บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครูค้างชำระหนี้กู้ ช.พ.ค.พุ่ง 8.6 หมื่นราย

“พิษณุ” เตือนอย่าคิดชักดาบ สกสค.จ่อยื่นอัยการแก้ปัญหาธนาคารออมสิน

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ดร.พิษณุ ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า สำนักงาน สกสค.ได้ติดตามข้อมูลผู้ที่กู้เงินในโครงการสวัสดิการเงินกู้สมาชิกกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการกับธนาคารออมสินตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน ปรากฏว่าเป็นที่น่าตกใจเนื่องจากพบว่ามีสมาชิก ช.พ.ค. ที่กู้เงินไปแล้วขาดการชำระหนี้ติดต่อกันเกินกว่า 3 งวดกว่า 86,000 คน จากผู้กู้จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 500,000 คน โดยในจำนวนดังกล่าวมีบางรายที่รับเงินกู้ไปแล้วแต่ไม่เคยส่งชำระเงินคืนแม้แต่งวดเดียว หรือขาดส่งประมาณ 70-80 งวด เป็นยอดเงินค้างชำระรวมแล้วกว่า 10,660 ล้านบาท และทางธนาคารออมสินเองก็เลือกที่จะหักเงินจากยอดเงินค่าตอบแทนซึ่งทางธนาคารจะต้องจ่ายให้กับสำนักงาน สกสค.เป็นค่าดำเนินงานเดือนละ 200 ล้านบาท แทนการไปติดตามทวงหนี้จากผู้กู้ เพราะไม่ต้องเสียเวลาไปทวงหนี้เอง ซึ่งสำนักงาน สกสค.เห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และได้มีการทักท้วงมาโดยตลอด แต่ทางธนาคารก็ไม่สนใจ แถมล่าสุดเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาก็ยังหักเงินค่าตอบแทนดังกล่าวที่จะต้องส่งให้กับสำนักงาน สกสค.อีก ดังนั้น ในการประชุมบอร์ด สกสค. ในวันที่ 7 ส.ค.นี้ จะมีการเสนอเรื่องให้ที่ประชุมได้พิจารณาเพื่อเสนอเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุดได้ช่วยพิจารณาว่าจะยุติปัญหาข้อขัดแย้งนี้อย่างไรต่อไป ซึ่งเบื้องต้นสำนักงาน สกสค.ได้เตรียมข้อมูลพร้อมยื่นไว้แล้ว

“แนวโน้มคาดว่าน่าจะมีตัวเลขของผู้ค้างชำระเงินกู้ 3 งวดติดต่อกันเพิ่มสูงขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเพราะมีการพูดกันปากต่อปากว่าถึงผู้กู้ไม่ส่งชำระเงินก็ไม่เป็นไร เพราะธนาคารออมสินไปเรียกเก็บเงินจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการ ช.พ.ค.แทนได้ แถมยังเป็นลูกค้าชั้นดีไม่มีแบล็กลิสต์ เพราะไม่มีประวัติการค้างชำระเงิน ทำให้ตัวเลขผู้ขาดส่งชำระหนี้ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาเพิ่มสูงขึ้นมาก นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลว่ามีผู้กู้อีกจำนวนไม่น้อยที่หยุดชำระหนี้ไปเพื่อรอดูสถานการณ์ระหว่างสำนักงาน สกสค.กับธนาคารออมสิน จะหาทางออกเรื่องนี้กันอย่างไร แต่ไม่ว่าท้ายที่สุดจะมีข้อยุติแบบไหนก็ตาม ผู้กู้ก็ต้องชำระหนี้คืนอยู่ดี ไม่มีใครไปใช้หนี้แทนอย่างที่มีการพูดกันอย่างแน่นอน ดังนั้นผู้กู้ควรชำระหนี้ตามกำหนด อย่าคิดชักดาบเด็ดขาด” ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.กล่าว.