ผู้ว่าฯลำปาง สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีชาวบ้านร้องเรียนท่าทรายใน อ.วังเหนือ จ.ลำปาง อาจมีการลักลอบขุดทอง สั่งตั้งชุดเฉพาะกิจตรงเข้าตรวจสอบทันที เบื้องต้นยังไม่พบความผิดเรื่องการขุดทอง แต่พบความผิดพรบ. โรงงานมีโทษปรับตามกฎหมาย ด้านเจ้าของบ่อทราย ยันถูกกลั่นแกล้ง หลังถูกร้องเรียน
เมื่อวันที่ 22 ก.ย. นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าฯ จ.ลำปาง สั่งการให้ นายสมปอง หวังรุ่งวิชัยศรี อุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง นายสมโภช พึ่งบุญ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดลำปาง นายทศพล จักรบุญมา นายอำเภอวังเหนือ จ.ลำปาง ประสานไปยัง นายนพพร บุญโชติตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดลำปาง ร่วมตรวจสอบกรณีมีชาวบ้านร้องเรียน ว่ามีการทำท่าทรายบังหน้าแต่ภายในลักลอบขุดทองบริเวณริมแม่น้ำวัง ข้างวัดพระเกิด ต.ทุ่งฮั้ว อ.วังเหนือ จ.ลำปาง
ข้อร้องเรียนระบุว่า กลุ่มธุรกิจดังกล่าวมีการใช้เครื่องจักรกลขนาดใหญ่เข้ามาติดตั้งในพื้นที่ และมีการเปิดพื้นที่หน้าดินในการขุด กินพื้นที่หลายสิบไร่ มีการขออนุญาตทำในรูปแบบของการ “ขุดทราย” แต่แฝงไปด้วยการ “ขุดทอง” ริมแม่น้ำวัง ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำแม่น้ำวังที่มีความอุดมสมบูรณ์ และที่สำคัญ ยังพบเบาะแสกลุ่มทุนที่สนับสนุนเบื้องหลังเป็นกลุ่ม “จีนเทา” ที่พยายามกว้านซื้อที่ดินริมแม่น้ำวังในเขต อ.วังเหนือ เพื่อลักลอบขุดทองจำนวนมาก โดยใช้นอมินีคนไทยเป็นคนกลางจัดการ อันเป็นที่มาของการเข้าตรวจสอบในครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่ไปถึง นายสมปอง และคณะเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวตรวจสอบ มีนายฐปณวัชร์ พีระสิทธิ์ภาธร์ อายุ 27 แสดงตัวเป็นเจ้าของบ่อทรายดังกล่าวพาสำรวจรอบพื้นที่ไซต์ทำงาน จากการตรวจสอบพบบ่อทรายแห่งนี้ ตั้งอยู่ในพื้นที่กว่า 20 ไร่ มีการขุดบ่อทราย ขุดดิน และทำบ่อบำบัด มีรถแบล็คโฮ รถบรรทุก ทำงานในพื้นที่ ภายในไซต์มีการตั้งเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ใช้ในการแยกทราย เจ้าหน้าที่จึงทำการบันทึกไว้
เจ้าหน้าที่ยังเก็บตัวอย่าง ดิน ทราย และน้ำ ภายในท่าทรายดังกล่าวเพื่อนำไปตรวจสอบหาหลักฐานการแอบขุดทองคำ แต่ต้องรอผลการตรวจสอบอีกระยะ และดูเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่อาจมีต่อต้นน้ำวัง อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบในครั้งนี้ ยังไม่พบความผิดเกี่ยวกับการลักลอบขุดทอง แต่พบการกระทำความผิดกรณีอื่น อาทิ ไม่ได้แจ้งเริ่มประกอบกิจการโรงงาน ผิดตามมาตรา 51 พรบ.โรงงาน มีโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท
นายสมปอง หวังรุ่งวิชัยศรี อุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบสิ่งผิดปกติเรื่องการลักลอบทำเหมืองทอง แต่ก็ได้เก็บตัวอย่างดิน ทราย น้ำไปตรวจสอบแล้ว วัสดุอุปกรณ์ภายในแคมป์คนงาน ก็บ่งชี้ไปในการทำท่าทราย มีการขุด มีเครื่องคัดแยกทราย อย่างไรก็ตาม จะได้เก็บตัวอย่าง ดิน น้ำ ทราย เพื่อไปตรวจสอบในห้องแล็ปเพื่อหาส่วนประกอบในการทำเหมืองทองตามคำร้องเรียนต่อไป ส่วนโทษความผิดตามพรบ.โรงงาน ก็ว่าไปตามขั้นตอนของกฎหมาย
นายทศพล จักรบุญมา นายอำเภอวังเหนือ จ.ลำปาง กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบความผิดเบื้องต้นไม่เกี่ยวกับการลักลอบขุดทอง และมีการเก็บธรณีวัตถุ ดิน ทราย น้ำ ไปตรวจสอบ พบเพียงความผิดเรื่องที่ดินกรณีขุดดินซึ่งเป็นบ่อน้ำ โดยไม่ได้ขออนุญาต และกำลังตรวจสอบเรื่องที่ดินสาธารณะ ว่าจะเกี่ยวข้องกับการทำท่าทรายหรือไม่
ด้านนายฐปณวัชร์ พีระสุทธิ์ภาธร์ อายุ 27 เจ้าของบ่อทราย กล่าวว่า ตนถูกกลั่นแกล้งเรื่องนี้น่าจะมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง จนมีการร้องเรียนเกิดขึ้น ขอยืนยันว่าดำเนินธุรกิจบ่อทรายท่าทรายอย่างเดียว มิได้ทำเหมืองทองคำหรือขุดทองแต่อย่างใด ซึ่งการทำบ่อทรายก็ขออนุญาตตามขั้นตอนของกฎหมาย
“ผมโดนกลั่นแกล้งแน่นอน เพราะโดนเข้าตรวจค้นเป็นรอบที่ 3 แล้ว รอบแรกโดนร้องเรียนเรื่องมีทุนจีนเข้ามาเกี่ยวข้อง ครั้งที่สองเรื่องแรงงานต่างด้าว ซึ่งทั้งสองครั้ง ก็ไม่พบความผิด มีแต่ผิดเรื่องขุดดินซึ่งก็เสียค่าปรับไปแล้ว จบไปแล้ว ส่วนครั้งนี้โดนเรื่องลักลอบขุดทอง ซึ่งก็ขอยืนยันว่าท่าทรายที่ผมขออนุญาต มิได้มีการลักลอบขุดทองแต่อย่างใด ทำแต่ทรายล้วนๆ เพราะการทำเหมืองทองไม่คุ้มค่ากับการลงทุน” นายฐปณวัชร์ กล่าว
นายฐปณวัชร์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการจัดการระบบบำบัดน้ำเสียก็ทำอย่างถูกวิธี แม้ตัวท่าทรายจะตั้งอยู่ติดกับต้นน้ำวัง แต่เราก็ดำเนินการบำบัดของเสียอย่างรัดกุม โดยระบบน้ำเป็นระบบหมุนเวียนภายใน ไม่ได้มีการนำน้ำแม่น้ำวังมาใช้หรือปล่อยน้ำเสียลงน้ำแต่อย่างใด ส่วนเรื่องการกั้นสแลนขึงรอบพื้นที่ทำงานนั้น เพราะไม่อยากให้ชาวบ้านเห็นการทำงานด้านใน เพราะบางครั้งก็มีผู้ไม่หวังดีเข้ามาถ่ายภาพเอาไปลงโซเชียลฯ กล่าวหาว่าที่นี่ทำเหมืองทองเหมือนกับการร้องเรียนในทุกครั้ง
“ส่วนเรื่องที่มีทุนจีนสีเทามากว้านซื้อที่ดินเพื่อทำเหมืองทองก็ไม่เป็นความจริง ผมคิดว่าชาวบ้านเข้าใจว่าผมเป็นคนจีนมากกว่า เพราะลักษณะผมคล้ายคนจีนจึงทำให้ชาวบ้านอาจเข้าใจผิด ทั้งๆ ที่ผมเป็นคนไทย เป็นคนวังเหนือมาทำธุรกิจต่อจากพ่อ ก็ขอใช้พื้นที่สื่อชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย” นายฐปณวัชร์ กล่าว