"อเมริกา" อ่วม! โควิดติดเกือบแสน ต้องยกเลิกปลดประจำการแมสก์

ข่าว

    "อเมริกา" อ่วม! โควิดติดเกือบแสน ต้องยกเลิกปลดประจำการแมสก์

    ไทยรัฐออนไลน์

    31 ก.ค. 2564 05:30 น.

    การทำกิจกรรมที่ปลอดภัยมากขึ้น สำหรับ "คุณ" และ "ครอบครัว" เมื่อ "คุณ" ได้รับวัคซีนครบสูตรแล้ว "คุณ" สามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ "คุณ" เคยทำก่อนหน้าการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้

    อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการป้องกันตัวขั้นสูงสุดจากการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตา และป้องกัน "ความเป็นไปได้" ที่จะแพร่เชื้อไปให้ผู้อื่น "คุณ" ควรสวมหน้ากากอนามัยเวลาเดินทางเข้าไปยังสถานที่สาธารณะ รวมถึงสถานที่ในร่มต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณอยู่ในพื้นที่ที่ยังมีการแพร่ระบาดสูง

    การสวมหน้ากากอนามัยถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หาก "คุณ" ยังมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอจากอายุ หรือการวินิจฉัยทางการแพทย์ หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดสูง รวมถึงหากสมาชิกในครอบครัวของ "คุณ" ยังมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ จากการที่มีโรคร่วมหรือยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน

    หากทั้งหมดนี้ตรงกับ "คุณ" หรือ "คนในครอบครัว" คุณอาจเลือกที่จะสวมหน้ากากอนามัย โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงระดับการแพร่ระบาดในพื้นที่

    "คุณ" ควรสวมหน้ากากอนามัยต่อไป โดยเฉพาะตามสถานที่ที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำแนะนำ ที่มีการประกาศไว้ในแต่ละพื้นที่

    ทั้งหมดที่ "คุณ" เพิ่งผ่านสายตาไป คือ คำแนะนำอัปเดตล่าสุด ณ วันที่ 27 ก.ค. 64 บนหน้าเว็บไซต์ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ หรือ CDC

    หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 รายวันในสหรัฐฯ ยังคงกลับมาทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 26-27 ก.ค. 64 นั้น ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันกระโดดจาก 36,991 คน ไปสู่ 61,581 คน ในขณะที่ ตัวเลขผู้เสียชีวิตจาก 146 ศพ ไปสู่ 339 ศพ อย่างน่าตื่นตระหนก!

    *หมายเหตุ: ล่าสุด วันที่ 28 ก.ค. 64 สหรัฐฯ มีผู้ติดเชื้อ 84,534 คน เสียชีวิต 483 ศพ

    ทั้งๆ ที่ ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ เพิ่งประกาศสร้างความเชื่อมั่นต่อชาวอเมริกันที่ฉีดวัคซีนครบสูตรแล้ว ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติและแทบไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยอีกต่อไป เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ภายใต้คำพูดสวยหรูที่ว่า "Great Day in America"

    อะไรคือ ประเด็นสำคัญที่ทำให้ชาวอเมริกันต้องกลับมาสวมหน้ากากอนามัยกันอีกครั้ง?


    "We’re going in the wrong direction"
    "เรากำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางที่ผิด"

    นายแพทย์แอนโทนี เฟาซี (Dr.Anthony Fauci) ผู้อำนวยการสถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อในสหรัฐฯ และหัวหน้าที่ปรึกษาด้านการแพทย์ประจำทำเนียบขาว กล่าวอย่างตรงไปตรงมาถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในสหรัฐฯ ณ ปัจจุบัน!

    "เส้นกราฟผู้ติดเชื้อรายวันที่พุ่งสูงขึ้นในขณะนี้ ส่วนใหญ่คือ ผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน และจนถึงวันนี้ เรามีพลเมืองถึงมากกว่า 50% ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบสูตร และนี่คือปัญหา! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพบว่ามีการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตา ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการแพร่เชื้อได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วจากคนสู่คน"

    *หมายเหตุ: การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในรัฐที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำ โดยที่เห็นได้อย่างเด่นชัด คือ รัฐฟลอริดา เทกซัส และมิสซูรี ที่มีผู้ติดเชื้อใหม่คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 40% ของจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะที่ รัฐแอละบามาเป็นรัฐที่มีสัดส่วนการฉีดวัคซีนต่อประชากรต่ำที่สุดของสหรัฐอเมริกา


    If you're not vaccinated, you're not nearly as smart as I thought you were
    หากคุณยังไม่ได้เข้ารับการฉีดวัคซีน แสดงว่า คุณไม่ได้ฉลาดอย่างที่ผมคิด

    เพราะยิ่งเราเรียนรู้เกี่ยวกับไวรัสชนิดนี้และสายพันธุ์เดลตามากเท่าไร เราก็ยิ่งวิตกกังวลมากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ดี สิ่งเดียวที่เรารู้อย่างแน่ชัดแล้วก็คือ... ถ้าหากคนอีก 100 ล้านคนได้รับการฉีดวัคซีน เราจะอยู่ในโลกที่แตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง

    ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ แสดงท่าทีดุดันมากขึ้นกับผู้ปฏิเสธการฉีดวัคซีนรวมถึงตอบโต้เสียงครหาว่า การเปลี่ยนแปลงคำแนะนำของ CDC อาจทำให้ "ชาวอเมริกันเกิดความสับสนขึ้นได้"

    แล้วจำนวนชาวอเมริกันกว่า 100 ล้านคน ที่จะสามารถ "เปลี่ยนแปลงโลก" ให้แตกต่างไปจากที่เป็นอยู่กำลังคิดอะไร?

    45% ของชาวอเมริกันที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ยืนกรานว่า "ไม่มีแผนที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีน"

    64% ของชาวอเมริกันที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน "มีความมั่นใจเล็กน้อย" หรือ "ไม่มีความมั่นใจเลย" ว่า วัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันจะสามารถต่อต้านไวรัสกลายพันธุ์ โดยเฉพาะสายพันธุ์เดลตาได้

    ซึ่ง "แตกต่าง" อย่างเห็นได้ชัดกับกลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกันที่ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว ซึ่งมีจำนวนมากถึง 86% ที่มั่นใจว่า วัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถต่อต้านไวรัสกลายพันธุ์ได้!

    และทั้งหมดนั้นคือ...ผลสำรวจความเห็นของชาวอเมริกันล่าสุดที่จัดทำขึ้นโดย สำนักข่าว AP และ NORC Center for Public Affairs Research หรือ AP-NORC

    หากแต่...ไม่เพียงการฉีดวัคซีนจะถูกต่อต้านจากชาวอเมริกันส่วนหนึ่ง เพราะแม้แต่ข้อเรียกร้อง "กลับไปสวมหน้ากากอนามัย" ก็ยังถูก "คัดค้าน" ด้วยเช่นกัน!

    "เราขอเรียกร้องให้มีการเปิดประชุมสภานิติบัญญัติของรัฐฟลอริดาในวาระพิเศษ เพื่อยกเลิกข้อห้ามไร้สาระนี้ (การสวมหน้ากากในสถานที่สาธารณะ) และหากการพูดในที่สาธารณะโดยสงบ ดังไปไม่ถึงผู้รับผิดชอบ เราจะไปถึงที่ที่พวกเขาอยู่ เพื่อบอกว่าพวกเรากำลังรู้สึกอย่างไรในเรื่องนี้ และเราขอยืนหยัดไม่ให้บรรดาเด็กๆ ต้องสวมหน้ากากอนามัยต่อไปอีกหนึ่งปี!"

    คริส เนลสัน ผู้ก่อตั้งกลุ่มต่อต้านการสวมหน้ากากอนามัย ที่มีชื่อว่า "Reopen South Florida" ประกาศจุดยืนต่อต้าน "หน้ากากอนามัย" ที่เพิ่งถูกปลดประจำการไปจากสหรัฐอเมริกาหยกๆ

    "ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ จากการสอบสวนโรคระบาด แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า สายพันธุ์เดลตาแตกต่างไปจากไวรัสสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19 สายพันธุ์อื่นๆ ซึ่งข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ ที่ทั้งน่าหนักใจและน่าวิตกกังวลนี้ เพียงพอต่อการการันตีการตัดสินใจอัปเดตคำแนะนำใหม่ของ CDC แล้ว"

    ดร.โรเชลล์ วาเลนสกี (Rochelle Walensky) ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ CDC กล่าวยืนยันถึงความสำคัญของการผลักดันให้อเมริกันชนต้องกลับมาสวมหน้ากากอนามัยกันอีกครั้ง!

    การค้นหาหนทางแก้ไขปัญหา เมื่ออเมริกันชนส่วนหนึ่งไม่ยอมฉีดวัคซีน?

    "ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา" ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ตอบคำถามผู้สื่อข่าว หลังถูกร้องถามเรื่องข้อเสนอที่จะให้เจ้าหน้าที่และผู้อยู่ภายใต้สัญญาว่าจ้างของรัฐบาลกลาง ทุกคนต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ครบสูตร หรือต้องแสดงผลการทดสอบสุขภาพเป็นประจำ

    อย่างไรก็ดีเบื้องต้น มาตรการดังกล่าว "ไม่มีบทลงโทษรุนแรงต่อผู้ที่ฝ่าฝืน" เช่นพักงาน หรือไม่ให้เงินเดือน เหมือนเช่นที่รัฐบาลฝรั่งเศสกำลังขับเคลื่อน "กฎหมายหนังสือรับรองสุขภาพ" เพียงแต่จะมีการตรวจสอบสุขภาพหรือให้สวมหน้ากากอนามัยกับผู้ที่ปฏิเสธการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เท่านั้น

    อย่างไรก็ดี รัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาได้เริ่มออกมาตรการให้ประชาชนต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นแล้ว เช่น รัฐแคลิฟอร์เนีย มีการออกมาตรการให้เจ้าหน้าที่รัฐและบุคลากรด้านสาธารณสุข "ทุกคน" ต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนครบสูตร รวมถึงต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ส่วนที่นิวยอร์กออกมาตรการให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนครบสูตรหรือต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพ 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ขณะที่ ซานฟรานซิสโก ผับ บาร์ และสถานบันเทิง รวมกันกว่า 500 แห่ง ประกาศว่า ผู้ที่ต้องการใช้บริการทุกคนจะต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนครบสูตร หรือมีผลตรวจสุขภาพที่ยืนยันได้ว่าไม่ได้ติดเชื้อโควิด-19

    นอกจากนี้ กระทรวงการทหารผ่านศึกสหรัฐอเมริกา (The US Department of Veterans Affairs) ได้ออกประกาศให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนครบสูตร ซึ่งถือเป็นหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ แห่งแรกที่บังคับใช้มาตรการดังกล่าว

    *หมายเหตุ: ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ประกาศมาตรการเข้มงวดสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางในสหรัฐฯ ต้องแสดงหลักฐานการเข้ารับวัคซีน

    และล่าสุด กลุ่มองค์กรด้านสาธารณสุขมากว่า 50 แห่ง รวมถึงสมาคมการแพทย์อเมริกันและสมาคมพยาบาลอเมริกันได้ออกแถลงการณ์ร่วมอย่างเป็นทางการเรียกร้องให้กลุ่มนายจ้างสนับสนุนให้บุคลากรด้านสาธารณสุขทั่วประเทศสหรัฐฯ ได้รับการฉีดวัคซีนครบสูตร "ทุกคน" ภายหลังจากพบว่า พนักงานและพยาบาล ตามบ้านพักคนชราและสถานพยาบาลดูแลผู้ป่วยระยะยาว ได้รับการฉีดวัคซีนครบสูตร ในสัดส่วนเพียง 59% เท่านั้น!

    อะไร คือ "เบื้องหลัง" การตัดสินใจให้อเมริกันชนต้องเพิ่มการป้องกันแม้ฉีดวัคซีนครบสูตรแล้ว?

    สำนักข่าว CNN รายงานเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 64

    โดยอ้างอิงแหล่งข่าวด้านสาธารณสุขในทำเนียบขาว ที่ระบุว่า...

    เป็นความจริงที่ว่า... สายพันธุ์เดลตาสามารถแพร่เชื้อได้มากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ อย่างชัดเจน เพราะจากหลักฐานใหม่ที่ได้มา พบว่า ระดับของไวรัสที่พบในร่างกายของผู้ที่ได้รับวัคซีนเท่าๆ กับการติดเชื้อในกลุ่มคนที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน

    ซึ่งข้อมูลที่ว่านี้ ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนอาจสามารถแพร่กระจายเชื้อไวรัสได้ ซึ่งแตกต่างจากไวรัสสายพันธุ์อื่นๆ ในอดีตที่โดยทั่วไปแล้วแทบไม่สามารถแพร่เชื้อให้กับผู้ที่ได้รับวัคซีน!

    เมื่อสหรัฐอเมริกา เดินทางมาถึงทางเลือกสำคัญอีกครั้งหลังการปรากฏตัวของสายพันธุ์เดลตา?

    ต้องยอมรับว่า คำแนะนำล่าสุดของ CDC เรื่องการให้ชาวอเมริกันที่แม้จะได้รับวัคซีนครบสูตรแล้ว ต้องกลับสวมหน้ากากอนามัยอีกครั้ง ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นบนแผ่นดินสหรัฐอเมริกาอย่างปฏิเสธไม่ได้ นั่นเป็นเพราะพลเมืองในรัฐที่ส่วนใหญ่สนับสนุนพรรครีพับลิกัน มีแนวคิด "ต่อต้านหน้ากากอนามัย" มาตั้งแต่ไหนแต่ไร แถมล่าสุด ผู้ว่าการรัฐสีแดง (รีพับลิกัน) หลายรัฐยังได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนแล้วด้วยว่า จะไม่มีการออกมาตรการให้พลเมืองของตัวเอง ต้องกลับมาสวมหน้ากากอนามัยกันอีกครั้งเสียด้วย

    ฉะนั้น นับจากนี้เป็นต้นไป "เรา" คงต้องจับตากันดูว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน จะหาทางแก้ไขปัญหานี้อย่างไร เพื่อไม่ให้สหรัฐฯ ต้องกลับไปพบกับฝันร้าย (อีกครั้ง) จากอิทธิฤทธิ์ของสายพันธุ์เดลตา

    "With freedom comes responsibility. So please exercise responsible judgment. Get vaccinated for yourself, the people you love, for your country."

    "เสรีภาพมาพร้อมกับความรับผิดชอบ ดังนั้น โปรดใช้วิจารณญาณอย่างมีความรับผิดชอบ ฉีดวัคซีนให้กับตัวเอง คนที่คุณรัก เพื่อประเทศชาติของคุณ"


    ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน
    กราฟิก: Varanya Phae-araya

    ข่าวน่าสนใจ:

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19หน้ากากอนามัยสหรัฐอเมริการายงานพิเศษทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เวลา 22:51 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์