การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม บอร์ดประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน กลายเป็นกระแสฟีเวอร์ที่คนทำงานและผู้ประกันตนทั่วประเทศให้ความสนใจอย่างไม่เคยมีมาก่อน ท่ามกลางกระแสการตื่นตัวนี้ ชื่อของ “พนัส ไทยล้วน” ถูกหยิบยกมาพูดถึงบนโซเชียลมีเดียอย่างหนาหู ทั้งในฐานะผู้นำแรงงานรุ่นเก๋า และ “ตัวเร่ง” ที่ทำให้ผู้ประกันตนออกมากระหน่ำลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง
นายพนัส ไทยล้วน คือใคร?
ตำแหน่งและประสบการณ์ ชายวัย 84 ปี ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย ผู้มีประสบการณ์ในขบวนการแรงงานไทยมานานกว่า 53 ปี
ฉายา “เจ้าพ่อบอร์ดประกันสังคม”เคยดำรงตำแหน่งกรรมการประกันสังคมฝ่ายลูกจ้างติดต่อกันยาวนานถึง 8 สมัย ในยุคที่ยังใช้นานหลายปีก่อนระบบเลือกตั้งใหญ่
จุดยืน เป็นผู้แทนฝ่ายแรงงานแบบดั้งเดิม เน้นการทำงานผ่านโครงสร้างสภาองค์การลูกจ้างและสหภาพแรงงานในโรงงานเป็นหลัก
ทำไมถึงถูกพูดถึงอย่างมากในการเลือกตั้งครั้งนี้?
เหตุผลสำคัญที่ทำให้นายพนัสกลายเป็นศูนย์กลางของดราม่าและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ มาจากทัศนคติและคำพูดต่อประเด็นการบริหารกองทุนประกันสังคม
ประเด็น “ปฏิทินคืนกำไร 10 บาท” ก่อนการเลือกตั้ง นายพนัสเคยโพสต์โต้ตอบผู้ประกันตนที่ตั้งคำถามเรื่องงบประมาณในการจัดทำปฏิทินประกันสังคม โดยระบุทำนองว่า ปฏิทินมีราคาแผ่นละ 10 บาทเท่านั้น ซึ่งการมองข้ามคำถามเรื่องความคุ้มค่าของการใช้น้ำพักน้ำแรงผู้ประกันตน สร้างความไม่พอใจแก่คนรุ่นใหม่และผู้เสียภาษีประกันสังคมเป็นอย่างมาก
การตั้งคำถามต่อนโยบายคนรุ่นใหม่ นายพนัสออกมาวิจารณ์และกังขาต่อนโยบายการปฏิรูปประกันสังคมของกลุ่มคนรุ่นใหม่ (เช่น กลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า) โดยมองว่าเป็นการสัญญาเกินจริง
ปรากฏการณ์ Catalyst (ตัวเร่งกระแส) การออกมาโต้ตอบและแสดงมุมมองสไตล์แรงงานรุ่นเก๋า กลับกลายเป็นแรงผลักดันชั้นดี (Reverse Psychology) ที่ตุกกระตุ้นให้ผู้ประกันตนจำนวนมากรู้สึกว่า “หากไม่ไปเลือกตั้ง บอร์ดประกันสังคมก็จะเป็นหน้าเดิมๆ” จนส่งผลให้ยอดลงทะเบียนใช้สิทธิพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
คำพูดในวันเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
ในวันเลือกตั้ง นายพนัส ไทยล้วน นั่งรถเข็นออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมให้สัมภาษณ์และฝากข้อความถึงผู้ประกันตน
"อยากฝากถึงลูกจ้างตัวจริงว่าขอให้รักกันไว้ มีแต่ลูกจ้างตัวจริงเท่านั้นที่สามารถรักษาสิทธิขั้นพื้นฐานของเราเอาไว้ได้ ประกันสังคมเป็นเพียงการบรรเทาทุกข์ แต่อย่าให้มีการเอาเงินประกันสังคมที่เราต้องเสียเงินเข้าไปตลอด อยู่ในมือของพรรคการเมือง อยู่ในมือหัวหน้าพรรคการเมืองบางคน ที่พยายามจ้องจะเขมือบกองทุนแสนล้านนี้"


