ทีมวิจัยนโยบายด้านการปฏิรูปการศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) โดยนายพงศ์ทัศ วนิชานันท์ และนายศุภณัฎฐ์ ศศิวุฒิวัฒน์ วิเคราะห์ผลคะแนน PISA 2025 ซึ่งเป็นการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล ในระดับอายุ 15 ปี โดยการสอบจะจัดขึ้น 3 ปี/ครั้ง เพื่อติดตามแนวโน้มคุณภาพการศึกษา ครอบคลุมความรู้ 3 ด้าน นักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยด้านวิทยาศาสตร์ 432 คะแนน ด้านคณิตศาสตร์ 407 คะแนน และด้านการอ่าน 392 คะแนนโดยชี้ว่า ผลคะแนนวิทยาศาสตร์ การอ่าน และคณิตศาสตร์ ฟื้นทั้ง 3 วิชา เมื่อเทียบกับปี 2022 แต่ยังไม่อาจยืนยันได้ว่าการศึกษาไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน เพราะคะแนนที่ฟื้นขึ้นยังไม่กลับไปเท่าระดับที่ไทยเคยทำได้ในอดีตที่เคยมีคะแนนสูงสุดในปี 2012 โดยเฉพาะในด้านการอ่านและคณิตศาสตร์ที่พบว่าเด็กไทยราว 6 ใน 10 คนยังมีทักษะไม่ถึงระดับพื้นฐาน
ทีมวิจัยนโยบายด้านการปฏิรูปการศึกษา ทีดีอาร์ไอ ระบุด้วยว่า คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงคะแนนเพิ่มขึ้นเท่าใด แต่อะไรอยู่เบื้องหลังการฟื้นตัว และปัจจัยเหล่านั้นจะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาได้ต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งจากการวิเคราะห์ นักเรียนไทยที่เข้าสอบ PISA 2025 มาจากครอบครัวที่มีความพร้อมดีขึ้น โดยดัชนีชี้วัดสถานะทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมซึ่งวัดจากการศึกษาและอาชีพของพ่อแม่ รวมถึงทรัพยากรในครัวเรือนเพิ่มขึ้นมากกว่าการสอบในครั้งที่ผ่านมา
เช่นเดียวกับความพร้อมด้านทรัพยากรของโรงเรียนที่ดีขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะปัญหาขาดครู ปัญหาคุณภาพ และการขาดบุคลากรสนับสนุน ภาวะขาดแคลนวัสดุการศึกษาก็ลดลงอย่างชัดเจนเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ความพร้อมด้านทรัพยากรที่ดีขึ้นยังไม่สามารถอธิบายการเพิ่มขึ้นของคะแนนได้ทั้งหมด เพราะยังมีปัจจัยด้านประสิทธิภาพของโรงเรียนและคุณภาพการสอนเข้ามาเกี่ยวข้องกับการฟื้นตัวของคะแนนด้วย
“ที่น่าสนใจประสบการณ์ในห้องเรียนมีสัญญาณที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 10 ปีที่ผ่านมา นักเรียนระบุว่าได้รับความช่วยเหลือจากครูวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น ขณะที่การใส่ใจการเรียนรู้ การสอนต่อจนกว่านักเรียนจะเข้าใจ และการเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ที่สำคัญในปี 2025 พบว่าสัดส่วนนักเรียนไทยที่ได้รับการสนับสนุนจากครูในลักษณะเหล่านี้สูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ในทุกด้าน”
ทีมวิจัยนโยบายด้านการปฏิรูปการศึกษา ทีดีอาร์ไอ ระบุว่า ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับคะแนนที่เพิ่มขึ้นคือโครงการเตรียมความพร้อมก่อนสอบ PISA ในช่วงปีการศึกษา 2567–2568 ซึ่งพัฒนาสื่อ อบรมครู และจัดกิจกรรมพัฒนาความฉลาดรู้ให้กับนักเรียน ม.2–ม.3 ประมาณ 1 ล้านคน รวมถึงพัฒนา Chatbot สำหรับฝึกทำข้อสอบแนว PISA และให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล การเตรียมความพร้อมอาจช่วยให้นักเรียนคิดวิเคราะห์ได้ดีขึ้น อีกทั้งยังสร้างความคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบและการทำข้อสอบบนคอมพิวเตอร์มากขึ้นด้วย แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าโครงการนี้มีส่วนช่วยให้คะแนนเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด
“ความท้าทายหลัง PISA 2025 คือ ไทยจะรักษาแนวโน้มการฟื้นตัวนี้ไว้ได้หรือไม่ บทเรียนจากปี 2012 ซึ่งคะแนนไทยเคยเพิ่มขึ้นและสร้างความหวังว่าคุณภาพการศึกษากำลังดีขึ้น แต่ไม่ได้มีการถอดบทเรียนและต่อยอดอย่างเป็นระบบ ทำให้พัฒนาการไม่ต่อเนื่อง และคะแนนลดลงจนถึงปี 2022 สะท้อนว่า คะแนนที่แม้จะดีขึ้น แต่ก็ยากที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกรอบ โจทย์สำคัญต่อจากนี้จึงเป็นการศึกษาต่อให้ชัดว่าปัจจัยใดช่วยยกระดับการเรียนรู้ได้จริง และขยายผลปัจจัยดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนการฟื้นตัวครั้งนี้ให้เป็นจุดเริ่มการยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ฟื้นตัวชั่วคราว” ทีมนโยบายการศึกษา ทีดีอาร์ไอระบุ
บทวิเคราะห์ฉบับเต็ม https://tdri.or.th/2026/09/pisa-2025-thailand-recovery-education-system/