จับตาศูนย์สแกมเมอร์เกิดใหม่ ผุดพรึ่บตามแนวชายแดน จ.ตาก ห่างไทยแค่ 5 กม. “เพจดังเรื่องเมียนมา” เผย เปลี่ยนแนวทางจาก "เมืองใหม่"  สู่การ "กระจายตัวพ่วงธุรกิจสีเทา" เติบโตต่อเนื่องจนคนงานขาด 

วันนี้ (6 พ.ย.69) เพจเฟซบุ๊ก Natty Loves Myanmar ของ แนตตี้-อรรวี แตงมีแสง ผู้เกาะติดประเด็นพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมามาอย่างยาวนาน เปิดประเด็น “พื้นที่ต้องสงสัย” จะเป็นศูนย์สแกมเมอร์แห่งใหม่ ใกล้ชายแดน อ.แม่ระมาด จ.ตาก ห่างจากประเทศไทยเพียง 5 กิโลเมตร ภาพถ่ายดาวเทียมพบก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ พร้อมโซลาร์ฟาร์ม โดยระบุว่า

“จากภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง พบการปรับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง มีการก่อสร้างอาคารหลายหลัง พร้อมวางระบบโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ สะท้อนให้เห็นถึงการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการใช้งานในระยะยาว

ขณะเดียวกัน การตรวจพบการลำเลียงถังน้ำมันจำนวนมากในพื้นที่ อ.แม่ระมาด ยิ่งเพิ่มข้อสังเกตเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวดังกล่าว โดยน้ำมันอาจถูกนำมาใช้กับเครื่องจักรหนัก ทั้งรถแบคโฮและรถบรรทุกสำหรับปรับพื้นที่ รวมถึงใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องปั่นไฟภายในโครงการ

คำถามสำคัญคือ พื้นที่แห่งนี้กำลังถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับกิจการอะไร? และมีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติที่เคลื่อนไหวตามแนวชายแดนหรือไม่?

แม้ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะยืนยันว่าเป็นฐานสแกมเมอร์แห่งใหม่ แต่ขนาดของพื้นที่ การก่อสร้างอาคารหลายหลัง ระบบพลังงาน และความเคลื่อนไหวด้านเชื้อเพลิง ล้วนเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด”

ขอบคุณภาพ : Natty Loves Myanmar
ขอบคุณภาพ : Natty Loves Myanmar

ศูนย์สแกมเมอร์ ผุดพรึ่บแนวชายแดนไทย

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ พูดคุยถึงรายละเอียดของประเด็นนี้ กับ แนตตี้-อรรวี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกลุ่มช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ว่ามีศูนย์สแกมเมอร์แหล่งใหม่ ตั้งอยู่ใกล้กับ อ.แม่ระมาด จึงได้ตรวจสอบผ่านภาพถ่ายดาวเทียมและการลงพื้นที่ เนื่องจากอาคารเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นอาคารสร้างใหม่ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ยังไม่ปรากฏในระบบแผนที่ดิจิทัลอย่างกูเกิลแมป หรือแอปเปิลแมป

เมื่อตรวจสอบก็พบว่า มีกลุ่มอาคารขนาดใหญ่ที่คาดว่าเป็นศูนย์สแกมเมอร์เกิดขึ้นหลายจุดในพื้นที่ฝั่งตรงข้าม อ.แม่ระมาด ห่างจากชายแดนไทยลึกเข้าไปเพียง 5 กม. นอกจากจุดนี้ก็ยังมีการเติบโตของศูนย์สแกมเมอร์ในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดน เช่น ใน อ. กอมะแนะ ของเมียนมา ที่อยู่ตรงข้าม อ.พบพระ มีศูนย์สแกมเมอร์ขนาดใหญ่ที่คาดว่ามีคนทำงานภายในหลายพันคนและสามารถมองเห็นได้จากฝั่งไทย และมีอีกจำนวนหนึ่งที่ตั้งอยู่กระจายตัวในพื้นที่ที่ลึกเข้าไปจากชายแดนไทย

“ตอนนี้ตั้งแต่อำเภอท่าสองยาง แม่ระมาด แม่สอด พบพระ ลงไปถึงวัลเลย์ เรียกได้ว่ามีการกระจายตัวของแหล่งสแกมจำนวนมาก และข้อมูลที่ได้มาจากคนในแหล่งสแกมแห่งหนึ่งทราบว่ามีการเคลื่อนย้ายคนจากแหล่งหนึ่งไปอีกแหล่งหนึ่งอยู่ตลอดเวลา และมีปัญหาคนทำงานไม่พอเนื่องจากมีการขยายตัวอยู่เรื่อยๆ ทำให้คนที่อยากจะออกมาต้องมีการจ่ายเงินเพื่อไถ่ตัวเองออก”

ทั้งนี้ในการเคลื่อนย้ายคนก็มีทั้งการย้ายคนไปทำงานแหล่งใหม่ และย้ายหนีเจ้าหน้าที่ ซึ่งในการบุกจับกุมแต่ละครั้งมักมีการแจ้งหัวหน้าชาวจีนไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ย้ายคนได้ทัน

แนตตี้-อรรวี แตงมีแสง
แนตตี้-อรรวี แตงมีแสง

ศูนย์สแกมเมอร์ยุคใหม่ อยู่กระจายตัว-พ่วงธุรกิจสีเทา

แนตตี้-อรรวี เรียกสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นว่า เป็นยุคใหม่ (New Era) ของศูนย์สแกมเมอร์ ซึ่งเกิดขึ้นหลังการปราบเคเคปาร์ค และชเวก๊กโกบางส่วน คือแทนที่จะซ่อนตัวอยู่ในรูปแบบเมืองใหม่หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่มีธุรกิจอื่นๆ และมีประชาชนทั่วไปอาศัยอยู่ด้วย แต่ปัจจุบันอยู่ในลักษณะศูนย์ที่เน้นสแกมเมอร์โดยบเฉพาะ พ่วงธุรกิจสีเทาอื่นๆ เช่น KTV กาสิโน ค้าประเวณี

สถานภาพปัจจุบันของ “เคเคปาร์ค” อาจกล่าวได้ว่าไม่มีอยู่แล้ว เนื่องจากถูกระเบิดทำลายอาคารในพื้นที่ไปเกือบหมด แต่ขณะเดียวกันแก๊งสแกมเมอร์ไม่ได้หายไปแต่ย้ายไปพื้นที่ลึกเข้าไปด้านในที่ใกล้ภูเขามากขึ้น ขณะที่ “ชเวก๊กโก” ถูกระเบิดทำลายอาคารเพียงบางจุด ทำให้ยังมีแก๊งสแกมเมอร์ที่ยังดำเนินการอยู่ภายใน หรือบางส่วนที่อาคารถูกทำลายก็เคลื่อนย้ายขึ้นเขาไป

ทั้งนี้ศูนย์สแกมเมอร์ที่เกิดขึ้นใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่ตรงข้าม อ.แม่สอด อ.แม่ระมาด อ.ท่าสองยาง ส่วนใหญ่จะมุ่งเป้าหลอกเหยื่อต่างชาติชาวตะวันตกมากกว่า ทำให้หลายคนอาจยังไม่รู้สึกถึงการกลับมาของสแกมเมอร์เหล่านี้

ในส่วนของชาวไทยที่ถูกหลอกหรือตั้งใจเข้าไปทำงาน ส่วนใหญ่เป็นการเข้าไปค้าบริการแต่ขณะเดียวกันก็มีการย้ายแรงงานชาวไทยจากฝั่งกัมพูชามายังเมียนมาจำนวนมาก โดยคาดว่าอยู่ในพื้นที่ อ.เมียวดีเป็นหลัก ทำทั้งกาสิโน พนันออนไลน์และบางส่วนคาดว่าทำสแกมเมอร์ด้วย และมีการข้ามไป-มาระหว่างไทยและเมียนมา

ขณะที่รัฐบาลเมียนมาเองก็มีความเคลื่อนไหวปราบปรามเป็นระยะ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีการปราบปรามที่ อ.ท่าขี้เหล็ก แต่มองว่ายังอยู่ในลักษณะปราบพอเป็นพิธี เพราะมีการแจ้งล่วงหน้า

ศูนย์สแกมเมอร์ กอมะแนะ (ขอบคุณภาพ : Naphat Kongchan/Natty loves Myanmar ค่ะ)
ศูนย์สแกมเมอร์ กอมะแนะ (ขอบคุณภาพ : Naphat Kongchan/Natty loves Myanmar ค่ะ)

จี้รัฐปราบ “ไทยเทา” เอี่ยวสแกมเมอร์

ปัญหาสแกมเมอร์ตามแนวชายแดนนั้นมีมาอย่างยาวนาน แม้จะมีช่วงที่ภาคครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าปราบปราม แต่ขบวนการเหล่านี้ก็ไม่ได้หายไปไหน แนตตี้-อรรวี มองว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจอ้างได้ว่าไม่มีอำนาจไม่สามารถเข้าไปปราบปรามได้เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ของเมียนมา แต่ขณะเดียวกันไทยอยู่ในฐานะที่เป็น “ผู้เอื้อ” ให้เกิดแหล่งสแกมเหล่านี้ เพราะทรัพยากรจำนวนมากนำมาจากไทย ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ก่อสร้าง อุปกรณ์สัญญาณ อาหาร ของใช้ มีการขนส่งข้ามแดนทุกวัน เนื่องจากประเทศไทยอยู่ใกล้และสะดวกที่สุด

“จากการพูดคุยกับคนที่เคยอยู่ในศูนย์สแกมเมอร์แห่งหนึ่ง พบว่าสิ่งของที่อยู่ในนั้นก็มาจากไทยและจีนแทบไม่มีของเมียนมาเลย ซึ่งตอนนี้ที่แม่สอดคึกคักมาก มีการค้าขายข้ามแดนตลอดเวลา”

ทั้งนี้เชื่อว่าหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องรู้ว่าปัญหานี้กำลังกลับมาแต่ยังไม่ดำเนินการแก้ไข ส่วนหนึ่งอาจเพราะไม่มีแรงกดดันมากเท่าแต่ก่อนและคนจับตาปัญหาฝั่งกัมพูชามากกว่า แต่สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ถือว่าน่าเป็นห่วงมาก ซึ่งสิ่งที่ทางการไทยทำได้ทันทีคือการปราบ “ไทยเทา” ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือสนับสนุนศูนย์สแกมเมอร์เหล่านี้อย่างจริงจัง

“แม้ว่านายกฯ ประกาศว่าจะแก้ไขอย่างจริงจังแต่หากในพื้นที่หน้างานไม่เห็นการปราบปราม เรื่องนี้ก็ไม่มีทางจบ”