วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'นายกฯ' ยันยังไม่ยึดทรัพย์ 'ปู' อยู่ขั้นเตรียมการ แจงรอศาลชี้ขาดก่อน

นายกฯ ชี้ยึดทรัพย์ "ยิ่งลักษณ์" ยังแค่ขั้นเตรียมการ รอศาลชี้ขาดก่อน ขออย่าพูดไปก่อนจะถูกมองไปรังแก เตือนพวก "ปลุกระดม-เขียนเท็จขึ้นเว็บ" ระวังโดนผิด ก.ม.ระบุการปรองดองเขียนชัด ทหารอยู่ใต้บังคับบัญชาทุกรัฐบาล แต่ถ้าสถานการณ์ไม่สงบแก้ไขไม่ได้ คนใช้อาวุธห้ำหั่นกันเอง ก็ต้องออกควบคุม

เมื่อวันที่ 26 ก.ค.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีการพิจารณาคดีสำคัญหลายคดีในช่วงเดือน ส.ค.ว่า ทุกคดีมีความสำคัญมีตั้งหลายคดี ทำไมต้องสำคัญแค่คดีเดียว ซึ่งตนเองยังไม่ได้บอกว่าใครผิดหรือถูกเป็นเรื่องของศาล ขออย่าไปละเมิดศาลก็เท่านั้นเอง การเคลื่อนไหวข้างนอกบางทีมันก็ผิดกฎหมาย การปลุกระดมต้องระวัง ถ้าพูดอะไรที่ไม่เป็นข้อเท็จจริง ทำให้กระทบต่อความสงบเรียบร้อย กฎหมายมีบัญญัติไว้ตามมาตรา 116 นอกจากนี้ยังมี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พวกที่เขียนอยู่ในเว็บต่างๆ ที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงระวังจะโดนทั้งหมด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน คือ เรื่องการบังคับหรือการยึดทรัพย์ต่างๆ นั้น ความจริงแล้วไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดกันตอนนี้ เพราะเป็นเพียงขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ เขาต้องเตรียมข้อมูลต่างๆ เพื่อที่อนาคตหากมีการตัดสินอะไรขึ้นมา ก็จะมีการถามกันว่าไม่ได้เตรียมอะไรกันไว้เลยหรือ เจ้าหน้าที่ก็จะโดนอีก วันนี้เขาจึงต้องมีการเตรียมการมีการตรวจสอบกัน ช่วงที่ผ่านมาบุคคลที่เข้ามาอยู่ในกระบวนการการเมือง ก็จะต้องมีการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน ต้องมีการตรวจสอบเมื่อออกจากตำแหน่งแล้วตามขั้นตอน เพียงแต่พอมีข่าวหลุดออกมาในสังคมก็กลายเป็นว่าเขาผิด ซึ่งความจริงวันนี้เขายังไม่ผิด จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาตัดสิน และเมื่อศาลตัดสินแล้วถึงจะมีการดำเนินการต่างๆ ได้ ไม่ใช่ว่าจะไปตั้งใจยึดทรัพย์ก่อน เป็นเพียงขั้นตอนการทำงานของข้าราชการที่เขาต้องทำงานแบบนี้

"ผมได้บอกให้กรมบังคับคดีดำเนินการชี้แจงต่างๆ แล้ว ว่าไม่ใช่เรื่องของการไปยึดทรัพย์อะไร กระทรวงการคลังที่เขาพูดออกมาเพราะเขาได้ทำข้อมูลไปแล้ว เขาก็ไม่อยากให้พวกสื่อไปซักเขามาก ผมก็ได้บอกเขาว่าอะไรที่ยังไม่ใช่เวลาก็ยังไม่ต้องพูด มันจะกลายเป็นว่าเราไปรังแกเขา จึงอยากฝากไปถึงพ่อ แม่ พี่ น้องข้างนอกด้วย ให้เข้าใจในระบบข้าราชการว่า ต้องมีการเตรียมการเอาไว้ ทั้งหมดสุดแต่ว่าผลทางคดีจะว่าอย่างไร ถ้าไม่ผิดก็จบ ไปยึดทรัพย์อะไรใครไม่ได้ ก็แค่นั้น แต่ถ้าผิดขึ้นมาก็ต้องดำเนินการต่อให้ได้ ต้องเตรียมความพร้อมไว้เท่านั้นเอง วันนี้ยังไม่ได้ยืนยันว่าใครผิด ใครถูก เพราะเป็นหน้าที่ของศาล ผมไม่ใช่ศาล" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้คนส่วนใหญ่สนใจที่ปลายเหตุหรือปลายทาง ในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ปัญหาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันจะหมดไปได้อย่างไร หากจิตใจ หรือจิตสำนักยังไม่มี ประเทศก็จะเป็นอยู่แบบนี้ ใครพูดอะไรก็เชื่อไปหมด เคลื่อนไหวกันไปมา แล้วก็เรียกร้องว่าต้องการไปเลือกตั้ง ในข้อเท็จจริงพวกคุณจะต้องทำให้สถานการณ์สงบก่อน

"ผมเองก็ยังไม่ได้ไปเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง เป็นเรื่องของพวกคุณทั้งนั้นที่ทำกันมา ในส่วนของการปรองดองที่เขียนไว้ 10 ข้อ ก็มีเขียนชัดเจนว่าทหารมีหน้าที่ทำอะไร ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนทหารก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของรัฐบาล ผมก็เคยเป็นข้าราชการในรัฐบาลชุดที่แล้วไม่ใช่หรือ เว้นแต่มีเรื่องราวเกิดขึ้นสถานการณ์ไม่สงบ มันก็จำเป็นแค่นั้นเอง ถ้ามันไม่เกิดเรื่องเหล่านี้ ไม่มีเรื่องคดีความ ไม่ทำให้บ้านเมืองแตกแยก ไม่ทำให้ประชาชนต้องนำอาวุธมายิงมาฆ่ากันจนทำงานไม่ได้ ผมก็ไม่เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่แล้ว การที่จะนำทหารมาปราบปรามก็ต้องไปดูว่ากลุ่มไหนทำอะไร ไม่ใช่มัวแต่คิดว่าวันนี้ทำไมไม่ทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ มันคนละอย่างต้องไปดูที่พฤติกรรม ถ้าพฤติกรรมที่ไปยิงใส่สถานที่ราชการ ศาล ทหารจำเป็นต้องทำหรือไม่ แต่ถ้าไปตีกันข้างนอก ห้ามปรามเดี๋ยวก็หยุด อย่ามัวไปเปรียบเทียบว่าวันนี้เขาเดินขบวนกันอย่างนี้ ยืนยันว่าวันนี้ผมไม่ได้เข้าข้างใคร แต่เราต้องมีหลักการที่มั่นคง ถ้าไม่ทำร้ายประชาชนไม่ทำให้ประชาชนเสียชีวิต ไม่ทำให้สถานที่ราชการเสียหาย ไม่ยิงใส่วัดพระแก้ว คลังน้ำมัน ถามว่าแล้วใครยิงก็ต้องไปสอบสวนกันมา ซึ่งความเป็นจริงแล้วเจ้าหน้าที่ก็ไม่อยากทำ เพราะเป็นประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย แต่ต้องไปหาวิธีว่าคนที่ลงมือกระทำต้องทำอย่างไร กฎหมายผิดตรงไหนก็ไปว่ากันมา" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ขณะเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสิทธิ ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะยื่นอุทธรณ์คดีตามรัฐธรรมนูญใหม่ ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่า ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีเปิดโอกาสให้มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ได้ ทั้งหลักข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง แต่จะยื่นได้เมื่อไรหรืออย่างไรนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ในขณะนี้ เพราะต้องรอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ก่อน เพราะขณะนี้ยังไม่มีช่องทางที่จะยื่นได้ เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 รวมถึงกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญฯได้สิ้นสุดการบังคับใช้แล้ว 

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ตนไม่สามารถยืนยันได้ว่า หากศาลมีคำพิพากษาก่อนที่กฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ จะยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้หรือไม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกฎหมายใหม่ด้วย เพราะหากกฎหมายใหม่กำหนดให้ยื่นอุทธรณ์ภายใน 15 วัน นับจากวันที่มีคำพิพากษา แต่กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ภายหลังมีคำพิพากษา 1 เดือน ก็จะทำให้ไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าจะมีการอะลุ่มอล่วยไว้ในบทเฉพาะกาล เพราะต้องมีผู้ที่ได้รับกระทบที่มากกว่ากรณีของนางสาวยิ่งลักษณ์อย่างแน่นอน

"ตามรัฐธรรมนูญเมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงต่ำแหน่งทางการเมืองตัดสินแล้วจะเปิดให้ ซึ่งเมื่อก่อนก็สามารถอุทธรณ์ได้แต่ให้อุทธรณ์ในข้อกฎหมาย แต่ครั้งนี้ให้อุทธรณ์ได้ทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง แต่ว่าจะอุทธรณ์ไปที่ไหน อย่างไรให้เป็นไปตามกฎหมายลูก ทีนี้ถ้ากฎหมายลูกมันมีสิทธิอุทธรณ์ แต่กฎหมายลูกยังไม่ออกก็เลยไปไม่ถูกว่าจะไปต่อยังไง ทั้งนี้กว่าจะถึงเวลาตัดสินกฎหมายลูกอาจจะออกแล้วก็ได้ ผมเองก็ไม่แน่ใจเรื่องนี้ ตอบวันนี้เร็วไปเอาเพียงว่าสิทธินั้นมี แต่จะทำอย่างไรอย่าเพิ่งมาขอคำแนะนำทนายไหนก็ไม่สามารถแนะนำได้ ช่วยกรุณาดูในกฎหมายลูก" นายวิษณุ กล่าว