วิกฤตราคาน้ำมันขายปลีกไทย เปรียบเทียบความเคลื่อนไหว กันยายน - ตุลาคม 2569 พร้อมปัจจัยหนุนและสิ่งสำคัญที่คนไทยต้องรับมือ



แนวโน้มราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทยตลอดช่วงเดือน กันยายน ถึง ตุลาคม 2569 ปรับตัว เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในกลุ่มน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน/แก๊สโซฮอล์ ซึ่งสร้างภาระต่อค่าครองชีพและต้นทุนการขนส่งในประเทศอย่างชัดเจน



ตารางเปรียบเทียบราคาน้ำมันขายปลีก (ก.ย. vs ต.ค. 2569)


ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันอ้างอิงจากสถานีบริการน้ำมันหลัก ระหว่างช่วงปลายเดือนกันยายนและกลางเดือนตุลาคม2569


ประเภทน้ำมัน

ปลาย ก.ย. 2569 (บาท/ลิตร)

กลาง-ปลาย ต.ค. 2569 (บาท/ลิตร)

การเปลี่ยนแปลง(บาท/ลิตร)

ดีเซล B20

36.44

37.19

+0.75

ดีเซลมาตรฐาน (B7/ธรรมดา)

41.44

42.94

+1.50

แก๊สโซฮอล์ E20

34.94

36.44

+1.50

แก๊สโซฮอล์ 91

39.57

41.07

+1.50

แก๊สโซฮอล์ 95

39.94

41.44

+1.50

เบนซิน 95

48.93

50.43

+1.50


วิเคราะห์สาเหตุหลักที่ทำให้น้ำมันปรับตัวสูงขึ้น


  1. ความผันผวนและภูมิรัฐศาสตร์ในต่างประเทศ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เช่น การโจมตีของกลุ่มฮูตีและการสู้รบในภูมิภาค ส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงด้านอุปทานและการขนส่งน้ำมันดิบในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง 


  2. การฟื้นตัวของอุปสงค์ในฤดูใบไม้ร่วง ตลาดฝั่งตะวันตกเริ่มเข้าสู่ช่วงกักเก็บพลังงานรองรับฤดูหนาว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวขึ้น


  3. กรอบภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กองทุนน้ำมันฯ ของไทยแบกรับภาระการอุดหนุนราคามาอย่างยาวนาน ทำให้จำเป็นต้องทยอยปรับราคาขายปลีกให้สะท้อนต้นทุนจริงมากขึ้น เพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงินของกองทุนฯ




เรื่องสำคัญที่คนไทยต้องรู้และเตรียมพร้อมรับมือ

ต้นทุนการขนส่งและราคาสินค้า การปรับขึ้นของน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นหัวใจหลักของภาคขนส่งและขนส่งมวลชน จะส่งผลกระทบเป็นห่วงโซ่ต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารสดในระยะถัดไป


วางแผนการเดินทางและบริหารงบประมาณ ควร วางแผนเส้นทาง เลือกใช้บริการขนส่งสาธารณะ หรือพิจารณาการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน (Eco-driving) เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำมันลง



จับตามาตรการช่วยเหลือจากรัฐ ควรติดตามการแถลงจากกระทรวงพลังงานอย่างใกล้ชิด ทั้งเรื่องการปรับอัตราภาษีสรรพสามิต หรือวงเงินอุดหนุนรอบใหม่เพื่อตรึงราคาน้ำมันดิบหากราคาตลาดโลกผันผวนรุนแรงขึ้นอีก