
“ข้าวหอมมะลิ” เป็นข้าวที่ได้รับความนิยมสูงในประเทศไทย ทั้งในครัวเรือนและร้านอาหาร เพราะเป็นข้าวเนื้อนุ่ม มีความเหนียวกำลังดี และมาพร้อมกลิ่นหอมละมุนชวนให้ลิ้มลอง ไม่ว่าจะทานคู่กับเมนูไหนก็เข้ากัน บทความนี้ไทยรัฐช็อปปิ้งจึงได้รวบรวม 10 ข้าวหอมมะลิจากเกษตรกรไทยมาแนะนำ เป็นข้าวหอมมะลิสายพันธุ์ไทย จากชาวนาไทยในพื้นที่จังหวัดต่างๆ มีให้เลือกทั้งข้าวใหม่และข้าวเก่า ข้าวหอมมะลิ ยี่ห้อไหนอร่อย? สามารถติดตามได้ที่นี่
ข้าวหอมมะลิ คือข้าวสายพันธุ์ไทยที่มีเมล็ดเรียวยาวสวย สีขาวนวล และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์คล้ายใบเตย โดยกลิ่นหอมดังกล่าวเกิดจากสารเคมีธรรมชาติในเม็ดข้าวที่ชื่อว่า 2AP (2-Acetyl-1-Pyrroline) ซึ่งเป็นสารที่พบมากในพันธุ์ข้าวไทย อย่างขาวหอมมะลิ 105 และใบเตยนั่นเอง เมื่อหุงสุกแล้ว เมล็ดข้าวจะมีความเหนียวนุ่มและเกาะตัวกันเป็นอย่างดี
ข้าวหอมมะลิที่นิยมปลูกในประเทศไทย มีอยู่ 2 สายพันธุ์ ดังนี้
1. ข้าวหอมมะลิ 105 (ข้าวขาวดอกมะลิ 105)
ข้าวหอมมะลิ 105 เป็นข้าวนาปีที่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ดีในพื้นดินทรายและดินเค็ม โดยเฉพาะในภาคอีสาน หรือพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ โดยมีลักษณะเป็นเมล็ดเรียวยาว สีขาวใส และมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย เนื้อข้าวนุ่มทั้งตอนสุกและเย็น
2. ข้าวหอมมะลิ กข15 (RD15)
ข้าวหอมมะลิ กข15 คือพันธุ์ข้าวเจ้าหอมมะลิที่ได้รับการปรับปรุงสายพันธุ์จากข้าวขาวดอกมะลิ 105 โดยใช้รังสีให้เกิดการกลายพันธุ์ ทำให้สามารถเก็บเกี่ยวได้เร็วขึ้นประมาณ 1 เดือน นิยมปลูกในฤดูนาปี ทนต่อดินแล้ง ดินเค็ม และดินเปรี้ยวได้ดี มีความเหนียวนุ่มเหมือนข้าวหอมมะลิ 105 แต่จะมีความหอมน้อยกว่า
สำหรับใครที่สงสัยว่าแล้วข้าวหอมมะลิจังหวัดต่างๆ อย่างข้าวหอมมะลิสุรินทร์ล่ะ คือสายพันธุ์อะไร? คำตอบคือส่วนใหญ่จะเป็นพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI หรือ Geographical Indication) ซึ่งจะมีจุดเด่นเฉพาะตัวจากสภาพดินและภูมิอากาศ คือข้าวมีความหอมเป็นพิเศษ ข้าวนุ่มไม่แข็ง แม้จะหุงสุกนานจนเย็นแล้ว
ข้าวหอมมะลิใหม่ คือข้าวที่เพิ่งถูกเก็บเกี่ยวมาได้ไม่นาน (ไม่เกิน 3 เดือน) เมล็ดข้าวจะมีความชื้นสูง มียางข้าวมาก ทำให้ข้าวมีเนื้อสัมผัสที่อ่อนนุ่ม หนึบหนับ และมีกลิ่นหอมชัด หุงขึ้นหม้อยาก เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบข้าวสวยนุ่มๆ หรือต้องการนำไปทำข้าวต้มและโจ๊ก
ส่วนข้าวหอมมะลิเก่า คือข้าวที่ถูกเก็บเกี่ยวมาแล้วมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป เมล็ดข้าวจะมีความชื้นต่ำ แข็งกว่าข้าวใหม่ เมล็ดเรียงตัวสวย หุงขึ้นหม้อ และไม่จับตัวเป็นก้อน เหมาะกับการนำไปทำข้าวผัด ข้าวมันไก่ หรือข้าวสวยสำหรับคนที่ชอบข้าวเมล็ดร่วน
และข้าวหอมมะลิกลางปี คือข้าวที่ถูกเก็บเกี่ยวมาแล้วประมาณ 4-6 เดือนขึ้นไป ซึ่งจัดว่าเป็นข้าวใหม่ แต่ให้สัมผัสแบบกึ่งกลางระหว่างข้าวใหม่และข้าวเก่า เมล็ดข้าวขาวใส มียางเล็กน้อย เรียงตัวสวย สัมผัสนุ่มกำลังดี ไม่แข็งหรือนุ่มจนเกินไป
ข้าวหอมมะลิ ตราไดโนเสาร์ ข้าวหอมมะลิใหม่ แท้ 100% จากแหล่งเพาะปลูกคุณภาพดีในจังหวัดยโสธร ผ่านกระบวนการจัดเก็บที่ควบคุมอุณหภูมิและความเย็นเพื่อคงความสดใหม่แบบข้าวต้นฤดู ให้สัมผัสเหนียวนุ่มและมียางข้าวคล้ายข้าวญี่ปุ่น เหมาะกับคนที่ชอบข้าวหอมมะลิเนื้อนุ่มนวล มีกลิ่นหอม และหนึบกำลังดี
ข้าวหอมมะลิ ตราสวนสุข ณ จ้ะ ข้าวเปลือกหอมมะลิ 105 นาปี ที่ทำนาเอง ผลิตปีต่อปี จากเกษตรกรจังหวัดศรีสะเกษ คัดพิเศษทุกเมล็ด ผ่านการตรวจสอบคุณค่าทางโภชนาการจากห้องแล็ปมาตรฐาน ให้รสสัมผัสนุ่ม หอม อร่อย และมีคุณค่าทางโภชนาการ
ข้าวหอมมะลิ ตรารักบ้านเกิด เป็นข้าวหอมมะลิออร์แกนิกแท้ 100% จากจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ปลูกด้วยระบบอินทรีย์ทุกขั้นตอนโดยไม่ใช้สารเคมี ช่วยส่งเสริมระบบนิเวศให้ยั่งยืน ให้เมล็ดข้าวเต็มเมล็ด หุงขึ้นหม้อ รสชาตินุ่มหอม ทานง่าย และอิ่มนาน
ข้าวหอมมะลิ ตราอู่ข้าวอู่น้ำ ปิยะพร ข้าวหอมมะลิคัดพิเศษส่งตรงจากจังหวัดเชียงราย โดดเด่นเรื่องความหอม นุ่ม และเมล็ดเต็มสะอาด หุงสุกแล้วเมล็ดข้าวเรียงตัวสวย ให้ความนุ่มพอดีทาน เหมาะสำหรับเป็นข้าวหอมมะลิที่ควรมีติดไว้ในบ้าน
ข้าวหอมมะลิ ตราไทยศิริ เป็นข้าวหอมมะลิ 105 คุณภาพดี คัดพิเศษจากข้าวนาปีที่ปลูกเพียงปีละครั้ง จากชาวนาบุรีรัมย์ ปราศจากการอบยากันมอดและสารเคมีฆ่าแมลง บรรจุในรูปแบบสุญญากาศขนาด 1 กิโลกรัม ช่วยคงความสดใหม่ได้ยาวนาน เมล็ดข้าวเรียวยาว หุงง่ายโดยไม่ต้องซาวน้ำทิ้ง ให้สัมผัสเหนียวนุ่ม อร่อย
ข้าวหอมมะลิใหม่ ตราแหวนเพชร ข้าวหอมมะลิอุบลราชธานีแท้ 100% เป็นข้าวหอมมะลิ 105 คุณภาพส่งออก มีการใช้นวัตกรรมแบบควบคุมคุณภาพ เพื่อการเก็บรักษาความหอมและความนุ่มของข้าวไว้ ให้มีคุณภาพดีอยู่เสมอ มียางข้าวเยอะ เหมาะกับคนที่ชอบข้าวนุ่มๆ
ข้าวหอมมะลิ ตรา Good rice by Glory Rice ข้าวหอมมะลิสุรินทร์แท้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหอม เมล็ดเรียวขาว ยาว และนุ่ม หุงสุกแล้วได้เมล็ดข้าวสวยนุ่มกำลังดี หอมกรุ่น น่ากิน และยังช่วยชูรสชาติของกับข้าวให้อร่อยมากขึ้นด้วย
ข้าวหอมมะลิ ตราบัวชมพู ข้าวหอมมะลิใหม่ต้นฤดูคัดพิเศษจากยโสธรและภาคอีสาน (พันธุ์ 105) โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมคล้ายใบเตย เนื้อสัมผัสนุ่มเป็นพิเศษ มียางข้าวเหนียวหนึบ เหมาะกับคนที่ชอบกินข้าวหอมมะลินิ่มๆ และมีกลิ่นหอม
ข้าวหอมมะลิ ตราบูลินไรซ์ ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ 100% ส่งตรงจากชาวนา เป็นข้าวใหม่ฤดูกาลล่าสุด (ไม่ผสมข้าวเก่าเพื่อลดต้นทุน) สดใหม่ อร่อย มียางข้าวเยอะ หอมนุ่มตามธรรมชาติ จึงใช้น้ำในการหุงน้อยกว่าปกติ
ข้าวหอมมะลิ ตราดอกบัวม่วง ข้าวหอมมะลิเก่าคุณภาพดี เมล็ดเรียวยาวสวยงาม หุงขึ้นหม้อได้ปริมาณมาก เมื่อหุงสุกแล้วเมล็ดข้าวจะร่วนเรียงเม็ดสวย ไม่เกาะตัวเป็นก้อน มาพร้อมกลิ่นหอมตามธรรมชาติ เหมาะกับคนที่ชอบข้าวร่วนๆ และคนที่ต้องการข้าวหอมมะลิสำหรับทำข้าวผัด
ทั้งหมดนี้คือลิสต์ 10 ข้าวหอมมะลิจากเกษตรกรไทย ที่ไทยรัฐช็อปปิ้งคัดเลือกมาให้ มีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ จากหลายแหล่งเพาะปลูก หากสนใจข้าวหอมมะลิยี่ห้อไหน สามารถเลือกซื้อผ่านลิงก์ในบทความนี้ได้ทันที สำหรับคนที่ชอบข้าวนุ่มๆ แนะนำให้เลือกเป็นข้าวหอมมะลิใหม่ เนื่องจากข้าวใหม่จะมียางเยอะ ส่วนคนที่ชอบข้าวร่วนๆ หุงขึ้นหม้อ หรือมองหาข้าวที่เหมาะกับการทำข้าวผัด แนะนำให้เลือกเป็นข้าวหอมมะลิเก่าจะตอบโจทย์มากกว่า
(ราคาสินค้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ)
ข้าวหอมมะลิแท้ 100% คือข้าวสายพันธุ์ไทยแท้ ที่ผ่านกระบวนการคัดคุณภาพตามมาตรฐาน ซึ่งมีเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิแท้ อย่างข้าวขาวดอกมะลิ 105 และ กข.15 ผสมอยู่ไม่น้อยกว่า 92% โดย % ดังกล่าวหมายถึงสัดส่วนของเมล็ดข้าวเต็มเมล็ดและความสะอาด ไม่ได้หมายถึงการผสมข้าวหลายสายพันธุ์
ข้าวหอมมะลิ อุดมด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน และธาตุเหล็ก
ข้าวหอมมะลิใหม่ คือข้าวหอมมะลิที่เพิ่งถูกเก็บเกี่ยวมาไม่นาน มียางข้าวเยอะ ทำให้ข้าวมีความนุ่มมาก ใช้น้ำในการหุงน้อย ส่วนข้าวหอมมะลิเก่าจะมียางข้าวน้อย จึงมีเมล็ดข้าวร่วน หุงขึ้นหม้อ และให้สัมผัสนุ่มน้อยกว่าข้าวใหม่
ข้าวนาปีกับข้าวนาปรัง ต่างกันที่ฤดูกาลที่ปลูกและชนิดพันธุ์ข้าว โดยข้าวนาปี หมายถึงข้าวที่ปลูกในฤดูทำนา ช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ปีละ 1 ครั้ง ซึ่งจะใช้พันธุ์ข้าวที่ไวต่อช่วงแสง เช่น ข้าวหอมมะลิ 105, กข.13, กข.6 และแก่นจันทร์
ส่วนข้าวนาปรังหมายถึงการปลูกข้าวที่ไม่ไวต่อช่วงแสง อย่างข้าวปทุมธานี 1, ชัยนาท 1, กข.43 และกข.85 นอกฤดูกาลทำนาหรือฤดูแล้ง ช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน ข้อดีคืออายุการเก็บเกี่ยวสั้น ทำได้หลายครั้งต่อปี แต่ต้องอาศัยระบบน้ำชลประทานหรือน้ำจากเขื่อนแทนน้ำฝน