เส้นทางชีวิต เอกราช ช่างเหลา อดีต สส. ขอนแก่น ผู้ให้การปมฮั้ว สว. หลักฐานที่ต้องรอพิสูจน์ ย้อนรอยเส้นทางการเมืองและมรสุมคดีสหกรณ์ฯ ปมถูกตัดสิทธิเลือกตั้งตลอดชีวิต
เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และว่าที่ ร.ต.ภาสภร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้แถลงผลการประชุมเพื่อลงมติสำนวนการไต่สวนการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือสำนวนการไต่สวนคดีฮั้ว สว. โดยที่ประชุมมีมติส่งศาลฎีกาและดำเนินการคดีอาญา จำนวน 77 คน แบ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. จำนวน 36คนและบุคคลอื่น จำนวน 15 คน ทั้งนี้ ไม่มีกรรมการบริหารพรรค สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจาก 7 ข้อกล่าวหาเข้ามาเกี่ยวข้องในกลุ่มนี้
ก่อนการแถลงข่าวของ กกต. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า นายเอกราช ช่างเหลา หรือในสำนวนการสืบสวนระบุว่าเป็น “พยานรหัส 16” (ภายใต้ชุดอนุกรรมการไต่สวนกลาง คณะที่ 26) คือพยานคนสำคัญที่ได้ยื่นขอกลับคำให้การ โดยอ้างว่าการไปให้ปากคำก่อนหน้านี้เป็นเพราะถูกข่มขู่ ล่อลวง และบังคับให้การใส่ร้ายพาดพิงถึงแกนนำระดับสูงของพรรคภูมิใจไทยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว
การกลับคำให้การนี้ส่งผลให้หลักฐานที่จะใช้มัดตัวแกนนำพรรคสีน้ำเงินมีน้ำหนักลดลง หรืออาจถูกใช้เป็นข้ออ้างให้ศาลยกคำร้องได้
เปิดประวัติ “เอกราช ช่างเหลา” อดีตนักการเมืองคนดัง
นายเอกราช ช่างเหลา เป็นคนจังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันอายุ 68 ปี เคยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม, อดีต สส. จังหวัดขอนแก่น, อดีต สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และอดีตผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด
ประวัติการศึกษา
ปริญญาตรี ครุศาสตรบัณฑิต (การบริหารการศึกษา) มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
ปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (รัฐประศาสนศาสตร์) มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย
เส้นทางชีวิตและเส้นทางการเมือง
เริ่มต้นเส้นทางอาชีพจากการเป็นครูสังกัดเทศบาลนครขอนแก่น ก่อนก้าวเข้าสู่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นและดำรงตำแหน่งผู้จัดการ พร้อมทั้งทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หมู่บ้านจัดสรร ภายใต้ชื่อบริษัท หนึ่งนคร จำกัด
ด้านเส้นทางการเมืองได้ก้าวเข้าสู่สนามการเลือกตั้งครั้งแรกในปี พ.ศ. 2550 โดยลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ขอนแก่น สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน ต่อมาในปี พ.ศ. 2557 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก่อนจะเข้าสู่พรรคการเมืองใหญ่ในช่วงเวลาต่อมา โดยระหว่างปี พ.ศ. 2561 ถึง พ.ศ. 2565 ได้สังกัดพรรคพลังประชารัฐจนกระทั่งได้รับเลือกเป็น สส. ขอนแก่น และทำหน้าที่เป็นแกนนำคนสำคัญในการดูแลพื้นที่เลือกตั้งภาคอีสาน ก่อนจะพ้นจากพรรคในเวลาต่อมา
จากนั้นในช่วงปี พ.ศ. 2565 ถึง พ.ศ. 2568 ได้ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย และสามารถชนะการเลือกตั้งเป็น สส. ได้สำเร็จ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2568 ได้ตัดสินใจย้ายมาพรรคกล้าธรรม พร้อมดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ก่อนจะพ้นตำแหน่งและถูกศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จากคดีความ
มรสุมคดีความและการพ้นจากตำแหน่ง
คดีเริ่มต้นจากปี พ.ศ. 2554 สมัยเป็นผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันยักยอกเงินและปลอมเอกสารเกือบ 400 ล้านบาท ต่อมาวันที่ 25 พ.ย. 2562 ทางสหกรณ์ได้แจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น, DSI และฟ้องศาลอาญา โดยนายเอกราชได้ทำหนังสือยอมรับสภาพหนี้
ปี พ.ศ. 2564 ตำรวจทำหนังสือขอตัวจากประธานสภาเพื่อดำเนินคดี และวันที่ 25 ส.ค. 2565 ปปง. สั่งยึดทรัพย์ชั่วคราว ต่อมาศาลพิพากษาจำคุกคดียักยอกเงิน และวันที่ 9 ก.ค. 2568 ประธานสภาแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.
จุดสิ้นสุดทางการเมืองเกิดขึ้นเมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาว่ามีความผิดทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงจากคดีทุจริตดังกล่าว สั่งให้พ้นจากตำแหน่ง สส. และ “เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต” ก่อนที่ล่าสุดชื่อของเขาจะกลับมาเป็นข่าวอีกครั้งในฐานะพยานคดีฮั้ว สว.