ฤดูหนาว 69 หนาวน้อยและมาช้ากว่าทุกปี “รองโฆษกกรมอุตุฯ” ชี้อากาศแปรปรวน-อิทธิพลเอลนีโญ คาดเหนือและอีสานยังมีโอกาสหนาว ส่วน กทม.ต่ำสุด 19-20 องศา
จากกรณีเมื่อวันที่ 14 ต.ค.2569 ที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ. 2569 ว่าจะเริ่มต้นช้ากว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 1 สัปดาห์ หรือเริ่มประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม 2569 และจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ขณะเดียวกันจะมีอากาศหนาวเย็นน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 19 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำที่สุดประมาณ 10 – 12 องศาเซลเซียส ส่วนมากจะอยู่ตอนบนของทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนอุณหภูมิต่ำที่สุดบริเวณกรุงเทพมหานคร อยู่ที่ 19 – 21 องศาเซลเซียส และปริมณฑล 18 – 20 องศาเซลเซียส ซึ่งช่วงเวลาที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุด คือประมาณปลายเดือนธันวาคม 2569 ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2570
ขณะที่ภาคใต้จะมีอากาศเย็นบางแห่งในบางช่วง ส่วนมากตอนบนของภาค แต่ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นต่อไป โดยเฉพาะทางฝั่งตะวันออกในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม กับมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากในบางแห่ง ซึ่งจะทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งน้ำล้นตลิ่งได้ในหลายพื้นที่
ฤดูหนาว มาช้า-หนาวน้อยกว่าปีก่อน
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ เจาะลึกประเด็นนี้กับนายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน ในฐานะรองโฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ฤดูหนาวในปีนี้มาช้ากว่าปกติ โดยในทุกๆ ปีประมาณกลางเดือนตุลาคม จะมีการเปลี่ยนแปลงที่บ่งชี้ว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูหนาว คือ อุณหภูมิลดต่ำลงน้อยกว่า 23 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่, ลมตะวันออกเฉียงเหนือหรือลมตะวันออกพัดปกคลุมประเทศไทย และปริมาณฝนในประเทศไทยตอนบนลดลงอย่างต่อเนื่อง
แต่ล่าสุดอุณหภูมิของไทยยังไม่ลดต่ำลงมากนัก อาจมีลดต่ำลงกว่า 23 องศาในบางพื้นที่จังหวัดภาคเหนือและอีสานตอนบน ขณะเดียวกันกระแสลมที่ปกคลุมประเทศไทยยังเป็นกระแสลมแปรปรวน ไม่ใช่ลมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดลงมาจากจีน โดยคาดว่าประมาณวันที่ 25-26 ต.ค.นี้น่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงมากขึ้น
ทั้งนี้คาดว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของฤดูหนาวปีนี้ จะสูงกว่าค่าปกติ 1-2 องศาเซลเซียส อาจมีช่วงที่อากาศหนาวมากสั้นๆ ประมาณ 1-3 วัน โดยในภาคเหนือและอีสานตอนบนยังมีโอกาสสัมผัสอากาศเย็นถึงหนาวหรือหนาวจัดอยู่ โดยเฉพาะยอดภูหรือยอดดอย แต่ในกรุงเทพมหานคร อาจได้แค่อากาศเย็น โดยคาดว่าอุณหภูมิจะไม่ลดลงต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส
นอกจากนี้คาดว่าฤดูหนาวจะไม่นานมากนัก อาจถึงประมาณปลายเดือนมกราคมหรือต้นเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ดีต้องติดตามอีกครั้ง หากเอลนีโญมีกำลังแรงก็จะทำให้ฤดูหนาวสั้นลง ซึ่งในแนวโน้มระยะยาวฤดูหนาวของประเทศไทยจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นและสั้นลงต่อเนื่อง แต่ก็ต้องติดตามปรากฏการณ์ทางสภาพอากาศของปีนั้นๆ เช่น ปรากฏการณ์ IOD (การแปรปรวนของอุณหภูมิผิวน้ำมหาสมุทรอินเดีย) เอลนีโญ หรือ ลานีญา ด้วยเช่นกัน เพราะจะมีผลกระทบต่อฤดูกาล อุณหภูมิและปริมาณฝนที่เปลี่ยนแปลงไป
ผลกระทบจากเอลนีโญ
นายสมควร เผยว่า หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ฤดูหนาวปีนี้มาช้ากว่าปกติ คือปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่เป็นเอลนีโญกำลังแรง ทำให้ทิศทางลมไม่แน่นอน เกิดลมหลายกระแส เกิดความชื้นเข้ามาเติมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้สภาพอากาศมีความแปรปรวนสูง
นอกจากนี้ยังมีตัวแปรอื่นๆ ที่เป็นความผิดปกติของสภาพอากาศ เช่น พายุในมหาสมุทรแปซิฟิกที่ไม่มีแนวโน้มจะเลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยหรือมีการเปลี่ยนทิศทาง ซึ่งโดยปกติในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม พายุเหล่านี้ควรเดินทางเข้าทางชายฝั่งตะวันออกทางประเทศเวียดนามและลาว แต่ในปีนี้กลับยังไม่มีแนวโน้มเป็นเช่นนั้น รวมไปถึงลมประจำถิ่น หรือลมประจำฤดูที่ปกติจะพัดผ่านในช่วงปลายฤดูฝนก็ยังไม่มา เป็นต้น
ฝนยังตกต่อเนื่อง ตะวันตก-ตะวันออก เฝ้าระวัง
นายสมควร ชี้ว่า ปกติแล้วหากมีลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดมาจะทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกน้อยลง โดยจะตกถึงช่วงกลางเดือนตุลาคม แต่ในปีนี้ลมหนาวยังไม่มาทำให้มีฝนยืดเยื้อไปถึงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน หรือประมาณวันที่ 23-24 ต.ค.2569 ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยเป็นฝนฟ้าคะนอง สลับกับฝนเล็กน้อย และปานกลาง
ทั้งนี้สภาวะฝนในภาคเหนือและอีสานจะเป็นฝนเล็กน้อย ไม่รุนแรงจนน่าเป็นห่วง แต่ในภาคตะวันตก ภาคกลางฝั่งตะวันตก ภาคตะวันออก มีโอกาสที่ฝนจะเข้าไปเติมต่อเนื่อง และเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ แต่คาดว่าหลังวันที่ 25 ต.ค.ฝนน่าจะเคลื่อนลงภาคใต้
สำหรับฝนภาคใต้ต่อจากนี้ นายสมควร มองว่ายังประมาทไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป โดยตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมเป็นต้นไปจะมีฝนตามฤดูกาล แต่หากมีลมหนาวพัดแรง อาจทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากได้ในพื้นที่ตั้งแต่ จ.ชุมพร ลงไป และเกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลากได้
อากาศแปรปรวน พยากรณ์ยาก
ทั้งนี้ นายสมควร ชี้ว่า ปัจจุบันสภาพอากาศมีความแปรปรวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ยากต่อการพยากรณ์ล่วงหน้าทำให้ต้องมีการอัปเดตข้อมูลพยากรณ์อย่างต่อเนื่อง
“ข้อมูลตอนนี้เปลี่ยนรายวัน ไม่ได้สม่ำเสมอเหมือนกับที่เราเคยคาดการณ์ไว้ในทุกๆ ปี ช่วงเปลี่ยนถ่ายของปีนี้รุนแรงกว่าปกติ มีความไม่เสถียร อาจเรียกได้ว่าเป็นสภาวะอากาศแปรปรวนที่ไม่สามารถคาดเดาได้ 100% บางครั้ง 80-90% ในรอบ 24 ชั่วโมงยังทำได้ยาก”
ดังนั้นอยากให้ประชาชนคอยอัปเดตข่าวสารจากทางการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม แต่ขณะเดียวกันก็อย่าตื่นตระหนกมากเกินไปจนกระทบกับการใช้ชีวิต


