จากกระแส "ลิซ่า" กับภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในรายการทอล์กโชว์ระดับโลก สู่มุมมองของ "เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร" สส.พรรคประชาชน ถึงปัญหาข้อกฎหมายไทย ชี้เกณฑ์คุมเข้มทำลายผู้ประกอบการรายย่อย และสุราพื้นบ้าน เสนอแนวทางปรับเปิดพื้นที่ให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างเท่าเทียม



จากกระแสความสนใจที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2569 "ลิซ่า" ศิลปินซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ได้ไปปรากฏตัวในรายการชื่อดังอย่าง The Tonight Show Starring Jimmy Fallon ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อโปรโมทซิงเกิลเพลงใหม่ล่าสุดและบอกเล่าเรื่องราวความประทับใจเกี่ยวกับอาหารไทย แต่ประเด็นที่สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างในเวลาต่อมา กลับกลายเป็นเรื่องของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ปรากฏขึ้นในรายการ

เนื่องจากประเทศไทยมีข้อกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่บัญญัติไว้อย่างเข้มงวดเกี่ยวกับการห้ามโฆษณา จึงทำให้สังคมเกิดคำถามและข้อถกเถียงตามมาทันทีว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะถือเป็นความผิดตามกฎหมายไทยหรือไม่และจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อสังคมไทยบ้าง


ทีมงานเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามไปยัง เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ถึงประเด็นข้อถกเถียงดังกล่าวว่า ในกรณีประเด็นของคุณลิซ่านั้น มีความคิดเห็นว่า ตัวศิลปินน่าจะไม่มีเจตนาทำผิดแต่อย่างใด เนื่องจากในคลิปไม่ได้มีการพูดถึงชื่อแบรนด์ หรือหันโลโก้ให้เห็นอย่างชัดเจน เป็นเพียงการเห็นขวดสีเขียวที่ทุกคนต่างเข้าใจและรู้กันเอง ซึ่งในทางกฎหมายแล้ว ถือว่าไม่มีความผิดเพราะไม่สามารถพิสูจน์เจตนาได้ แต่สำหรับประชาชนทั่วไปหรือคนไทยที่อยู่ในประเทศแล้วนำโพสต์ดังกล่าวมาแชร์ต่อนั้น อาจมีความเสี่ยงที่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 32/1มากกว่าตัวศิลปิน ซึ่งเรื่องนี้จะต้องรอความชัดเจนจากกฎหมายลูก และเกณฑ์ของคณะกรรมการที่กำลังจัดทำอยู่


หนุนคุมแอลกอฮอล์เน้นป้องกันเยาวชน-ดึงเอกชนร่วมรับผิดชอบ


ในส่วนของมุมมองต่อ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาตรา 32 นั้น เท่าพิภพ สะท้อนว่า หลักการควบคุมควรเน้นไปที่การจำกัดไม่ให้เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าถึงเป็นหลัก ส่วนผู้ที่มีอายุ 20ปีขึ้นไปถือว่าบรรลุนิติภาวะและมีวิจารณญาณในการรับชมสื่อโฆษณาได้ด้วยตนเอง ดังนั้น การโฆษณาจึงควรแยกแยะความเหมาะสมตามช่องทาง เช่น การติดบิลบอร์ดกลางถนนเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเพราะไม่สามารถจำกัดกลุ่มคนดูได้ แต่สำหรับสื่อออนไลน์ที่มีระบบยืนยันตัวตนว่าอายุ 20 ปีขึ้นไป ถือเป็นแนวทางที่ยอมรับได้ พร้อมทั้งนี้ยังมองว่าอนาคตควรดึงภาคเอกชนและผู้ประกอบการที่ขายแอลกอฮอล์เข้ามามีส่วนร่วมและรับผิดชอบร่วมกัน เพราะพวกเขาคือด่านหน้าและไม่มีใครอยากฆ่าลูกค้าของตัวเอง


จี้คณะกรรมการเร่งออกกฎหมายลูกให้ชัดเจน เลี่ยงการตีความคลาดเคลื่อน


สำหรับตัวบทกฎหมายที่เพิ่งประกาศใช้ การจะผลักดันให้มีการปรับแก้ไขเปลี่ยนแปลงในทันทีตอนนี้คงเป็นเรื่องยากและต้องใช้ระยะเวลาในการประเมินผลตามรอบ 5 ปี โดยปัญหาใหญ่ที่สุดในขณะนี้คือ ความไม่ชัดเจนของกฎหมายลูกที่สร้างความสับสนให้สังคมและประชาชนว่าสิ่งใดทำได้หรือไม่ได้ คุณเท่าพิภพจึงฝากข้อเสนอแนะถึงคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ว่า ควรออกประกาศกำหนดข้อห้ามในสิ่งที่ทำไม่ได้ให้มีความชัดเจน เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในการตีความที่คลาดเคลื่อนกัน


ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและทางออกเพื่อความเท่าเทียมของผู้ประกอบการ

ในด้านของผลกระทบต่อเศรษฐกิจและผู้ประกอบการ คุณเท่าพิภพมองว่ากฎหมายที่เข้มงวดและการห้ามโฆษณานั้น ทำให้ผู้ประกอบการเกิดความยากลำบากในการทำตลาดจนไม่รู้จะสื่อสารกับใคร ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่รวมถึงกลุ่มผู้ผลิตสุราชุมชนดำเนินกิจการได้ยากมากขึ้น เนื่องจากแบรนด์ใหญ่มีความได้เปรียบเพราะติดตลาดและมีชื่อเสียงอยู่แล้ว แต่ผู้เล่นรายใหม่มีทุนทางสังคมและมูลค่าในเชิงการตลาดน้อย (Market Capital) ทำให้ไม่สามารถโปรโมตแข่งขันได้ หากในอนาคตมีการปรับปรุงกฎหมาย จึงควรเปลี่ยนเป็นการจำกัดการเข้าถึงหรือจำกัดงบประมาณในการโฆษณา เพื่อไม่ให้รายใหญ่ทุ่มเงินโฆษณามากกว่ารายย่อย และควรกำหนดกติกาให้มีความเท่าเทียมกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกรายสามารถแข่งขันและเติบโตไปพร้อมกันได้


เท่าพิภพ ได้ฝากทิ้งท้ายถึงคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยว่า อยากให้มีการทำงานให้รวดเร็วมากขึ้น