advertisement

ไขข้อข้องใจ! 'ชาเขียว'ยาดีครอบจักรวาล...จริงหรือ?

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ก.ค. 2556 10:00

สมัยนี้อาหารคาวหวาน ถ้าจะเรียกลูกค้ารักสุขภาพได้ดีต้องผสมชาเขียว แล้วใครจะรู้บ้างว่า “ชาเขียว” มีประโยชน์หลากหลายอย่างคำคุยที่เคยได้ยินมาจริงหรือไม่


การดื่มชาเขียวให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เนื่องจากสารสำคัญในใบชาเขียวกลุ่มโพลีฟีนอล ที่ชื่อว่า เคทิชิน (Catechins) จะทำหน้าที่จับกับอนุมูลอิสระและขัดขวางการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยต้านโรคภัยได้มากมาย เช่น ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคมะเร็งได้ แต่ก็มีหลากหลายความเชื่อเกี่ยวกับสรรพคุณของชาเขียว บ้างถูกบ้างผิด ภก.ขวัญชัย นันทะโย ผู้เชี่ยวชาญจากเมก้า วีแคร์ จะมาตอบทุกความสงสัยเกี่ยวกับชาเขียว




จริงหรือไม่
•    ชาเขียวช่วยลดคอเลสเตอรอล
จากการวิจัยพบว่า ชาเขียวสามารถช่วยลดระดับไขมันได้ ทั้งในผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดสูงและในระดับปกติ โดยสารสำคัญกลุ่มโพลีฟีนอลเป็นสารออกฤทธิ์ และการศึกษาทางคลินิกพบว่า การรับประทานชาเขียวสกัดในระยะยาวในคนที่มีไขมันในเลือดสูง สามารถลดไขมันในเลือดได้ และส่งผลดีต่อการลดความดันโลหิตด้วย

นอกจากนั้น การวิจัยของมหาวิทยาลัยแคนซัสปี 1997  พบว่า ชาวญี่ปุ่นมีอัตราการเสี่ยงของโรคหัวใจค่อนข้างต่ำ แม้ว่าชาวญี่ปุ่นกว่า 75% จะสูบบุหรี่ก็ตาม โดยให้เหตุผลว่า แคทิชิน ในชาเขียว เป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูงที่ช่วยลดความเสี่ยงนี้



•    ชาเขียวช่วยต้านมะเร็ง

ชาเขียว มีคุณสมบัติ ในการต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง จึงสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ได้  จากรายงานการแพทย์ทั่วประเทศญี่ปุ่นในปี ค.ศ.1982 และ 1987 พบว่าในแถบจังหวัดมิซูโอกะ ซึ่งเป็นท้องถิ่นที่มีการดื่มชาเขียวกันมาก มีอัตราการเกิดมะเร็งในกระเพาะอาหารอยู่ในระดับต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย และรายงานของทีมวิทยาศาสตร์จากศูนย์กลางการวิจัยโรคมะเร็ง ในบริติชโคลัมเบีย พบว่าสารแคทิชินในชาเขียว สามารถยับยั้งการสร้างไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งได้



•    ชาเขียวทานแล้วผอม

ชาเขียวสกัด เป็นสารอาหารธรรมชาติ ที่สามารถช่วยลดน้ำหนักได้จริง และปลอดภัย โดยจากผลการศึกษาในกลุ่มตัวอย่าง ให้รับประทานชาเขียวสกัดวันละ 1,500 มิลลิกรัม ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน พบว่ากลุ่มตัวอย่างน้ำหนักตัวลดลงโดยรวม 4.6% ( 3.5 กิโลกรัม) และรอบเอวลดลงโดยรวม 4.48% (1.6 นิ้ว) การศึกษานี้ยังได้สรุปถึงกลไกการทำงานของชาเขียวสกัดในการลดน้ำหนักว่า ช่วยยับยั้งเอนไซม์ไลเปสทั้งจากกระเพาะอาหารและตับอ่อน ทำให้การย่อยไขมันลดลง ส่งผลให้ไขมันดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้น้อยลง ลดการสะสมของไขมันใหม่ได้ อีกทั้ง ชาเขียวสกัดยังช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญของร่างกาย โดยการยับยั้งเอนไซม์ที่จะไปทำลาย Norepinephrine (NA) ทำให้ NA อยู่ในร่างกายและออกฤทธิ์ได้นานขึ้น ส่งผลให้การเผาผลาญไขมันในร่างกายเพิ่มมากขึ้น

•    ชาเขียวทำให้ท้องผูก

ในชาเขียวมีสารแทนนิน (Tannin) ที่มีฤทธิ์ฝาดสมานและเป็นสารที่ช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย จึงเป็นไปได้ ถ้าดื่มชาปริมาณมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวแบบชง หรือ แบบพร้อมดื่ม ก็สามารถทำให้ท้องผูกได้



•    ดื่มชาเขียวแช่เย็นมีประโยชน์หรือโทษ

ในโลก social network สงสัยถึงประโยชน์ของชาเขียวแช่เย็นเพราะเมื่อเทน้ำชาเขียวเย็นลงไปในชามก๋วยเตี๋ยวแล้วจะพบคราบไขมันลอยจับที่ชามก๋วยเตี๋ยวทันที ทำให้ไม่แน่ใจว่าทานแล้วร่างกายจะได้ประโยชน์หรือโทษกันแน่


มีการวิเคราะห์ว่าการเทน้ำเย็น ๆ ไม่ว่าน้ำอะไรก็ตามลงไปในชามก๋วยเตี๋ยว จะเกิดเป็นไขได้ทั้งนั้น ซึ่งเป็นปฏิกิริยาของไขมันที่เปลี่ยนอุณหภูมิกะทันหันนั่นเอง ดังนั้นการดื่มชาเขียวร้อนหรือชาเขียวเย็นไม่น่าจะแตกต่างกัน

•     ดื่มชาเขียวปริมาณเท่าไหร่จะได้ประโยชน์

นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล ผู้เชี่ยวชาญการแพทย์ธรรมชาติบำบัดกล่าวว่า การรับประทานชาเขียวให้ได้สารต้านอนุมูลอิสระ จะต้องชงชาเขียวเข้มข้นแบบญี่ปุ่นและต้องดื่มชาเขียวอย่างน้อยวันละ 20 แก้ว เป็นประจำทุกวัน จึงจะสามารถป้องกันมะเร็งได้ ซึ่งในทางปฏิบัติอาจทำได้ยาก และยิ่งการดื่มน้ำชาเขียวปัจจุบันเป็นชาเขียวที่เจือจาง ทั้งยังปรุงรสแต่งกลิ่นและรสด้วยน้ำตาล ซึ่งหากดื่มมากๆ อาจทำให้เกิดโรคอ้วนได้

นพ.กฤษดา ศิรามพุช  ผอ.สถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าวว่า การดื่มชาร้อนนั้นมีผลวิจัยระบุว่า สารต้านอนุมูลอิสระในชาจะหายไปประมาณ 20% หากโดนความร้อนนานๆ และให้เคล็ดลับการชงชาเขียวให้สารต้านอนุมูลอิสระคงอยู่ ทำได้โดยบีบมะนาวลงไประหว่างชงชา




•    เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชาเขียวอย่างไร
จะเห็นว่าการชงชาเขียวให้ได้ประโยชน์เต็มที่ต้องคัดเลือกชาที่มีคุณภาพ และชงอย่างถูกวิธีจึงจะได้ประโยชน์กับร่างกายอย่างเต็มที่ ปัจจุบันเพื่อความสะดวกในการทานชาเขียว มีผลิตภัณฑ์ชาเขียวสกัดให้เลือกสรรมากมาย สำหรับเทคนิคในการเลือกซื้อ ควรพิจารณาเลือกผลิตภัณฑ์ที่ให้ความเข้มข้นของชาเขียวที่สูงเพียงพอในการดูแลสุขภาพ เพราะมีผลิตภัณฑ์ชาเขียวบางตราสินค้าที่ให้สารสำคัญน้อยมาก แต่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ดังนั้นควรพิจารณาเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นชาเขียวสกัดเข้มข้น ให้สารสำคัญในการต้านอนุมูลอิสระปริมาณสูง ที่สำคัญควรผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ โดยขนาดรับประทานในการดูแลสุขภาพของสารสกัดจากชาเขียวคือวันละ 750–1,500 มิลลิกรัม

ข้อมูล : ภก.ขวัญชัย นันทะโย ผู้เชี่ยวชาญจากเมก้า วีแคร์

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement