดเลยกระเด็นตกจากหลังม้า  อีกครั้งหนึ่งถ่ายกับช้าง ซึ่งจะต้องไม่ให้ควาญช้างยืนอยู่ด้วย เกิดมาในชีวิตไม่เคยขี่ช้าง ขึ้นไปนั่งทำอะไรไม่ถูก พอน้องช้างพาเดินไปถึงริมหน้าผา โอ๊ยเชื่อไหม กรี๊ดลั่นป่าเลย!!

เวลาไปถ่ายตามสถานที่ต้องห้าม เอาตัวรอดมาได้ยังไง

ต้องทำเวลาเร็ว กระโดดลงปุ๊บ ถ่ายปั๊บ แล้วหนีเลย ถ่ายเสร็จเขาก็เชิญออกพอดี (หัวเราะ) ปัญหาที่เจอส่วนใหญ่จะเป็นพวก รปภ. แต่ตำรวจโดนจับแค่ครั้งเดียว!! เราก็ยกมือไหว้ขอโทษอย่างเดียว  เคยไปถ่ายตามห้างสรรพสินค้า พอโดน รปภ.เข้ามาห้าม   เราก็ย้อนเลยว่าทำไมฉันจะถ่ายรูปในห้างฯ ไม่ได้  ฉันก็ถ่ายรูปเล่นเหมือนคนเดินช็อปปิ้งทั่วไป แค่แต่งตัวเยอะไปหน่อยเท่านั้นเอง (หัวเราะ) พอไปถึงสถานที่ ต้องคิดให้เสร็จเลยว่าจะทำอะไร แล้วทำเลย!!

มีโลเกชั่นในฝันไหม ที่แม่บ้านมีหนวดจะต้องไปโพสต์ให้ได้


อยากถ่ายที่ราชดำเนิน อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแต่ชุดมันใหญ่อลังการ และคนก็เยอะมาก ต้องหาคนช่วยเสื้อผ้าแต่ละชุดของแม่บ้านมีหนวดอลังการสุดๆ ต้องใช้ทีมงานใหญ่ไหม(ขึ้นเสียงสูง) ทำคนเดี๊ยว!! ชอบเย็บปัก ถักร้อย ก็ทำมันเองหมดตั้งแต่ดีไซน์แบบ, เขียนแพทเทิร์น, เดินซื้อผ้าและ ถีบจักรเย็บเอง ชุดราตรียักษ์ๆบางชุดก็ใช้เวลา ตัดเย็บเสร็จภายใน 3 ชั่วโมง!!

นอกจากสนุกแล้ว “แม่บ้านมีหนวด” สร้างแรงบันดาลใจอะไรให้ เด็กรุ่นใหม่บ้าง

เรื่องความกล้า แสดงออก!! จะบอกทุกคนเสมอว่า  ความกล้าแสดงออกไม่ใช่แค่แต่งตัวเวอร์ แล้วออกมาเดินตามท้องถนนแต่ต้องใส่ความคิดและมีคอนเซปต์ในการทำงานด้วย ถ้าคนเป็นแฟนเพจของแม่บ้านมีหนวดจะเห็นเลยว่า เรามีอารมณ์ของภาพ แต่ละภาพมีความหมาย ที่อยากสื่อกับสังคม ถ้าเอานางแบบธรรมดามายืนโพสท่าถ่ายรูป

ก็เป็นแค่เซตแฟชั่นธรรมดาแล้วจบ แต่พอเป็น “แม่บ้าน มีหนวด” ทำให้เกิดความเข้ากันที่ไม่เข้ากัน “บิว” บอกน้องๆเสมอว่าคุณอยาก ทำอะไรทำเลย อย่ารอ!! อย่ามัวแต่คิดฝัน แล้วไม่ลงมือทำ!! ใครจะว่าคุณผิดคุณถูกยังไง  เราเรียนรู้กันได้ไม่มีใครทำแต่สิ่งที่ถูกต้องตลอดชีวิต ฉะนั้น ทุกคนเกิดมาแล้วต้องลองทำก่อน ผิดแล้วค่อยแก้ไขพัฒนาตัวเอง แต่เด็กไทย ส่วนใหญ่มักโดนปิดกั้น อย่ารอให้คนมาหยิบยื่นโอกาส แต่ให้ไขว่คว้าหาโอกาสเอง อยากทำก็ทำเลย!!
ดังแล้วชีวิตเปลี่ยนไปมากไหม

ก็ปกติเหมือนเดิมนะ เราไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน  เพียงแต่ตอนนี้มีโอกาสใหม่ๆเข้ามาในชีวิต  ก็สนุกดี ได้ลองไปเรื่อยๆค้นหาว่าสิ่งที่เราชอบคืออะไร ได้ลองทำงานเบื้องหน้าหลายอย่าง ปีนี้เพิ่งอายุ 23 ปี ก็ยังมีเวลาค้นหาตัวเองอีกเยอะ เป็นเวลาของการเรียนรู้ ขอคุณแม่ไว้ 2 ปี พอเสร็จจากนี้ก็คงต้องกลับไปช่วยดูแลกิจการของครอบครัว

รู้สึกยังไงที่ถูกเรียกขานว่าเป็นเจเนอเรชั่นหลงตัวเอง


จริง!! พวกเราเป็นเจนฯ หลงตัวเอง เพราะทุกอย่างมันง่ายสามารถทำได้เอง ไม่ต้องง้อใคร ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะหลงตัวเอง การหลงตัวเองไม่ใช่เรื่องผิดนะ แต่อยู่ที่ว่าหลงตัวเองแล้วเกิดประโยชน์อะไร คนไทยชอบโฟกัสเรื่องที่ไม่จำเป็น ทำไมไม่คิดว่าการที่เด็กคนนี้หลงตัวเองเกิด จากความเก่งและความดีงามของเขาไหม จะไปเบรกเด็กตลอดหาว่าหลงตัวเอง   ก้าวร้าว  เป็นเด็กแล้วยังไง  ผู้ใหญ่น่าจะเปิดใจกว้างและเอาความคิดมาแชร์กัน เด็กสมัยนี้หลายคนเก่งนะ แต่เมืองไทยมีปัญหาตรงที่ว่าผู้ใหญ่ไม่ฟังเด็ก ถ้าเราอยากทำอะไรก็ศึกษาหาความรู้ให้เต็มที่ แล้วทำเลย อย่าไปรอให้ใครมาบอกว่าต้องทำหรือไม่ทำ คุณแม่จะสอนตลอดว่า “เรียนรู้ดีกว่าไม่ได้ลอง” อย่างน้อยก็ได้ลองทำจริงรู้สึกจริง เด็กสมัยนี้ไม่เอาไม่ทำกลัวผิด ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย

วันนี้ “แม่บ้านมีหนวด” รวยหรือยัง ประสบความสำเร็จหรือยัง

ถ้า “บิว” ไม่รวยเท่าแม่ก็ถือว่ายังไม่รวย และถ้าดูแลครอบครัวไม่ได้ ก็ถือว่ายังไม่ประสบความสำเร็จ ตอนนี้กำลังเดินทางอยู่เพื่อไปสู่ความสำเร็จ โจทย์หลักของชีวิตคือ ทุกวันเราต้องมีความสุข ไม่ต้องรอพรุ่งนี้ หรือมะรืน ทุกวันต้องมีความสุขไว้ก่อน แล้วอย่างอื่นค่อยว่ากัน.


ทีมข่าวหน้าสตรี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้