ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาท/คน เปิดแนวทางจัดเก็บ เข้ากองทุนดูแลแหล่งท่องเที่ยว-ประกันนักท่องเที่ยว อุดหนุนโรงพยาบาลค่ารักษานักท่องเที่ยว คาดร่างเสนอยกเว้นเก็บเงินเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี พร้อมเทียบ 3 แนวทางจัดเก็บในต่างประเทศ ไม่ให้เป็นภาระเดินทางเข้าประเทศช้า ด้านเอกชน เห็นด้วยช่วยแบ่งเบาภาษีคนไทย
แม้ยังอยู่ในขั้นตอนนำเสนอเข้า ครม. กรณีไทยเตรียมออกนโยบายเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาท/คน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการรับฟังความคิดเห็นผ่านออนไลน์ ซึ่งมี 80.50% สนับสนุนให้เกิดการจัดเก็บ แต่ก็ยังมีคนที่สับสนว่าเกี่ยวโยงกับนโยบายการเก็บเงินเดินทางไปต่างประเทศ 1,000 บาท ของสรรพากรหรือไม่ ซึ่งที่จริงแล้วแยกส่วนกัน ซึ่งล่าสุดมีการชะลอนโยบายการเก็บเงิน 1,000 บาท แล้ว
ด้านภาคเอกชน นายไพศาล สุขเจริญ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ มองว่า แนวคิดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ จาก 300 เป็น 450 บาท/คน หลายประเทศก็จัดเก็บ และไม่ถือว่าสูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศ และเป็นอัตราที่เหมาะสม แต่กรณีของค่าธรรมเนียมออกนอกประเทศ ที่รวมคนไทยด้วย ที่จะเก็บคนละ 1,000 บาท/ครั้ง (ล่าสุดมีคำสั่งชะลอการดำเนินการ) ถือว่าค่อนข้างสูง อาจทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการทัวร์มีปัญหาได้
ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยว 450 บาท/คน ตามแนวทางของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเก็บเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในไทย ระยะแรกเริ่มจัดเก็บเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาด้วยเครื่องบิน ส่วนทางบกและทางน้ำจะชะลอไว้ 1 ปี เพื่อเตรียมความพร้อม โดยรายได้จากการจัดเก็บ นำไปบำรุงสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงค่ารักษาพยาบาลของนักท่องเที่ยว ช่วยลดภาระภาษีของคนไทยระยะยาว
เหตุผลสำคัญที่มีความพยายามผลักดันให้มีการเก็บ ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยว 450 บาท ส่วนหนึ่งเกิดจากระบบสาธารณสุขต้องรับภาระหนี้เสีย จากการรักษาพยาบาลชาวต่างชาติถึงกว่า 7,000 ล้านบาท/ปี ซึ่งค่ารักษาพยาบาลชาวต่างชาติทุก 100 บาท โรงพยาบาลเก็บได้จริงเพียงประมาณ 59 บาท ส่วนต่างที่เหลือโรงพยาบาลต้องแบกรับเอง
ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยว ส่วนหนึ่งจะนำไปจัดหาประกันภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยวผู้ชำระค่าธรรมเนียม ครอบคลุมกรณีเสียชีวิต ค่ารักษาพยาบาลตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ที่อยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มความคุ้มครอง อีกส่วนจะนำไปใช้ฟื้นฟูพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณประจำปี
สำหรับร่างประกาศฯ ในการเสนอจัดเก็บ 450 บาท/คน รายได้หลังหักค่าจัดเก็บและค่าประกันภัย คาดว่าจะมีเม็ดเงินอย่างน้อยราว 8,000 ล้านบาท สำหรับนำไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย แต่ก็มีข้อเสนอในการกำหนดหลักเกณฑ์ การเปิดเผยข้อมูลการใช้เงินให้ตรวจสอบ ซึ่งจะมีการพัฒนาระบบในการตรวจสอบต่อไป
กระบวนการจัดเก็บ “ค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยว 450 บาท”
มาตรการการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยว 450 บาท/คน เป็นข้อเสนอที่มีวัตถุประสงค์นำรายได้ไปใช้ประโยชน์ในการส่งเสริม และพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศ หน่วยงานหลักที่ดูแลคือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผ่านสำนักงานปลัดกระทรวงฯ ใช้กลไก “กองทุนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย” ในการบริหารจัดการ
อาศัยอำนาจตาม มาตรา 10/2 แห่ง พ.ร.บ. นโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. 2551 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2562) โดยจะมีการออกเป็นประกาศเพื่อกำหนดอัตรา หลักเกณฑ์ เงื่อนไขอย่างเป็นทางการ จัดเก็บเฉพาะ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย
หากนักท่องเที่ยวมีการเดินทาง เข้า-ออก ประเทศไทยซ้ำภายในระยะเวลา 30 วัน จะไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมใหม่ ส่วนผู้ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมคือ เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี ผู้โดยสารที่แวะพักหรือหยุดพักชั่วคราวระหว่างการเดินทาง ลูกเรือ ผู้ถือบัตรอนุญาตทำงาน (Work Permit) ผู้ถือบัตรผ่านแดน(Border Pass) ตามเงื่อนไขในร่างประกาศ
การเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวสำคัญอย่างไร
นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ มองว่า ประเด็นเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยว 450บาท เป็นสิ่งที่ดี ในฐานะที่เราเป็นนักท่องเที่ยว เวลาคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ สิ่งที่เรากังวลคือเมื่อไปเที่ยวต่างแดนแล้วเจ็บไข้ได้ป่วยจะทำอย่างไร
หลักการของกฎหมายนี้คือ ประเทศไทยประสบปัญหาเมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยว ซึ่งประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวมากกว่า 20 ล้านคนต่อปี ทั้งผู้สูงอายุและเด็ก ทำให้มีโอกาสเจ็บไข้ได้ป่วยสูง เมื่อมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้นในประเทศไทยก็ต้องได้รับการรักษา
ในแต่ละปี การดูแลรักษาพยาบาลนักท่องเที่ยวมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ปีที่แล้วเกือบ 17,000 ล้านบาท แต่เราสามารถจัดเก็บเงินคืนได้เพียงประมาณ 9,900 ล้านบาท นั่นหมายความว่า มีนักท่องเที่ยวที่เจ็บป่วยในไทยแล้วไม่ได้ชำระค่ารักษา กลายเป็นภาระที่โรงพยาบาลและภาษีของคนไทยต้องแบกรับปีละประมาณ7,000 ล้านบาท
ปัจจุบัน อาจมีความสับสนเกิดขึ้นระหว่าง การจัดเก็บเงินผู้เดินทางเข้าประเทศไทย 450 บาท และการจัดเก็บเงิน 1,000 บาท ที่จะเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งล่าสุดมีการสั่งชะลอการจัดเก็บในส่วนของเงิน 1,000บาท
ในส่วนของการเก็บเงินคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ 1,000 บาท นั้น ไม่ควรจัดเก็บ เนื่องจากคนไทยไม่ได้มีรายได้มากมาย และเป็นการสร้างภาระให้กับนักท่องเที่ยวคนไทย แต่สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย ควรจะมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียม 450 บาท เช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลกที่มีการจัดเก็บในลักษณะนี้เช่นกัน
ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียม 450 บาท ควรดำเนินการ ไม่ควรให้เกิดความล่าช้า ปัญหาของนักท่องเที่ยวเหมือนกับเวลาคนไทยไปต่างประเทศ หากไปถึงสนามบินแล้วต้องเผชิญกับคิวยาว รอเป็นชั่วโมงกว่าจะผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้ จะทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี
หากจะดำเนินการจัดเก็บ จะต้องออกแบบกระบวนการให้มีความรวดเร็ว ไม่ทำให้เกิดความล่าช้าจนเป็นภาระแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งในกฎหมายได้มีการออกแบบให้ระบบเชื่อมโยงกับการซื้อบัตรโดยสารและการเดินทางเข้าประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความล่าช้า
กลุ่มนักธุรกิจและผู้ประกอบการต่างเห็นพ้องว่า ระบบและวิธีการที่ออกแบบไว้ในปัจจุบันจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาความล่าช้าในการเข้าประเทศ จะไม่มีภาพนักท่องเที่ยวต้องมาเข้าคิวต่อแถวจ่ายเงินคนละ 450บาท ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง จนเกิดคิวยาวอย่างแน่นอน เนื่องจากมีการวางระบบป้องกันไว้เรียบร้อยแล้ว
เปรียบเทียบกับต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมท่องเที่ยวทั่วโลก
จากการรวบรวมข้อมูลระบุว่า ปัจจุบันมีมากกว่า 85 ประเทศทั่วโลก ที่มีการจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวแล้ว โดยสามารถแบ่งรูปแบบการจัดเก็บออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่
1. การจัดเก็บรวมในค่าตั๋วโดยสารเครื่องบิน / ภาษีขาออก (Exit / Departure Tax)
ญี่ปุ่น เก็บภาษีท่องเที่ยวขาออก (Sayonara Tax) รวมในตั๋วเครื่องบิน อัตรา 3,000 เยน ประมาณ 620 บาท
ออสเตรเลีย เก็บภาษี Passenger Movement Charge รวมในตั๋วเครื่องบินขาออก อัตรา 70 AUD ประมาณ1,680 บาท
แอฟริกาใต้ / บังกลาเทศ จัดเก็บภาษีผู้โดยสารขาออกทางอากาศในอัตราตั้งแต่ 195 ถึง 1,620 บาท
2. การจัดเก็บรวมในค่าที่พักและบริการ (City Tax / Hotel Tax)
กลุ่มประเทศยุโรป เช่น ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, กรีซ มักจัดเก็บเป็นรายคืนต่อคน ตั้งแต่ 1 ถึง 15.93 ยูโร/คืน หรือประมาณ 40-620 บาท หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาห้องพัก เช่น 5% - 12.5%
เอเชียและตะวันออกกลาง เช่น ฮ่องกง, มาเลเซีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จัดเก็บรวมในค่าห้องพักเช่นกัน เช่น ฮ่องกงเก็บ 3% ของราคาห้องพัก และมาเลเซียเก็บ 10 ริงกิต/คืน หรือประมาณ 82 บาท
3. การจัดเก็บเมื่อเดินทางเข้าประเทศ / ผ่านระบบลงทะเบียนอนุมัติเดินทาง
ภูฏาน จัดเก็บค่าธรรมเนียมการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDF) สูงถึง 100 USD ต่อวัน ประมาณ 3,500 บาท/วัน
นิวซีแลนด์ จัดเก็บค่าธรรมเนียม IVL เมื่อขอวีซ่าหรือลงทะเบียน อัตรา 100 NZD ประมาณ 2,200 บาท
อินโดนีเซีย เช่น บาหลี จัดเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้า 150,000 รูเปียห์ ประมาณ 300 บาท
ขณะที่ข้อมูลจากไทยรัฐโพล ที่สำรวจค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ VS ภาษีออกนอกประเทศ เก็บแบบไหนคนไทยได้ประโยชน์สูงสุด? ผู้ตอบแบบสำรวจมีสัดส่วนผู้เห็นด้วยกับการเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 450 บาท 79.23% ส่วนอีก 20.77% เห็นด้วยกับการเก็บภาษีออกนอกประเทศ 1,000บาท ซึ่งทำการเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 23 - 26 ตุลาคม 2569


