บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระทึก เตือนเอเชียกำลังจมน้ำ! 137 ล้านคน เสี่ยงอยู่พื้นที่ถูกน้ำท่วมถึง

น้ำท่วมใครว่าดีกว่าฝนแล้ง...เข้าสู่ช่วงฤดูฝน ฤดูมรสุมในปีนี้ ประชาชนหลายล้านคนในทวีปเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น จีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น, ปากีสถาน, บังกลาเทศ, ศรีลังกา, อัฟกานิสถาน ตลอดจนหลายประเทศในอาเซียนทั้ง เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, เมียนมา และไทย ต้องอ่วมอรทัย เดือดร้อนอย่างหนัก ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม ดินถล่ม เนื่องจากฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง จากอิทธิพลของพายุ ทั้งไต้ฝุ่น, ไซโคลน, โซนร้อน, ดีเปรสชัน ดาหน้าถาโถมโหมกระหน่ำอย่างต่อเนื่อง

ถึงขนาดที่ ซีเอ็นเอ็น สื่อยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ได้เสนอบทความถึงสถานการณ์น้ำท่วมในเอเชีย จนทำให้คนไทยอย่างเราๆ ต้องหันมาฟังด้วยความหวั่นใจ ในฐานะเป็นหนึ่งในประเทศอาเซียน ที่เผชิญกับฝนตก น้ำท่วม ไม่น้อยกว่าชาติใดในเอเชียด้วยเหมือนกัน

เพราะซีเอ็นเอ็นได้แจ้งเตือนดังๆ แล้วว่า “เอเชียกำลังอยู่ใต้น้ำ จะทำอย่างไร เมื่อผู้คนจำนวนมากถึง 137 ล้านคน กำลังเสี่ยงกับการอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมถึง!!”


*เอเชีย มีแนวโน้มฝนตกมากขึ้นต่อเนื่อง

นายเดวี คิโรโน นักภูมิศาสตร์ด้านสภาพอากาศ แห่งองค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมเครือจักรภพ ในออสเตรเลีย กล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่า ในช่วง 30 ปีข้างหน้านี้ มีแนวโน้มจะเกิดฝนตกหนักมากขึ้นต่อเนื่องในเอเชีย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 20% แน่นอน

นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศจากออสเตรเลีย ระบุว่า ขณะนี้ภูมิภาคเอเชียใต้ได้กลายเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำมากสุดของทวีปเอเชียไปเรียบร้อยแล้ว และเป็นหนึ่งในภูมิภาคชุ่มน้ำมากที่สุดของโลก เนื่องจากมีฝนตกโดยเฉลี่ยอย่างน้อยถึง 1,000 มิลลิเมตรต่อปี

จากการศึกษาในปี 2555 พบว่า ปริมาณฝนที่ตกหนักมากขึ้น ทำให้ประชาชนกว่า 137 ล้านคน ในอินเดีย บังกลาเทศ และจีน กำลังเสี่ยงต่อการอาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่งหรืออยู่ในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมถึง ซึ่งจำนวนประชาชนเหล่านี้มากกว่าจำนวนประชากรที่เหลือในเอเชีย-แปซิฟิกรวมกัน


*ตะลึง คนตายเพราะน้ำท่วมใน 3 ประเทศ กว่า 2.2 ล้าน

ตามรายงานทางสถิติจากมหาวิทยาลัย Catholique de Louvain ในเบลเยียม ระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2493 มีประชากรใน 3 ประเทศ คือ จีน, อินเดีย และบังกลาเทศ เสียชีวิตจากอุทกภัยจำนวนกว่า 2.2 ล้านราย ซึ่งตัวเลขนี้รวมทั้งเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่เสียชีวิตจากหายนะภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ในประเทศจีน เมื่อปี 2502

*เอเชียสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาลจากสภาพอากาศ

ซีเอ็นเอ็น แจ้งว่า ตามรายงานของคณะทำงานระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (IPCC) ได้เสนอรายงานล่าสุดเกี่ยวกับเอเชียว่า เป็นภูมิภาคที่ต้องสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาลจากสภาพอากาศและภัยพิบัติจากสภาพอากาศ ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 4 ของการสูญเสียทางเศรษฐกิจทั้งหมดของโลก

จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายมณฑลทางภาคกลางของจีนในเดือนกรกฎาคม ปี 2560 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายแล้วเกือบ 90 ราย ขณะที่มีชาวบ้านในหมู่บ้านชี่หลอง มณฑลหูหนาน เล่าถึงความยากลำบากจากน้ำท่วมว่า อุทกภัยในปีนี้ทำให้ถนนในหมู่บ้านถูกตัดขาด, เสาไฟฟ้าโค่นล้ม, น้ำเสีย, ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ และผู้คนโดยเฉพาะคนแก่และเด็กต้องรออาหารช่วยเหลือ


*พื้นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำในเอเชีย คือพื้นที่เสี่ยงอันตราย

พื้นที่ที่จะต้องประสบภัยน้ำท่วมก่อนใครเพื่อน คือ บริเวณพื้นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำทางแถบเทือกเขาหิมาลัย ในภูมิภาคเอเชียใต้ และที่ราบลุ่มริมแม่น้ำคงคา แม่น้ำพรหมบุตร และแม่น้ำแยงซี

ตามรายงานระบุว่า ประชาชนประมาณ 500 ล้านคน หรือคิดเป็น 50% ของประชากรในอินเดียและบังกลาเทศ รวมทั้งประชาชนราว 300 ล้านคน หรือคิดเป็น 25% ของจำนวนประชากรในประเทศจีน กำลังอาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มปากแม่น้ำของแม่น้ำใหญ่ทั้งสามสายนี้

*ธนาคาร ADB เตือนเมืองใหญ่ในอาเซียนตั้งบนที่ราบลุ่มแม่น้ำทั้งนั้น

ขณะเดียวกัน ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ได้เคยเสนอรายงานตั้งแต่ปี 2555 แล้วว่า เมืองใหญ่ในอาเซียนจำนวนมาก โดยเฉพาะเมืองที่มหานครมีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมากนั้น ตั้งอยู่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำกันทั้งนั้น เมื่อเวลาฝนตกหนักจึงทำให้เกิดน้ำในแม่น้ำสูงขึ้นและไหลบ่าล้นตลิ่งท่วมเมืองและพื้นที่โดยรอบ

ขณะที่ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย ยังเพิ่งเสนอรายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ชุมชนในทวีปเอเชียที่มีประชากรประมาณ 4 พันล้านคน กำลังจะเผชิญกับความร้อนและระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูง โดยจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและมีความรุนแรง จะทำให้ขาดความมั่นคงด้านอาหารในทศวรรษต่อๆ ไป หากยังไม่มีความพยายามที่เข้มงวดจริงจังในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

*ธารน้ำแข็งละลาย ทำน้ำทะเลสูงขึ้นซ้ำอีก

มีการคาดการณ์ว่า อุณหภูมิในช่วงฤดูร้อนของเอเชียอาจเพิ่มขึ้นได้ถึง 6 องศาเซลเซียส ภายในปี พ.ศ.2643 ส่วนระดับน้ำทะเลทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มประมาณ 2.3 เมตร เมื่อธารน้ำแข็งละลายลง สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกระแสลมเจ็ต สตรีม (jet stream) ซึ่งเป็นลมที่มีความเร็วสูงถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อให้เกิดฝนตกชุกและน้ำท่วมใหญ่เป็นประวัติการณ์ ซึ่งประเทศในแถบเอเชียทางตอนใต้อาจได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดในเอเชีย

ก่อนหน้านี้เริ่มมีสัญญาณภัยพิบัติในหลายพื้นที่ เช่น อุทกภัยในปากีสถานในปี พ.ศ.2553 คร่าชีวิตประชากรไปถึง 3,000 คน ในขณะพื้นที่บางแห่งกลับประสบกับภาวะแห้งแล้ง นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศและอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นจะส่งผลต่อระบบนิเวศทางทะเล เกิดปัญหาการทำประมงและเกิดภาวะกรดในมหาสมุทร

และสิ่งที่ตามมาคือความเสี่ยงต่อสุขภาพ ทั้งโรคภัยไข้เจ็บ เช่น โรคอหิวาต์ โรคไข้เลือดออก โรคมาลาเรีย ฯลฯ และเมื่อประชากรต้องเผชิญกับภัยพิบัติต่างๆ พวกเขาก็จะอพยพ ซึ่งอาจทำให้เกิดการหยุดชะงักทางเศรษฐกิจในหลายภูมิภาค

เรียกว่า เอเชียของเรา กำลังกลายเป็นภูมิภาคที่เสี่ยงต่อการเผชิญกับอุทกภัยที่หนักมากขึ้น และถูกน้ำท่วมได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้พวกเราคงรู้สึกกันได้ด้วยตัวเองกันดีว่า ยิ่งนับวัน สถานการณ์น้ำท่วม ดูเหมือนจะเกิดได้ง่ายขึ้นและบ่อยขึ้น จนต้องระทึกทุกครั้งเวลาฝนตกหนักต่อเนื่อง...