
หลังอาบน้ำให้น้องหมาและน้องแมว อีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือการเป่าขนให้แห้งสนิท เพราะหากขนยังเปียกชื้น อาจทำให้การดูแลขนยุ่งยากขึ้นและเป็นเชื้อราผิวหนังได้ โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงที่มีขนหนาหรือขนยาว หลายบ้านเลือกใช้ไดร์เป่าผมทั่วไป ซึ่งใช้เวลานาน และต้องคอยถือเครื่องตลอดเวลา แถมยังเสียงดัง อาจทำให้น้องกลัวและเกิดอาการเครียดได้ ไทยรัฐช็อปปิ้งขอแนะนำ ตู้เป่าขน ตัวช่วยที่จะทำให้การดูแลขนสัตว์เป็นเรื่องง่ายขึ้น มียี่ห้อไหนน่าสนใจบ้าง ติดตามได้ที่นี่
PANDO รุ่น PD65 เป็นเครื่องเป่าขนสัตว์เลี้ยงความจุ 65 ลิตร มาพร้อมระบบลม 6 มิติที่ช่วยกระจายลมไปยังบริเวณต่างๆ ทั้งช่วงท้อง อุ้งเท้า หาง และหู สามารถปรับแรงลมได้ 3 ระดับ และปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 32-40 องศาเซลเซียส จึงเลือกการทำงานให้เหมาะกับลักษณะขนของน้องได้ นอกจากนี้ยังมีระบบ Negative Ion ที่ช่วยลดไฟฟ้าสถิตบนเส้นขน หน้าต่างด้านข้างถอดออกได้เพื่อปรับเป็นพื้นที่พักของสัตว์เลี้ยง และระบบปลดล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อครบเวลา
PETKIT AIRSALON MAX PRO เป็นตู้เป่าขนอัจฉริยะความจุ 60 ลิตร ใช้ได้ทั้งแมวและสุนัขขนาดเล็ก รองรับสัตว์เลี้ยงได้สูงสุด 2 ตัว พร้อมระบบลมหมุนเวียน 360 องศา ช่วยกระจายลมให้เป่าขนได้ทั่วถึง พร้อมประจุไอออนลบ ช่วยให้เส้นขนสวยดูเงางาม และซิลเวอร์ไอออน ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย มีโหมดเป่าแห้ง 3 โหมด สามารถปรับอุณหภูมิได้ละเอียดระดับ 0.1 องศาเซลเซียส พร้อมเซนเซอร์ความปลอดภัย 8 จุด สามารถเชื่อมต่อกับแอป Petkit เพื่อตั้งค่าการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนได้
ตู้เป่าขน Pet Marvel มาพร้อมโหมดเป่าขนอัตโนมัติ 2 โหมด ได้แก่ โหมดขนสั้น ใช้เวลา 40 นาที และโหมดขนยาว 60 นาที เป่าขนที่อุณหภูมิคงที่ 38.5 องศาเซลเซียส สามารปรับความแรงลมได้ 3 ระดับ พร้อมระบบลมหมุนวน 360 องศา เพื่อช่วยระบายอากาศ และเป่าขนให้แห้งได้ทั่วถึง นอกจากนี้ยังปล่อยไอออนประจุลบ ช่วยทำให้ขนสัตว์เลี้ยง ไม่ชี้ฟู และพันกัน
ตู้เป่าขนรุ่นนี้มาพร้อมความจุขนาด 66 ลิตร มีช่องปล่อยลม 20 จุด กระจายลมได้รอบทิศทาง 360 องศา ช่วยให้เป่าขนให้แห้งทั่วถึงแม้ในบริเวณที่เข้าถึงยาก พร้อมเซนเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยควบคุมความร้อนระหว่างใช้งา นอกจากนี้ยังมีระบบประจุไอออนลบที่ช่วยลดไฟฟ้าสถิตบนเส้นขน และฟังก์ชัน UVC กับโอโซนสำหรับการฆ่าเชื้อภายในตู้
HOMERUNPET PD60 ออกแบบให้ลมหมุนเวียน 360 องศา เพื่อช่วยให้ขนแห้งได้ทั่วถึง ทั้งบริเวณท้อง อุ้งเท้า หาง และหู ปรับแรงลมได้ 4 ระดับ สามารถเป่าขนแห้งได้ไวเพียง 35 นาที พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิ PID ที่ช่วยรักษาอุณหภูมิให้คงที่ และระบบ Negative Ion ช่วยให้เส้นขนนุ่มฟู ไม่พันกัน นอกจากนี้ยังมีโหมดฆ่าเชื้อและกำจัดกลิ่นหลังจากการเป่าแห้ง ช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค รองรับการเป่าขนพร้อมกันได้ 2 ตัว
ถ้าหากกำลังมองหาตู้เป่าขนขนาดใหญ่ ขอแนะนำ Mister Robot Dryer Room Pro มาพร้อมระบบ 360° Surround Airflow กระจายลมเป่า 5 ทิศทาง พร้อมปล่อยประจุไอออนลบกว่า 150 ล้าน ช่วยให้ขนแห้งไวและดูนุ่มลื่นขึ้น สามารถปรับแรงลมได้ 4 ระดับ และปรับอุณหภูมิได้สูงสุด 42°C โดยมีเซนเซอร์ NTC ตรวจจับอุณหภูมิ 10 ครั้งต่อวินาที เพื่อควบคุมความร้อนให้เหมาะสม และยังมีระบบฆ่าเชื้อด้วย UVC และ OZONE หลังใช้งานอีกด้วย
MC PET SMART DRYING BOX ตู้เป่าขนสัตว์เลี้ยงอัจฉริย ลมหมุนเวียนทั่วทั้งตู้ ช่วยเป่าขนให้แห้งอย่างทั่วถึง มาพร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิที่ปรับได้ตั้งแต่ 22 - 45°C และระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่ออุณหภูมิสูงผิดปกติ นอกจากนี้รุ่นนี้ยังมีโหมดผ่อนคลายด้วยเสียงเพลง ช่วยลดความตื่นตระหนกได้
ตู้เป่าขนสัตว์เลี้ยงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้การดูแลน้องหมาและน้องแมวหลังอาบน้ำสะดวกขึ้น แต่ละรุ่นมีจุดเด่นแตกต่างกัน ทั้งขนาดตู้ ระบบกระจายลม การควบคุมอุณหภูมิ และฟังก์ชันเสริมต่างๆ ก่อนตัดสินใจซื้อจึงควรพิจารณาขนาดตัวของสัตว์เลี้ยง ระดับเสียง และระบบความปลอดภัยให้เหมาะกับน้องหมา-แมวที่บ้าน เพื่อให้เลือกตู้เป่าขนที่ใช้งานได้สะดวกและสบายกับสัตว์เลี้ยงมากที่สุด