วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยึดเงิน 'ยิ่งลักษณ์' วิษณุอ้าง คําสั่งปกครอง!

อายัด‘37อสังหา’ ‘ปู’ปลูกดาวเรือง ทหาร-ตร.คุมแจ ‘ศรีวราห์’ขอศาล หมายจับ‘วัฒนา’

“บิ๊กตู่” เต้น เรียก “วิษณุ-อภิศักดิ์” ถกยึดบัญชีเงินฝาก “ปู” ก่อนออกโรงแจงเป็นส่วนคำสั่งทางปกครอง แยกจากคดีความอาญา ขู่ฟ่ออย่าบิดเบือนยกมาปลุกระดม ร้อนก้นสั่งสอบระบายข้าวฉาว “วิษณุ” ย้ำแยกคดีเป็นสองส่วน สั่งเบรกยึดทรัพย์รอศาลฎีกาฯ ตัดสิน รมว.คลังเด้งเชือกไม่รู้เรื่องยึดบัญชีอดีตนายกฯ ทนายยันโดนยึดไปแล้ว 7 บัญชี ย้อนถามหน่วยงานทางปกครองจะใหญ่กว่าศาลหรือ “เหวง” ซัด ป.ป.ช.จ้องซ้ำเติม “ยิ่งลักษณ์” ป.ป.ช.โต้ปั่นกระแสพ่วงคดีข้าว ทหารคุมแจ “ปู” ควง “ไปก์” ปลูกดาวเรืองที่อุบลฯ “บิ๊กป้อม” สั่งเคลียร์แกนนำขอให้เชียร์อยู่บ้าน “ศรีวราห์” ลั่นขอหมายจับรอแล้ว ทำเนียบฯยกระดับ รปภ.ขั้นสุด สนช.พลิ้วอุ้มผู้ตรวจฯไม่เซ็ตซีโร่

หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ทวิตเตอร์ตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. หลังถูกยึดและถอนบัญชีเงินฝากไปส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ขั้นตอนเตรียมการตามที่ฝ่ายรัฐบาลระบุ ล่าสุดฝ่ายรัฐบาลต้องออกมาชี้แจงว่ากรณีดังกล่าวเป็นขั้นตอนทางปกครอง ต้องแยกจากคดีอาญา

“อภิศักดิ์” ปัดไม่รู้เรื่องยึดทรัพย์ “ปู”

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 27 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เรียกนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เข้าหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า เป็นเวลา 20 นาที คาดว่าเป็นการหารือคดีโครงการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์โพสต์ทวิตเตอร์ตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่ามีการยึดและถอนเงินในบัญชีไปแล้ว ไม่ใช่แค่ขั้นเตรียมการ ต่อมานายอภิศักดิ์ให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆภายหลังเข้าพบนายกฯ ว่า ยังไม่ทราบเรื่องที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุ ยังไม่มีการรายงานข้อเท็จจริงมาที่ตน การดำเนินการเป็นการประสานงานกันในระดับล่าง ในระดับปลัดกระทรวง และระดับเจ้าหน้าที่เท่านั้น

“บิ๊กตู่” เต้นแจงเรื่องทางปกครอง

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กรณีกรมบังคับคดีดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์ในบัญชีธนาคารของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือเป็นคนละเรื่องกับกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีคำพิพากษาในคดีจำนำข้าว วันที่ 25 ส.ค. ขออย่านำ 2 กรณีมาปนกัน การยึดทรัพย์โดยกรมบังคับคดีเป็นมาตรการทางปกครอง ต้องทำตามเวลาที่กำหนด ส่วนวันที่ 25 ส.ค. เป็นเรื่องของศาลซึ่งเป็นคดีอาญา วันนี้มี 2 กรณี แต่อาจมี 3 กรณีก็ได้ หากมีมาตรการทางแพ่งให้ชดใช้ความเสียหาย

ขู่ฟ่ออย่าบิดเบือนใช้ปลุกระดม

เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ร้องต่อศาลปกครองให้ทุเลาการยึดทรัพย์ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า หากศาลรับคำร้องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ การยึดทรัพย์จะหยุดชั่วคราว ถ้าศาลไม่ให้ทุเลาต้องเดินหน้ายึดทรัพย์กันต่อไป ขึ้นอยู่กับศาลจะให้สิทธิแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์หรือไม่ ไม่ใช่ว่าเมื่อโดนคำสั่งศาลแล้วจะไม่สามารถร้องขอความเป็นธรรมได้ แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สามารถร้องศาลปกครองจนกว่าอายุความจะสิ้นสุด ระหว่างนี้กรมบังคับคดีจะดำเนินการยึดทรัพย์จนกว่าอายุความจะสิ้นสุดเหมือนกัน ขออย่าเอา 2 เรื่องมาพันกัน อย่าเอามากลายเป็นประเด็นเพื่อปลุกระดม ใช้ในการบิดเบือนเอาคนมาหาว่าเราไปรังแกยึดทรัพย์ มันคนละเรื่อง เนื่องจากมีกฎหมายตั้งหลายตัว

ร้อนก้นสั่งสอบระบายข้าวเน่า

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงข้อร้องเรียนปัญหาการระบายข้าวที่ จ.อ่างทอง จากข้าวดีเป็นข้าวเสีย และไม่ยอมไปเปิดคลังข้าวพิสูจน์ข้อเท็จจริง ว่า กำลังให้ตรวจสอบ รัฐบาลทำเรื่องข้าวเต็มที่ ไม่ให้มีการรั่วไหล แต่เมื่อรั่วไหลต้องไปดูถึงปัญหา ตนไม่ต้องการให้เกิดปัญหาแต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นมาก็ต้องสอบสวน เพราะตัวอย่างปัญหามีอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องทำแบบเขา ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ที่ทำงานสุจริต ต้องคิดดูว่าคลังข้าวมีเป็นพันๆคลัง เราไล่ตรวจสอบทุกคลัง ถ้าจะมีรั่วไหลอยู่บ้างก็ต้องดูที่เจตนาว่าต้องการให้รั่วหรือไม่ ใครจะไปตรวจสอบข้าวทุกกระสอบให้ตน เจ้าหน้าที่ต้องสุ่มตรวจบ้าง พิสูจน์ดีเอ็นเอบ้าง ทุกอย่างเปิดเผยไม่ได้ปิดบัง ถ้าจะหลุดรอดไปบ้างก็ไม่รู้ว่ามากน้อยแค่ไหน จ้างใครไปตรวจก็ไม่ค่อยมีคนอยากเข้าไป เพราะในคลังมันเละไปหมด แต่ถ้าบอกว่าทุจริตนั้นเป็นการเมือง

“วิษณุ” ย้ำแยกคดีเป็นสองส่วน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องโครงการรับจำนำข้าวมีหลายส่วน คดีอาญาอยู่ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่จะตัดสินวันที่ 25 ส.ค. ถ้าตัดสินว่ามีความผิดจะนำไปสู่การดำเนินคดีแพ่งต่อไป ส่วนการยึดทรัพย์ที่สื่อถามนายกฯ นายกฯคงเข้าใจว่าเป็นการยึดทรัพย์ในคดีที่อยู่ในศาลฎีกาฯ ซึ่งความจริงยังยึดไม่ได้จนกว่าศาลจะตัดสิน แต่ในส่วนการบังคับคดีทางปกครอง ที่ออกคำสั่งทางปกครองไปนั้น เป็นคนละส่วนกัน ตรงนี้มีอายุความ 10 ปี ถ้าพบก็ต้องดำเนินการยึดทรัพย์เลย มิฉะนั้นถือว่าเจ้าหน้าที่บกพร่อง กระทรวงการคลังในฐานะเจ้าหนี้ ตรวจสอบพบว่ามีทรัพย์สินบางส่วนจึงได้นำทรัพย์สินแยกเป็น 2 ส่วน คือ 1.สังหาริมทรัพย์ ได้แก่ เงินฝากอยู่ในธนาคารต่างๆ ตรวจพบ 10-20 บัญชี จำเป็นต้องถูกอายัดไว้ก่อน ถูกฟรีซเอาไว้ไม่ให้จำหน่ายจ่ายโอน แต่ยังไม่ถูกยึดมาเป็นของหลวง 2.อสังหาริมทรัพย์ คือ ที่ดิน บ้าน คอนโดฯ ตรวจพบมีประมาณ 37 รายการ หน่วยงานเจ้าของเรื่องทราบมูลค่าจำนวนหนึ่ง แต่ขอไม่ระบุตัวเลข กรมบังคับคดีได้ประสานงานกรมที่ดิน ขอฟรีซทรัพย์นั้นไว้ไม่ให้จำหน่ายจ่ายโอน แต่ยังไม่ถูกยึดเข้ารัฐเช่นกัน ยังเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลนั้น

สั่งเบรกลุยยึดทรัพย์เอาไว้ก่อน

เมื่อถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่า เงินในบัญชีถูกอายัดและถูกถอนออกจากบัญชีไปแล้ว นายวิษณุตอบว่า เงินที่ถูกอายัดมี 16 บัญชี โดย 5 บัญชีรวมแล้วมีเงินเป็นหลักแสนบาท ถูกกรมบังคับคดีถอนออกมา เป็นอำนาจตามกฎหมาย แต่ยังไม่ได้ถูกส่งเข้าคลังทันที ทรัพย์ยังอยู่ที่กรมบังคับคดี เป็นการยึดตามคำสั่งทางคดีปกครอง ที่เหลืออีก 11 บัญชียังไม่มีการแตะต้อง เมื่อถามย้ำว่าหากศาลฎีกาฯตัดสินว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มีความผิด จะได้รับเงินที่ถูกกรมบังคับคดีถอนออกไปกลับคืนหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า เป็นคนละส่วนกัน ระหว่างคำตัดสินของศาลฎีกาฯ กับคดีแพ่ง และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยื่นขอทุเลาการบังคับคดี ตอนนั้นศาลไม่รับเพราะยังไม่มีการยึดทรัพย์ จึงไม่ต้องทุเลา แต่ขณะนี้เริ่มมีการบังคับคดีแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์มีสิทธิ์ไปยื่นขอทุเลาต่อศาลปกครองได้ ซึ่งเป็นผลดีต่อตัวเขาเอง จากนั้นอยู่ที่ศาลปกครองจะทุเลาการบังคับคดีหรือไม่ ถ้าศาลปกครองสั่งทุเลา กรมบังคับคดีต้องหยุดการดำเนินการทั้งหมด แต่ถ้าศาลปกครองสั่งไม่ทุเลา กรมบังคับคดีก็ดำเนินการต่อไปได้ตามกฎหมาย แต่มีการหารือกันแล้วว่าจะยังไม่ทำอะไรอีกในช่วงนี้ จนกว่าศาลฎีกาฯจะมีคำตัดสินในวันที่ 25 ส.ค.

ชี้อย่างน้อยรู้แหล่งขุมทรัพย์แล้ว

นายวิษณุกล่าวอีกว่า อย่างน้อยการทำเช่นนี้ทำให้รู้ว่าทรัพย์สินทั้งหมดในชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีทรัพย์อะไรบ้าง มีมูลค่าเท่าใด ส่วนทรัพย์สิน น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่อาจอยู่ในชื่อบุคคลอื่น กรมบังคับคดียังไม่เข้าไปตรวจสอบ ยังไม่ทราบว่าจะตรวจสอบเมื่อใด เมื่อถามว่า อาจถูกมองว่ากรมบังคับคดีใช้เวลาสืบทรัพย์นาน แต่เพิ่งมาสืบพบในช่วงเวลาใกล้จะตัดสินคดี นายวิษณุตอบว่า ไม่เกี่ยวกัน อยู่ที่ว่ากรมบังคับคดีจะสืบทรัพย์พบเมื่อใด เมื่อสืบพบต้องดำเนินการทันทีตามกฎหมาย ถือเป็นเรื่องปกติ ทั้งนี้กระทรวงการคลังไปแจ้งกรมที่ดิน ธนาคารต่างๆ ตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าศาลฎีกาฯจะนัดวันอ่านคำพิพากษาในวันใด เมื่อออกมาเป็นอย่างนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร

ไม่เลือกข้างสอบข้าราชการโกง

นายวิษณุยังกล่าวถึงการตรวจสอบเพิ่มเติมข้าราชการพัวพันการทุจริต ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 35/2560 จำนวน 70 คน ว่า จะตั้งกรรมการสอบภายใน 1 เดือน ลอตนี้มีทั้งที่ถูกร้องเรียนทุจริต หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และบางส่วนตกค้างมาจากคำสั่งเดิม สังเกตได้บางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นายกเทศมนตรี ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปลัดเทศบาล มีความเชื่อมโยงกัน ยืนยันว่าไม่เลือกดำเนินการกับการเมืองฝ่ายไหน ส่วนการสอบตามคำสั่ง 8 ครั้งที่ผ่านมา หากเรียบร้อยสัปดาห์หน้าจะมีการแถลง มีจำนวน 353 ราย แยกประเภทเรียบร้อยแล้วว่า เสียชีวิต พ้นสภาพ ลาออก ไล่ออก และที่สอบเสร็จแล้วส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบต่อ หรือยังสอบค้างอยู่ ทั้งหมดกี่ราย

ให้กำลังใจได้แต่อย่ากดดันศาล

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในคดีรับจำนำข้าว สามารถทำได้ในรูปแบบที่เหมาะสม เรากำลังพูดถึงกระบวนการยุติธรรม หากใช้วิธีการที่นำไปสู่การกดดัน ก็ไม่เหมาะสม หากทำอะไรที่ถือว่าหมิ่นศาล ก็ผิดกฎหมายด้วย เป็นความรับผิดชอบของนายกฯ ที่ต้องรักษากฎหมาย คสช.ต้องให้ความมั่นใจกับผู้ปฏิบัติหน้าที่คือศาล ว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ศาลท่านจะได้ทำหน้าที่อย่างสบายใจ และขอแนะนำว่าอย่าใช้วาทกรรม หรืออย่ารวมตัวกันในลักษณะทำให้เกิดปัญหาในทางกฎหมาย สำหรับกรณีอดีตนักการเมืองร่วมอวยพรวันเกิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนั้น ก็ส่งความปรารถนาดี และหวังว่าทุกคนจะมีโอกาสทบทวนหลายสิ่งหลายอย่าง ช่วยกันคิดทำเพื่อบ้านเมืองต่อไป

ทนายยันโดนยึดไปแล้ว 7 บัญชี

ด้านนายนพดล หลาวทอง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในคดีโครงการรับจำนำ ข้าว กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานบังคับคดีแพ่งกรุงเทพฯ 6 ได้ส่งหนังสือแจ้งการอายัดและยึดทรัพย์ตามคำสั่งกระทรวงการคลัง มายังบ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อแจ้งการอายัดและยึดทรัพย์ ตามคำสั่งกระทรวงการคลัง ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้รับหนังสือ เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ขณะเดียวกัน ธนาคารกรุงเทพได้ทำหนังสือแจ้งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีทราบว่า ธนาคารได้ดำเนินการอายัดและถอนเงินออกจากบัญชีธนาคารทั้ง 7 บัญชี เพื่อส่งมอบให้กับสำนักงานบังคับคดีแพ่งกรุงเทพฯ 6 แล้ว ตามคำสั่งอายัด ดังนั้นขณะนี้เงินฝากในบัญชี น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกถอนจากบัญชีไปแล้ว ส่วนบัญชีเงินฝากในธนาคารอื่นยังไม่แจ้งให้ทราบว่ามีการถอนเงินออกจากบัญชีแล้วหรือไม่

ย้อนหน่วยงานใหญ่กว่าศาลหรือ

นายนพดลกล่าวอีกว่า การอายัดดังกล่าวเข้าใจว่าทำก่อนที่ทีมทนายจะยื่นเรื่องต่อศาลปกครองให้ทุเลาการบังคับทางปกครอง ขณะนี้ศาลได้รับเรื่องเข้าสู่การพิจารณาแล้ว โดยเรียกให้หน่วยงานทางปกครอง ทั้งกระทรวงการคลังและกรมบังคับคดีเข้าชี้แจงว่าได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง และทีมทนายได้ยื่นหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้รอคำสั่งศาลปกครองก่อนจะดำเนินการใด มองว่าขณะนี้ยังไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่ฝ่ายปกครองต้องรีบดำเนินการอายัดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หากยังปล่อยให้หน่วยงานทางปกครองตั้งเรื่องเอง สั่งยึดอายัดทรัพย์เอง โดยไม่รอการพิจารณาของศาล หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร การพิจารณาของศาลยังจะมีความหมายอยู่อีกหรือไม่ กลายเป็นว่าหน่วยงานทางปกครองจะใหญ่กว่าศาลหรือ

“เหวง” ซัดจ้องซ้ำเติมอดีตนายกฯ

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมชี้มูลความผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ กรณีการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองว่า ไม่เข้าใจว่า คสช. ต้องการให้บ้านเมืองสงบปรองดองกันจริงหรือไม่ เพราะถ้าต้องการให้เกิดความสามัคคีในสังคม ต้องเยียวยาเพื่อลดความไม่พอใจของคน สิ่งที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ดำเนินการ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์สร้างความปรองดอง โดยไม่ได้จำกัดให้เฉพาะคนเสื้อแดงเท่านั้น อยากเตือนว่าอย่าทำลายความยุติธรรม ไม่ควรจ้องทำลายล้างกัน ขอตั้งข้อสังเกตกับสิ่งที่ ป.ป.ช.ทำ ทำไมต้องทำในจังหวะนี้ ต้องการจะซ้ำเติม น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้ดูว่าเลวร้ายยิ่งกว่าเดิมใช่หรือไม่ สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือสร้างความเข้าใจร่วมกัน สร้างความปรองดอง การทำอย่างนี้ยิ่งกลายเป็นการกระตุ้นให้คนไปให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์มากขึ้น

ป.ป.ช.ปัดปั่นกระแสพ่วงคดีข้าว

ด้านนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ในที่ประชุม ป.ป.ช.วันนี้ ได้หารือประเด็นที่นายวิญญัติ ชาติมนตรี กลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า การให้สัมภาษณ์ของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. ถึงประเด็นดังกล่าวอาจสร้างกระแสสอดรับกับช่วงเวลาที่ศาลฎีกาฯจะพิพากษาคดีจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น ป.ป.ช.เห็นว่าการพิจารณาคดีเรื่องการจ่ายเงินเยียวยา เป็นการดำเนินการตามกฎหมาย ไม่มีข้อเท็จจริงเกี่ยวข้องกับคดีจำนำข้าว ส่วนคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่อยู่ในสำนวนไต่สวน ป.ป.ช. 11 คดีนั้น ขณะนี้มีคดีที่พ้นจาก ป.ป.ช.ไปแล้ว 2 คดี ยังเหลืออีก 9 คดีที่อยู่ระหว่างการไต่สวนของ ป.ป.ช.

ทหารคุมแจ “ปู” ปลูกดาวเรือง

วันเดียวกัน ที่สนามบินนานาชาติ จ.อุบลราชธานี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ พร้อมนายศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีต ส.ส.ภาคอีสานพรรคเพื่อไทย ร่วมกันปลูกดอกดาวเรืองเป็นการแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่จะมีขึ้นในเดือน ต.ค. โดยมีกลุ่มแฟนเพจ นักเรียนจากโรงเรียนอุบลวิทยาคม โรงเรียนปทุมวิทยากร และพี่น้องประชาชน กว่า 1,000 คนเข้าร่วม น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งปลูกดอกดาวเรืองให้บานสะพรั่งพร้อมกันทั่วประเทศในช่วงเดือน ต.ค. เพราะเป็นดอกไม้สีเหลือง สีประจำวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างคณะของ น.ส.ยิ่งลักษณ์กำลังทำกิจกรรม มีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวนมากเฝ้าจับตาการทำกิจกรรมอยู่ตลอดเวลา

ศาล รธน.ยกอดีตไม่เคยส่งตีความ

ที่วัดเสมียนนารี นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร้องต่อศาลฎีกาขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาตรา 5 ขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาตรา 235 หรือไม่ ว่า เป็นดุลพินิจของศาลฎีกา แต่ต้องดูด้วยว่าคำร้องเข้าเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญมาตรา 212 หรือไม่ ในอดีตที่ผ่านมาศาลฎีกาไม่เคยส่งคำร้องมายังศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเห็นว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ

“บิ๊กป้อม” สั่งเคลียร์แกนนำขนคน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงมาตรการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ในวันแถลงปิดคดีด้วยวาจาคดีรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร วันที่ 1 ส.ค. ว่า ไม่ต้องห่วงดูแลเป็นอย่างดีอยู่แล้ว สำหรับผู้ที่ต้องการมาให้กำลังใจ ไม่จำเป็นต้องมา ให้กำลังใจอยู่ที่บ้านก็ได้ แต่ถ้าจะมาให้กำลังใจอย่างเดียวคงไม่เป็นไร สำหรับแกนนำก็ต้องมีการไปพูดคุยกัน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า นายกฯมอบนโยบายมาแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการดำเนินการมาตลอด พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงไปแล้ว มีมาตรการดำเนินการตามขั้นตอน ไม่มีอะไรต้องกังวล เรามีกรอบกฎหมาย มีการเฝ้าระวัง มีการพูดคุย เราไปคิดแทนเขาไม่ได้ว่าจะมารูปแบบไหน แต่พร้อมตั้งรับทำตามขั้นตอนของกฎหมาย

“ศรีวราห์” ขู่ขอหมายจับรอแล้ว

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า แผนกรกฎที่วางไว้คงไม่ต่างจากเดิมมากนัก แต่จะเปลี่ยนกำลังพลอย่างไรต้องรอคำสั่งจากทางศาลก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมกำลังเต็มอัตราศึก ขณะนี้ยังไม่มีการเคลื่อนตัวของกลุ่มใด หากเคลื่อนไหวจะร้องทุกข์ดำเนินคดีข้อหาปลุกปั่น สำหรับกลุ่มมือที่ 3 ทราบว่ามีการเคลื่อนไหวบ้างแล้ว และได้ขอศาลออกหมายจับไปแล้ว 3 หมายจับ ในข้อหายุยงปลุกปั่น เมื่อวันที่ 26 ก.ค. อยู่ที่ดุลพินิจของศาลว่าจะออกหมายจับให้หรือไม่

จ่อรวบ “วัฒนา” และพวกยุยงปลุกปั่น

ต่อมาช่วงเย็น พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า มอบหมายให้ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) รวบรวมพยานหลักฐานมามอบให้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม แจ้งความดำเนินคดีนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย และพวกรวม 3 คน ในฐานความผิดยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 หลังพบการกระทำผิดโพสต์ข้อความในลักษณะยุยงปลุกปั่นผ่านเฟซบุ๊ก ส่อไปในทางปลุกระดมให้มาร่วมชุมนุมในวันพิพากษา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร วันที่ 25 ส.ค.ส่วนรายละเอียดสำนวนคดี พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำ รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับตามกระบวนการตามขั้นตอนต่อไป

สนช.พลิกเกมไม่เซ็ตซีโร่ผู้ตรวจฯ

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธานการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน ในวาระ 2-3 โดยสาระสำคัญอยู่ที่บทเฉพาะกาล มาตรา 56-58 เรื่องวาระดำรงตำแหน่งของผู้ตรวจการแผ่นดินชุดปัจจุบัน ที่บัญญัติให้ผู้ตรวจฯชุดปัจจุบันที่มีคุณสมบัติขัดกับรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องพ้นจากตำแหน่งทันทีที่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้บังคับใช้ แต่ สนช.หลายคนแปรญัตติไม่เห็นด้วย และลุกขึ้นอภิปรายท้วงติงจนต้องพักประชุม 1 ชั่วโมง และหลังกลับมาประชุมอีกรอบ กมธ.ยอมแก้ไขบทเฉพาะกาลให้ผู้ตรวจฯที่อยู่ในตำแหน่งก่อนที่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ อยู่ต่อไปจนครบวาระตามที่ พ.ร.บ.เดิมกำหนด แม้ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. จะท้วงติงว่า อาจเกิดคำถามตามมาว่าเหตุใดร่าง พ.ร.บ.กกต.จึงให้เซ็ตซีโร่ กกต.ทั้งหมด และร่าง พ.ร.บ.แต่ละฉบับมีบรรทัดฐานไม่เหมือนกันหรือไม่ แต่ในที่สุดที่ประชุมลงมติให้ความเห็นชอบ ในวาระ 3 ด้วยคะแนน 143 เสียง งดออกเสียง 7 ไม่ลงมติ 1

“พราหมณ์หลวง” แนะทุกคนเสียสละ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พระครูสุริยาเทเวศร์ พระครูพราหมณ์ สำนักพราหมณ์พระราชครู ในสำนักพระราชวัง เปิดเผยว่า ความเห็นส่วนตัวมองว่า ประเทศไทยหลังจากผ่านพ้น 2 พระราชพิธีสำคัญ กำลังใจของคนไทยทั้งหมดจะทำให้บ้านเมืองพัฒนาขึ้นไป ส่วนดวงบ้านเมืองหลังจากนั้นมันอยู่ที่ศรัทธา การปฏิบัติตามหลักธรรมะ กุศลผลบุญที่ได้จะมีหลักว่า เมื่อทุกคนได้เสียสละให้กับองค์สมมติเทพแล้ว เหมือนคนไทยมีศูนย์รวมจิตใจ ทุกอย่างที่เคยถูกบดบังจะสว่างขึ้น บ้านเมืองจะเป็นปึกแผ่น เวลานี้คือยังอยู่กับที่ ไม่เดินหน้าและไม่ถอยหลัง

“เสรี” เครียดไขก๊อกพ้นผู้ว่าการ กปภ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการ การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ได้ยื่นหนังสือลาออก จากตำแหน่ง ถึงนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะประธานบอร์ด กปภ. เมื่อช่วงปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลการลาออกเนื่องจากมีปัญหาไม่สบายใจในการทำงาน และถูกโจมตีเรื่องการส่อทุจริตใน กปภ. ทั้งที่นายเสรีเพิ่งเป็นผู้ว่าการ กปภ.มาประมาณ 1 ปี แต่เรื่องที่ถูกโจมตีเกิดขึ้นนานแล้ว รวมถึงการ ประสานงานในองค์กรค่อนข้างมีอุปสรรค เนื่องจากนายเสรีไม่ใช่คนที่เติบโตมาจาก กปภ. แต่เป็นคนนอก ดังนั้นจึงตัดสินใจลาออกดังกล่าว โดยบอร์ด กปภ.อนุมัติให้ลาออกให้มีผลวันที่ 30 ก.ค.นี้

“เกษม” โดนฟันร่ำรวยผิดปกติซ้ำ

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายเกษม นิมมลรัตน์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติในสมัยพ้นจากตำแหน่งรองนายก อบจ.เชียงใหม่ 21,140,746 บาท ประกอบด้วย ที่ดิน 2 แปลง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่อยู่ในชื่อนายเกษม 11,865,000 บาท และหุ้นบริษัท แอสคอน คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ที่อยู่ในชื่อนางดวงสุดา นิมมลรัตน์ คู่สมรส 9,275,746 บาท โดยให้ส่งเรื่องต่ออัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.เคยมีมติชี้มูลความผิดนายเกษมมีทรัพย์เพิ่มขึ้นผิดปกติ 168,453,245 บาท ในสมัยดำรงตำแหน่ง ส.ส.เชียงใหม่ และส่งเรื่องให้ศาลฎีกาฯยึดทรัพย์ ซึ่งศาลฎีกาฯมีมติให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินมาแล้ว

“ไผ่”ขึ้นศาลทหารสู้คดีขัดคำสั่ง

ช่วงเช้าที่ศาลทหารมณฑลทหารบกที่ 23 (มทบ.23) อ.เมือง จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่เบิกตัวนายจตุภัทร บุญภัทรรักษา “ไผ่ ดาวดิน” จากทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น มาร่วมฟังการสืบพยานโจทก์ในคดีที่อัยการศาลทหารยื่นฟ้องในความผิดฐานขัดคำสั่งหัวหน้า คสช. จากการชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป โดยมีทนายความนายจตุภัทรร่วมการพิจารณา ท่ามกลางกลุ่มผู้สนับสนุน จำนวนมากที่มาให้กำลังใจ โดยมีการสืบพยาน 2 ปาก คือ พ.อ.สุรศักดิ์ สำราญบำรุง หน.ฝ่ายการข่าว มทบ.23 ขณะนั้น และ ร.อ.อภินันท์ วันเพ็ชร ผบ.ร้อย.สห.มทบ.23 หลังเสร็จการสืบพยาน เจ้าหน้าที่ส่งนายจตุภัทรไปควบคุมตัวที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นตามเดิม