ไลฟ์สไตล์
100 year

ควรใช้ "Clubhouse" เพื่อตอบโจทย์ด้านธุรกิจอย่างไร?

ไทยรัฐออนไลน์
21 ก.พ. 2564 07:00 น.
SHARE
  • Clubhouse เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2020 ปัจจุบัน (ก.พ. 21) มีผู้ใช้สูงถึง 6,000,000 แอคเคาต์
  • ยอดดาวน์โหลด Clubhouse เติบโตอย่างก้าวกระโดด จาก 500,000 ครั้ง เมื่อเดือนธันวาคม 2020 สู่ 10,000,000 ครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2021
  • ความโดดเด่นของ Clubhouse คือ ไม่ใช่ใครก็สามารถเข้าไปแจมได้ ถ้าคุณไม่มีเพื่อนที่มีแอคเคาต์อยู่ก่อนแล้ว คุณทำได้แค่ "จองสิทธิ์" ในการรอเผื่อมีคนใจดีให้คุณได้เข้าใช้

"You don't have to worry about eye contact, what you're wearing or where you are,"
"คุณไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการสบตา เสื้อผ้าที่คุณสวมใส่ หรือ แม้กระทั่ง สถานที่ที่คุณอยู่"

ข่าวแนะนำ

คำจำกัดความของแอปพลิเคชันที่สุดร้อนแรงในเวลานี้ ทั้งๆ ที่มันเปิดตัวในช่วงวิกฤติโควิด-19 จนกระทั่งถูกเรียกขานว่า "The Next Killer Smartphone App" ด้วยการพลิกโฉมหน้ารูปแบบการนำเสนอใหม่ๆ ทั้งในเรื่องของการสื่อสาร แบ่งปันความรู้ หรือแม้กระทั่งการได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ

นับตั้งแต่เปิดตัวมันได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมและสามารถสร้างแรงดึงดูดเหล่าคนดังในทุกวงการได้อย่างมหาศาล ไม่เว้นแม้แต่ อีลอน มัสก์ (Elon Musk), โอปราห์ วินฟรีย์ (Oprah Winfrey) พิธีกรชื่อดัง หรือเดรก (Drake) ศิลปินแร็ปเปอร์

โดยหลังจากเริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 เมษายน 2020 ตัวเลขผู้ใช้บริการ (Users) ก็ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น โดยในเดือนพฤศจิกายน ปี 2020 มีตัวเลขอยู่ที่ 200,000 แอคเคาต์ เดือนธันวาคมอยู่ที่ 600,000 แอคเคาต์ เดือนมกราคม ปี 2021 อยู่ที่ 2,000,000 แอคเคาต์ และล่าสุด เดือนกุมภาพันธ์พุ่งทะยานถึง 6,000,000 แอคเคาต์แล้ว!

ในขณะที่ ยอด Download ใน App Store คืออีกหนึ่งหลักฐานที่บ่งบอกถึงความป๊อปของดาวรุ่งดวงใหม่แห่งซิลิคอนวัลเลย์

เดือนพฤศจิกายน ปี 2020 ตัวเลข Download อยู่ที่ 500,000 ครั้ง เดือนธันวาคมอยู่ที่ 1,500,000 ครั้ง เดือนมกราคม ปี 2021 อยู่ที่ 3,000,000 ครั้ง และล่าสุด เดือนกุมภาพันธ์ 10,000,000 ครั้ง!

และด้วยตัวเลขก้าวกระโดดเช่นนั้น มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใช่ไหมที่ "สตาร์ทอัพ" ผู้สร้างปรากฏการณ์ร้อนแรงนี้ จะมีมูลค่าประเมินจาก 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคม ปี 2020 พุ่งทะยานสู่ชั้นบรรยากาศสตราโทสเฟียร์ที่ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน!

โดยทั้งหมดที่สาธยายมาเนิ่นนานนับตั้งแต่บรรทัดแรกสุดนั้น ก็เพื่อเรียกร้องอยากให้ "คุณ" ได้รู้จักกับปรากฏการณ์ที่มีชื่อว่า "คลับเฮาส์" (Clubhouse)

Get your username…

การแสดงออกถึงการตำหนิอย่างตรงไปตรงมาสำหรับการตอบสนองอันแสนน่าหดหู่ในการรับมือกับการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ของชาวอเมริกัน และหนำซ้ำยังดูราวกับกำลังพอใจกับสถานะที่เป็นอยู่ และไม่ยินดียินร้ายที่จะสรรค์สร้างอะไรใหม่ๆ ก่อนจะเรียกร้องให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า "การสร้าง คือ วิธีการที่เราจะรีบูตความฝันในแบบฉบับของชาวอเมริกัน" ผ่านโพสต์ที่มีชื่อว่า "IT’S TIME TO BUILD" ของ "มาร์ค แอนเดรสเซน" (Marc Andreessen) นักลงทุนผู้มีมุมมองที่สุดแหลมคมคนหนึ่งในซิลิคอนวัลเลย์ คือ ต้นทางแห่งแรงบันดาลใจ จนนำไปสู่การระดมมันสมองระหว่าง พอล เดวิสัน (Paul Davison) นักลงทุน และโรฮาน เซธ (Rohan Seth) อดีตพนักงานกูเกิล (Google) ที่กำลังอุดอู้อยู่กับบ้านในช่วงล็อกดาวน์ จนกระทั่งสร้างแอป "คลับเฮาส์" ขึ้นมาบนโลกใบนี้ได้สำเร็จ

"จุดมุ่งหมายของเรา คือ การสร้างประสบการณ์ทางสังคมที่ให้ความรู้สึกเหมือนมนุษย์ให้มากที่สุด นั่นเป็นเพราะคุณจะสามารถไปรวมตัวกับคนอื่นๆ เพื่อพูดคุยกันได้ แทนที่จะเป็นเพียงแค่การโพสต์ข้อความ แต่เหนืออื่นใด เป้าหมายที่สำคัญที่สุด คือ การทำให้คุณรู้สึกยอดเยี่ยมจากการที่ได้พบและเรียนรู้ รวมถึงได้รับมิตรภาพอันลึกซึ้งจากการได้พบปะกับผู้คนใหม่ๆ ในตอนที่ปิดแอปมากกว่าตอนที่ คุณเริ่มใช้งานมันเสียอีก" 2 ผู้ก่อตั้งกล่าวถึง "จอกศักดิ์สิทธิ์" ของนักลงทุน ณ ห้วงเวลานี้

แล้วอะไรคือ ความยอดเยี่ยมของ Clubhouse?

มันคือ แอปที่ให้ Users สามารถแชร์เสียงการสนทนาระหว่างกันในห้องสนทนาที่ถูกตั้งขึ้นอย่างหลากหลายตามความสนใจของแต่ละคน

ภายใต้ข้อจำกัดที่ว่า Users จะต้องร่วมวงการสนทนาแบบพูดคุยสดๆ ด้วยตัวเอง และเมื่อบวกเข้ากับข้อเท็จจริงที่ว่า ใครที่ต้องการเข้าร่วมจะต้องเป็นผู้ได้รับเชิญเท่านั้น นั่นก็หมายความว่า ทุกคนที่ต้องการเข้าร่วมจะต้องได้รับการแนะนำจากผู้ที่มีบัญชีอยู่ในคลับเฮาส์แล้ว

เอาละ แม้คุณจะสามารถดาวน์โหลดแอปนี้จาก App Store มาได้ และใส่ Username เอาไว้ใน Waiting list ได้ แต่มันก็ไม่มีหลักประกันใดๆ ว่า คุณจะเข้าไปในคลับเฮาส์ได้ หากไม่มีใครในนั้นเชิญ

โดย Moderator ผู้ที่สร้างห้องสนทนา จะมีสิทธิในการอนุญาตให้ Users ที่มาใหม่เข้าร่วมห้องสนทนาได้หรือไม่ จากนั้นเมื่อได้รับอนุญาต การพูดคุยจะเริ่มต้นขึ้นโดยอัติโนมัติ โดยเจ้าของห้องจะเป็นผู้ทำหน้าที่ตัดสินใจว่า ใครจะได้พูดก่อน-หลัง ส่วนผู้ที่เข้าร่วมในห้องหากอยากแสดงความเห็น สามารถกดปุ่มยกมือ เพื่อขออนุญาตเข้าร่วมในการสนทนาได้

ทำให้มันให้ความรู้สึกที่ไม่ต่างอะไรกับ Podcast ในเวอร์ชันที่สามารถสนทนาโต้ตอบได้ หรือ Twitter เวอร์ชันที่มีเสียงพูด

จุดเด่น

หนึ่งในเหตุผลที่เพราะอะไร "Clubhouse" จึงได้รับการจับตามองอย่างมากเป็นพิเศษ ณ เวลานี้ นั่นก็คือ "คุณ" จะสามารถเข้าร่วมได้หลังจากได้รับเชิญจากสมาชิกคนอื่นๆ เท่านั้น รวมถึงมันกำลังกลายเป็นของเล่นชิ้นใหม่สำหรับเหล่าเซเลบคนดังในทุกวงการ

จุดด้อย

แม้จะดูเฉิดฉาย แต่ "Clubhouse" ก็มีจุดที่ดูน่าเป็นห่วงในประเด็นเรื่องการกลั่นกรองเนื้อหา หากเทียบเคียงกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียคู่แข่ง ที่มีระบบอัลกอริทึมอันแข็งแกร่งในการคัดกรองและสกัดกั้นสแปม หรือการใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสมรวมถึงการเหยียดเชื้อชาติโดยอัตโนมัติ นั่นเป็นเพราะ "Clubhouse" เน้นเรื่องการใช้ "เสียง" เป็นหลัก มันจึงต้องพึ่งพา "เจ้าของห้องสนทนา" เป็นผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบเนื้อหา มันจึงมีความเป็นไปได้สูงที่ "Users" อาจจะต้องพบกับอะไรที่ไม่น่าพิสมัยในขณะที่ใช้งาน

นอกจากนี้ หลังจากกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงเพียงไม่นาน ความโดดเด่นเรื่องการใช้ "เสียง" เป็นจุดขายหลัก กำลังถูกลอกเลียนจากบรรดาโซเชียลมีเดียขาใหญ่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก หรือทวิตเตอร์แล้ว

และปัจจุบัน "Clubhouse" ยังคงให้บริการได้เฉพาะผู้ใช้ iPhone เท่านั้น และแม้จะได้รับการยืนยันแล้วว่าจะมีการเปิดให้บริการสำหรับผู้ใช้แอนดรอยด์ แต่เบื้องต้นยังคงไม่มีการประกาศถึงวันและเวลาที่ชัดเจน ซึ่งประเด็นนี้อาจกลายเป็นการสูญเสียโอกาสในการทำตลาดเพื่อเบียดแย่งกับคู่แข่งด้วย

แต่อะไรคงไม่เท่ากับรายงานด้านการวิจัยด้านความปลอดภัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) ที่อ้างว่า พบช่องโหว่บางอย่างในแอป ทำให้มีความเสี่ยงต่อการถูกสอดแนมโดยรัฐบาลจีน ซึ่งประเด็นร้อนนี้กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางเสียด้วย

อย่างไรก็ดี ล่าสุดผู้บริหาร "Clubhouse" ได้ออกมายืนยันแล้วว่า กำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงการเข้ารหัสและระบบป้องกันต่างๆ เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวของเหล่า Users โดยเร็วแล้ว

ควรใช้ "Clubhouse" เพื่อตอบโจทย์ด้านธุรกิจอย่างไร?

หาก "คุณ" ได้รับเชิญให้เข้าร่วมใน "Clubhouse" นั่นเท่ากับโอกาสในการสร้างคอนเน็กชันเพื่อต่อยอดธุรกิจที่คุณใฝ่ฝันได้มาอยู่ในมือของคุณแล้ว ซึ่งจุดนี้คือ "ความโดดเด่น" ที่เป็นแรงดึงดูดให้บรรดา "Users" แห่มาขอร่วมวงกับ "Clubhouse" ที่ปัจจุบันมีนักธุรกิจและเซเลบชื่อดังระดับโลกมาเข้าร่วมแล้วอย่างมากมาย

ซึ่งนอกจากโอกาสที่ "คุณ" จะได้รับคำปรึกษาซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพจากประสบการณ์ของผู้รู้จริงแล้ว "คุณ" ยังอาจได้เปล่งศักยภาพของตัวเอง จนกระทั่งได้เป็นอีกหนึ่งผู้นำทางความคิดในชุมชนนี้ด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่ "Clubhouse" กำลังค่อยๆ เติบโตขึ้น และมีการคัดกรองจำนวน "Users" ในปริมาณที่เหมาะสม ฉะนั้น มันจึงเป็นโอกาสที่ดีที่ "คุณ" จะค่อยๆ บ่มเพาะตัวเองในฐานะผู้เชี่ยวชาญพร้อมกับเริ่มสะสมฐานผู้ติดตามเสียแต่เนิ่นๆ

"มันจะมีอะไรที่ดีไปกว่าการที่นักการตลาดและผู้คนทั่วไปจะได้รับผลประโยชน์จากการเชื่อมต่อธุรกิจด้วยแพลตฟอร์มโชเชียลมีเดียใหม่ๆ ที่มีกระบวนการในการคัดกรองสัดส่วนในแง่ของจำนวนและการเข้าถึงที่ยอดเยี่ยมอย่างที่ Clubhouse กำลังเป็นอยู่

อีกทั้งการลงทุนกับ Clubhouse ณ ช่วงเวลานี้ เปรียบเสมือนการได้เป็นหนึ่งในธุรกิจแรกๆ บนลิสต์ของ Twitter หรือ Facebook คุณจะสามารถสร้างฐานผู้ติดตาม โดยที่คู่แข่งของคุณไล่ตามไม่ทัน

ไอเดียเรื่องการสนทนาโต้ตอบด้วยเสียงที่ Clubhouse นำเสนอ ถือเป็นทางเลือกใหม่ในการที่จะทำให้ธุรกิจของคุณแลดูราวกับเป็นมนุษย์สำหรับกลุ่มเป้าหมาย ขณะเดียวกัน น้ำเสียงที่ใช้ในการสนทนาโต้ตอบไปมาในแพลตฟอร์มนี้ มันยังจะทำให้คุณรู้สึกได้ถึงความเป็นมนุษย์ระหว่างกันมากขึ้นในระหว่างการใช้งานอีกด้วย"

นักวิเคราะห์จาก Entrepreneur.com เว็บไซต์ชื่อดังด้านการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน มองปรากฏการณ์ความร้อนแรงของแอปโซเชียลมีเดียที่โดดเด่นที่สุดในเวลานี้

ก้าวต่อไปสำหรับอนาคตที่ต้องจับตา!

ไม่ต่างจากโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่จะค่อยๆ เปลี่ยนบรรดา Top users ให้กลายเป็น Pop stars ประจำแพลตฟอร์ม เมื่อเร็วๆ นี้ "Clubhouse" ได้แถลงว่า กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาโปรแกรมสำหรับอินฟลูเอนเซอร์ ที่มีชื่อว่า "ครีเอเตอร์ ไพลอต โปรแกรม" (Creator Pilot Program) โดยจะเปิดให้ 40 ผู้ทรงอิทธิพลในคลับเฮาส์นำร่องใช้งานก่อน หลังจากถูกตั้งคำถามมาสักระยะหนึ่งแล้วว่า "เงินที่พวกเขาควรจะได้มันอยู่ที่ไหน?" หลังแอปเริ่มมีอัตราการขยายตัวที่น่าตกตะลึง

Creator Pilot Program คืออะไร?

โดย 40 ผู้ทรงอิทธิพลที่ได้รับเลือกจากนี้ จะเป็นผู้ที่มีฐานแฟนติดตามเป็นลำดับต้นๆ ใน "Clubhouse" (ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ มักมีผู้ติดตามในแฟลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ ไม่มากนัก) จะได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าร่วมประชุมกับหนึ่งในผู้ร่วมทุนของ Clubhouse และจะได้เข้าถึงเครื่องมือพิเศษที่ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ระดับสูงได้ก่อนใคร

เอาละ แม้จะยังไม่มีการอธิบายถึง "ผลตอบแทน" ที่ 40 ผู้ทรงอิทธิพลเหล่านี้จะได้รับอย่างชัดเจนมากนัก แต่อย่างน้อย "Clubhouse" ก็ได้แสดงให้เห็นถึงคำมั่นสัญญาทางธุรกิจที่ต้องพึ่งพาความสามารถของ "ครีเอเตอร์" ซึ่งมีฐานผู้ติดตามที่กำลังจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ แล้ว

และนั่นคือ ประเด็นหลักที่ควร "จับตา" เพราะ "Clubhouse" ที่กำลังขยายตัวเรื่อยๆ ได้เริ่มเสนอวิธีการทำรายได้และสร้างโอกาสในการทำตลาดสำหรับธุรกิจแล้วนั่นเอง!

และสำหรับ 10 อันดับ Clubhouse Topical Relevance ได้แก่

1. การขาย (Sales) : การขายผ่านโซเชียล (Social Selling), กลยุทธ์ Growth Hacking ที่ผสมผสานการตลาด ข้อมูล เทคโนโลยี และเทคนิค-เคล็ดลับการขาย

- ผู้สร้างหัวข้อแบบไม่ซ้ำ : 15,131
- การกล่าวถึง : 20,231
- การแสดงผล : 564 ล้าน

2. โซเชียลมีเดีย (Social Media) : การตลาดโซเชียลมีเดีย, การสร้างการเติบโตในชุมชนและผู้ติดตาม

- ผู้สร้างหัวข้อแบบไม่ซ้ำ : 13,735
- การกล่าวถึง : 17,656
- การแสดงผล : 532 ล้าน

3. เทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) : เอไอ (AI), บล็อกเชน (Blockchain), บิตคอยน์ (Bitcoin) และการเรียนรู้ของเครื่องจักร-ระบบคอมพิวเตอร์ (Machine Learning)

- ผู้สร้างหัวข้อแบบไม่ซ้ำ : 12,419
- การกล่าวถึง : 18,390
- การแสดงผล : 528 ล้าน

4. สตาร์ตอัพ (Startup) : การร่วมลงทุน (VC), การลงทุน, ผู้ก่อตั้ง, การระดม-แหล่งเงินทุน (Fundraising)

- ผู้สร้างหัวข้อแบบไม่ซ้ำ : 12,028
- การกล่าวถึง : 17,721
- การแสดงผล : 464 ล้าน

5. ธุรกิจ : การเป็นผู้นำ, การปรับเปลี่ยนแนวคิดและนำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจ (Digital Transformation), การเงิน, อนาคตการทำงาน

- ผู้สร้างหัวข้อแบบไม่ซ้ำ : 11,494
- การกล่าวถึง : 15,321
- การแสดงผล : 194 ล้าน

6. ผู้หญิง : เทคโนโลยี, การเป็นผู้นำ, STEM (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์), ดนตรี, ผู้สร้างสรรค์

- ผู้สร้างหัวข้อแบบไม่ซ้ำ : 9,135
- การกล่าวถึง : 13,435
- การแสดงผล : 160 ล้าน

7. วัฒนธรรมแอฟริกัน-อเมริกัน (Black Culture) : เทคโนโลยี, ดนตรี, ผู้สร้างสรรค์, ผู้ประกอบการ, อุตสาหกรรม

- ผู้สร้างหัวข้อแบบไม่ซ้ำ : 8,711
- การกล่าวถึง : 12,317
- การแสดงผล : 103 ล้าน

8. ดนตรี : นักดนตรี, ดีเจ, ฮิปฮอป (Hip Hop), อาร์แอนด์บี (R&B), เทคโน (Techno) และเฮาส์ (House)

- ผู้สร้างหัวข้อแบบไม่ซ้ำ : 7,195
- การกล่าวถึง : 12,383
- การแสดงผล : 159 ล้าน

9. สุขภาพจิต (Mental Health) : ภาวะซึมเศร้า, ความวิตกกังวล และโรคสมาธิสั้น (ADHD)

- ผู้สร้างหัวข้อแบบไม่ซ้ำ : 6,095
- การกล่าวถึง : 7,941
- การแสดงผล : 95 ล้าน

10. ผู้ทรงอิทธิพล (Influencer) : ผู้ทรงอิทธิพล, การตลาด, ผู้สร้างสรรค์, ติ๊กต่อก (TikTok)

- ผู้สร้างหัวข้อแบบไม่ซ้ำ : 5,556
- การกล่าวถึง : 7,100
- การแสดงผล 176 ล้าน

และสำหรับ 8 อันดับบุคคลและการบรรยายที่กลายเป็นตัวขับเคลื่อน Clubhouse ได้แก่...

1. อีลอน มัสก์ (Elon Musk) : 27%
2. เรื่องราวสุดพิเศษที่นี่ที่เดียว 20%
3. คู่แข่งนวัตกรรม 14% และดรามา-เม้าท์คนดัง 14%
4. การจัดหาเงินทุนและการพัฒนา 13%
5. การเซนเซอร์ "คลับเฮาส์" (Clubhouse) ของจีน 6%
6. ข่าวฉาวนักการเมืองชาวเยอรมัน 2%
7. การแสดง "ไลออน คิงส์" (Lion King) บน Clubhouse 0.4%
8. ความกังวลความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว 0.4%

ผู้เขียน: นายฮกหลง
กราฟิก: เทพอมร แสงธรรมาพิทักษ์

ข่าวน่าสนใจ:

ข้อมูลอ้างอิง:

  • Social Sharing & Conversations, Brandwatch, Traditional Media, Quid (ม.ค. 2020 - ก.พ. 2021)
อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

special contentClubhouseโซเชียลมีเดียแอปพลิเคชันรายงานพิเศษทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564 เวลา 02:01 น.