ทำความรู้จัก วัคซีนโนวาแวกซ์ อีกหนึ่งความหวังสู้โควิด-19

ข่าว

    ทำความรู้จัก วัคซีนโนวาแวกซ์ อีกหนึ่งความหวังสู้โควิด-19

    ไทยรัฐออนไลน์

    4 พ.ย. 2564 05:30 น.

    โนวาแวกซ์ (Novavax) หรือ NVX-CoV2373 กลายเป็นวัคซีนต้านโควิด-19 ชนิดล่าสุด ที่กำลังได้รับความสนใจจากชาวโลกหลังรัฐบาลอินโดนีเซียอนุมัติให้มีการใช้ในกรณีฉุกเฉินกับพลเมืองในประเทศของตัวเองเป็นชาติแรกในโลก

    โดยรัฐบาลอินโดนีเซีย ให้เหตุผลถึงการตัดสินใจในครั้งนี้ว่า วัคซีนโนวาแวกซ์ มีขั้นตอนการเก็บรักษาที่ง่ายและสะดวกต่อการขนส่ง ซึ่งเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับประเทศที่มีเกาะมากมายอย่างอินโดนีเซีย

    **หมายเหตุ สิ้นสุดวันที่ 1 พ.ย. 2564 กระทรวงสาธารณสุขของอินโดนีเซีย รายงานว่า มีพลเมืองได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้วประมาณ 58% ส่วนจำนวนผู้ได้รับวัคซีนเข็มสอง อยู่ที่ประมาณ 36% จากจำนวนประชากร 273 ล้านคน และตามกำหนดเดิม อินโดนีเซีย จะได้รับการส่งมอบวัคซีนโนวาแวกซ์ 20 ล้านโดสภายในปีนี้ **

    นอกจากนี้ สแตนลีย์ เอิร์ค (Stanley Erck) CEO ของ โนวาแวกซ์ อิงค์ (Novavax Inc.) ยังเปิดเผยว่า ได้ยื่นเรื่องขออนุญาตให้ใช้วัคซีนในกรณีฉุกเฉิน กับ องค์การอาหารและยาของแคนาดา และองค์การยายุโรป (European Medicines Agency) หรือ EMA แล้ว

    ส่วน องค์การอนามัยโลก หรือ WHO และคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ หรือ FDA กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาวัคซีนโนวาแวกซ์ในขั้นตอนสุดท้ายอีกด้วย หลังเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทประสบปัญหาด้านการควบคุมคุณภาพและการผลิต จนต้องชะลอการยื่นของอนุมัติจาก FDA ออกไปก่อน

    ทำความรู้จัก “วัคซีนโนวาแวกซ์”

    1. เทคโนโลยี

    วัคซีนโนวาแวกซ์ ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ใช้โปรตีนเบส (Protein-nanoparticle Vaccine) โดยเป็นการเพาะโปรตีนใหม่ขึ้นมา และใช้ชิ้นส่วนโปรตีนของโคโรนาไวรัสมาผลิตร่วมกับเซลล์ของผีเสื้อกลางคืน ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับเซลล์ของมนุษย์

    ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือ มีโปรตีนส่วนหนามของไวรัสจำนวนมาก หลังจากนั้นจึงนำโปรตีนส่วนหนามของไวรัสมารวมกับสารกระตุ้นภูมิต้านทาน แล้วนำไปฉีดเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสขึ้นมา

    2. ประสิทธิภาพ

    แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์วัคซีนชนิดแรกที่ออกสู่ตลาดในรอบ 34 ปี ของบริษัทโนวาแวกซ์ อิงค์ แต่รายงานผลการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ของบริษัทระบุว่า การฉีด 2 โดส ภายในระยะเวลาห่างกัน 21 วัน วัคซีนมีประสิทธิภาพ 100% ต่อการป้องกันการเจ็บป่วยหนักและเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ส่วนประสิทธิภาพในการต้านทานการติดเชื้อโควิด-19 อยู่ที่ประมาณ 90% ซึ่งใกล้เคียงกับวัคซีนโมเดอร์นา และไฟเซอร์

    ขณะที่ รายงานผลงานวิจัย เรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนโนวาแวกซ์ ในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ใน สหราชอาณาจักร ซึ่งถูกเผยแพร่ในนิตยสารทางการแพทย์ The New England Journal of Medicine  เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ระบุว่า จากกลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมทั้งหมด 15,187 คน โดยในจำนวนนี้ มีสัดส่วนของผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไปถึง 27.9% และ 44.6% มีโรคร่วม เมื่อฉีดครบ 2 โดส ห่างกันในระยะเวลา 21 วัน พบว่า ประสิทธิภาพวัคซีนโนวาแวกซ์โดยรวมต่อการต้านทานการติดเชื้อโควิด-19 อยู่ที่ประมาณ 89.7% โดยมีประสิทธิภาพประมาณ 96.4% กับ โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิม ส่วนสายพันธุ์ B.1.1.7 หรือ สายพันธ์ุอัลฟา อยู่ที่ประมาณ 86.3%

    ด้านประสิทธิภาพในการป้องกันการเจ็บป่วยหนัก และการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล สำหรับทั้งสายพันธุ์ดั้งเดิมและสายพันธ์ุอัลฟาอยู่ที่ 100%

    ส่วนรายงานการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ใน ประเทศสหรัฐอเมริกา และเม็กซิโก ตามรายงานของ สถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Institutes of Health) หรือ NIH เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564 ระบุว่า จากจำนวนกลุ่มตัวอย่าง 30,000 คน พบว่า วัคซีนโนวาแวกซ์ มีประสิทธิภาพโดยรวมในการต้านทานการติดเชื้อโควิด-19 ได้ประมาณ 90.4 % และสามารถป้องกันการเจ็บป่วยหนักและการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลได้ 100% สำหรับกลุ่มประชากรที่มี “ความเสี่ยงสูง” (ผู้สูงอายุเกิน 65 ปีขึ้นไปและมีโรคร่วม) ประสิทธิภาพโดยรวมของวัคซีนอยู่ที่ประมาณ 91%

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    3. การเก็บรักษา

    แม้วัคซีนโนวาแวกซ์ จะประสบปัญหาความล่าช้าในการพัฒนาจนกระทั่ง ถูกวัคซีนของบริษัทคู่แข่งอย่างโมเดอร์นา และ ไฟเซอร์ แซงหน้า อย่างไรก็ดี วัคซีนโนวาแวกซ์ กลับมี “ข้อดี” แตกต่างจาก โมเดอร์นา และ ไฟเซอร์ ในแง่ของการเก็บรักษาและขนส่ง เนื่องจากสามารถเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส หรืออุณหภูมิช่องปกติของตู้เย็นได้

    ในขณะที่วัคซีนโมเดอร์นา ต้องจัดเก็บที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส หรือ อุณหภูมิในช่องแข็งตู้เย็นปกติ จะเก็บได้นาน 6 เดือน แต่ถ้าเก็บที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส หรือ อุณหภูมิช่องปกติของตู้เย็น จะเก็บได้นาน 1 เดือน

    ส่วนวัคซีนไฟเซอร์ ต้องจัดเก็บในอุณหภูมิ -80 ถึง -60 องศาเซลเซียส ซึ่งต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ จะรักษาได้สูงสุด 6 เดือน แต่หากเก็บที่อุณหภูมิ -25 ถึง -15 องศาเซลเซียส หรือ อุณหภูมิในช่องแข็งตู้เย็นปกติ จะเก็บรักษาเอาไว้ได้เพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น

    4. อาการไม่พึงประสงค์

    ส่วนรายงานเรื่องอาการไม่พึงประสงค์ นั้น ตามรายงานของ The New England Journal of Medicine ระบุว่า มีอาการเจ็บปวดบริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยตามร่างกาย เมื่อฉีดเข็มแรกประมาณ 53% ส่วนเมื่อฉีดเข็มสอง อยู่ที่ประมาณ 76% และยังไม่พบผลข้างเคียงในระดับรุนแรง

    5. ราคา

    The Observer สื่อของสหราชอาณาจักร รายงานว่า ตามข้อตกลงที่โนวาแวกซ์ อิงค์ ลงนามกับ รัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จะมีการผลิตและส่งมอบวัคซีน 100 ล้านโดส มูลค่ารวม 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้มีการประเมินว่า ราคาขายต่อโดสของวัคซีนโนวาแวกซ์ น่าจะอยู่ที่ประมาณ 16 ดอลลาร์สหรัฐ

    6. คำสั่งซื้อ

    ปัจจุบันมีรายงานว่า วัคซีนโนวาแวกซ์ได้รับคำสั่งซื้อจาก ประเทศสหรัฐอเมริกา 100 ล้านโดส , สหราชอาณาจักร 60 ล้านโดส , แคนาดา 52 ล้านโดส , ออสเตรเลีย 51 ล้านโดส , ญี่ปุ่น 150 ล้านโดส , สหภาพยุโรป 200 ล้านโดส

    นอกจากนี้ โนวาแวกซ์ อิงค์ ยังได้ให้คำมั่นว่า จะเริ่มต้นทยอยการส่งมอบวัคซีนให้กับโครงการ Covax เพื่อกระจายการเข้าถึงวัคซีนให้กับกลุ่มประเทศยากจนและกำลังพัฒนา ภายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 ด้วย

    อ่านสกู๊ปที่น่าสนใจ 

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    วัคซีนโนวาแวกซ์โนวาแวกซ์วัคซีนโควิดทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์รายงานพิเศษ

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2564 เวลา 17:06 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์