ผู้สูงอายุไทย เสี่ยงตายโดดเดี่ยวกว่า 1.8 ล้าน/คน โดยส่วนใหญ่อยู่เพียงลำพังไร้คนดูแล เปิด 5 สาเหตุหลักช่วยชีวิตไม่ทัน ส่วนใหญ่มาจาก โรคประจำตัว - ลื่นล้ม - โรคลมแดด – โรคจิตเวช ขณะที่แนวทางช่วยเหลือเชิงโครงสร้างสังคมยังไม่เห็นเป็นระบบ ไม่แน่ว่าการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวของผู้สูงอายุไทย อาจเป็นระเบิดเวลาที่กำลังปะทุขึ้นหนักในอนาคต
ข้อมูล รายงาน สถานการณ์สูงอายุไทย 2567-2568 สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล ระบุว่า “ตายโดดเดี่ยว” สัญญาณอันตรายในสังคมไทย เมื่อบ้านอาจไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยอีกต่อไป พบข้อมูลว่า 1.8 ล้านชีวิต ที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ประเทศไทยไม่ได้เพียงแค่ “กำลังเข้าสู่” สังคมสูงวัยระดับสุดยอด แต่เรามาถึงจุดที่มีผู้สูงอายุสูงถึง 14 ล้านคนแล้ว
ข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจประชากรสูงอายุปี 2567 พบตัวเลขที่น่ากังวลว่า มีผู้สูงอายุที่ต้องอาศัยอยู่ลำพังคนเดียวถึง 1.8 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 12.9 ของผู้สูงอายุทั้งหมด ซึ่งสัดส่วนนี้พุ่งสูงขึ้นเกือบ 4 เท่าภายในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา
ตัวเลข 1.8 ล้านรายนี้คือ “กลุ่มเสี่ยงสุด” ที่อาจกลายเป็นศพไร้ญาติหลังบานประตูที่ปิดสนิท หากระบบเฝ้าระวังของรัฐยังเข้าไม่ถึงพื้นที่ส่วนบุคคลเหล่านี้
ขณะเดียวกันพบว่า สาเหตุตายลำพัง มีดังนี้
โรคประจำตัว
อุบัติเหตุ
ลื่นล้ม
โรคลมแดด
โรคจิตเวช
การดูแลผู้สูงอายุ ที่อยู่เพียงลำพัง ด้วยระบบสังคมที่จะทำให้เกิดการดูแลด้านร่างกายและจิตใจ จะช่วยทำให้ผู้สูงอายุไทยรอดพ้นจากวิกฤตินี้ได้