คดีแอม ไซยาไนด์ จากการสอบสวนของตำรวจ ขณะนี้พบผู้เสียชีวิต 14 ศพ รอด 1 ราย แจ้งข้อหาแล้ว 10 คดี ล่าสุด “บิ๊กโจ๊ก” ตั้งข้อสังเกตของผู้ร่วมขบวนการ มีความรู้ในกระบวนการยุติธรรม มักก่อเหตุในช่วงวันหยุด สอดคล้องกับนักนิติเวชศาสตร์ ชี้พิรุธ ไม่มีการผ่าชันสูตรศพ ผู้เสียชีวิตเกือบทุกกรณี ในท้องที่ใกล้เคียงกัน

วันนี้ (2 พ.ค.66) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงการสอบสวนคดี แอม ไซยาไนด์ อายุ 36 ปี ว่า เมื่อมาดูไทม์ไลน์การก่อเหตุ จะเป็นวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ทุกเหตุการณ์ โดยทุกครั้งที่ก่อเหตุ จะกลับมาหาบุคคลใกล้ชิดทุกครั้ง ดังนั้น ถ้าไม่มีคนแนะนำจะไม่สามารถทำแบบนี้ได้

กรณีอดีตสามีของผู้ต้องหายศพันตำรวจโท เบื้องต้นให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และยอมรับว่าเป็นผู้ที่ขับรถเก๋งสีขาวไปรับผู้ต้องหาที่ จ.อุดรธานี หลังจากเหตุการณ์ที่นายแด้ เสียชีวิต ก่อนนำรถไปจำนำในพื้นที่ จ.นครปฐม แต่อดีตสามีของผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นในการฆาตกรรมที่เกิดขึ้น

...

สอดคล้องกับ รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวกับทีมข่าวเจาะประเด็น ไทยรัฐออนไลน์ ว่า บางประเด็นในคดีค่อนข้างมีพิรุธ เพราะถ้าเรื่องการใส่สารพิษให้กับผู้เสียหายกิน อาจทำได้ด้วยตัวผู้ต้องหาเพียงคนเดียว แต่กระบวนการหลังจากนั้น อาจมีผู้มีความรู้ให้ความช่วยเหลือ

ที่น่าสงสัยในคดีนี้คือ ผู้เสียชีวิตกว่า 10 ราย ทำไมหลุดรอดการผ่าชันสูตรศพของแพทย์ได้มากขนาดนี้ ทั้งที่บางรายมีร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว คาดว่าผู้ต้องหาอาจรู้วิธีการพูดกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กระบวนการตรวจสอบทางกฎหมายเข้าถึงการกระทำผิด และคาดว่าจะมีคนคอยดูแลช่วยเหลือผู้ก่อเหตุ

การที่ผู้เสียชีวิตกว่า 10 ราย ไม่มีการผ่าชันสูตรศพ ถือเป็นเรื่องผิดปกติ และไม่แน่ว่าอาจมีการรบกวนการตรวจสอบ จากคนที่มีความรู้ในกระบวนการยุติธรรม เพื่อไม่ให้เกิดกระบวนการผ่าพิสูจน์ศพ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาค 7 แทบไม่มีการผ่าพิสูจน์ศพ น่าสงสัยว่า หมอพิจารณาไม่ผ่าพิสูจน์เหมือนกันในหลายกรณี

ขบวนการช่วยเหลือไม่ให้ผู้กระทำผิดถูกตรวจสอบในกระบวนการยุติธรรม ยังเป็นคำถามของคนในสังคม หลังจากนี้ตำรวจน่าจะกำลังหาหลักฐานทางการเงิน เพื่อเชื่อมโยงบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป

ขณะนี้ยังไม่ค่อยมีญาติผู้เสียชีวิตออกมาให้ข้อมูลว่า กรณีการตัดสินใจไม่ผ่าพิสูจน์ศพ ถ้าตำรวจเข้าไปสืบสวนในเชิงลึก ของหลายกรณีว่า แพทย์หรือตำรวจ ที่รับผิดชอบทำไมไม่ตัดสินใจผ่าชันสูตรศพ อาจพบความผิดปกติบางอย่าง ที่มีผลต่อรูปคดีได้

การก่อเหตุของแอม อาจสามารถทำคนเดียวได้ แต่ที่น่าสงสัยคือ ทำไมถึงเล็ดลอดมาได้ในหลายกรณี ซึ่งอาจมีตัวละครลับ ที่ช่วยวางแผน หรือช่วยเหลือในเชิงลึก หลังจากก่อเหตุ

“คนในสังคมยังมีความรู้สึกสงสัยว่า ทำไมมีการก่อเหตุได้มากขนาดนี้ และรอดพ้นการถูกตรวจสอบมายาวนาน จึงทำให้ประชาชนบางส่วนรู้สึกไม่เชื่อมั่นการทำงานของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นกรณีนี้ เจ้าหน้าที่ควรตรวจสอบไปให้ถึงสุด ถ้าหากมีผู้ที่ร่วมกระทำผิดควรดำเนินการ โดยไม่ละเว้น และต้องไปดูว่าการทำงานของพนักงานสอบสวนมีความบกพร่องหรือไม่”.