เปิดสถิติไฟไหม้ เฉลี่ย 7-8 ครั้ง/วัน ต้นเหตุเชื้อเพลิงยุคใหม่ แบตเตอรี่ลิเธียม เช่น ในเครื่องใช้ไฟฟ้า แบตสำรอง ลุกลามไว-รุนแรงหนัก ไหม้เร็วระดับวินาที ทีมดับเพลิงระงับไม่ทัน
เหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่กรุงเทพฯ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2569 ขณะที่เพลิงไหม้ก็มีความรุนแรงสร้างความเสียหายมากขึ้นกว่าเดิม โดยสถิติเฉลี่ยเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นสูงถึง 7–8 ครั้ง/วัน สร้างความตื่นตระหนกให้กับคนเมืองในหลายพื้นที่
ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ คุยกับ จักรกฤษณ์ คงคำ หัวหน้าสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพระโขนง กรุงเทพฯ ให้ข้อมูลว่า เหตุเพลิงไหม้ที่รุนแรงในช่วงหลัง มาจากปัจจัยของโครงสร้างสาเหตุได้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย และเทคโนโลยี โดยเฉพาะต้นเพลิงที่มาจาก แบตเตอรี่ลิเธียม ที่อยู่ในรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า แบตเตอรี่สำรอง โดยมีปัจจัยดังนี้
เชื้อเพลิงยุคใหม่ แบตเตอรี่ นวัตกรรมไวกว่าไฟ
เพลิงไหม้ลุกลามในเสี้ยววินาที โดยเชื้อเพลิงในปัจจุบันไม่ใช่เพียงไม้ ผ้า หรือกระดาษแบบเดิม แต่รวมถึง แบตเตอรี่ลิเธียม ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พาวเวอร์แบงก์ และยานพาหนะไฟฟ้า หากเกิดการลัดวงจร หรือความร้อนสะสม การเผาไหม้จะเกิดขึ้นใน ระดับวินาที ต่างจากเชื้อเพลิงธรรมดาที่ใช้เวลาลุกลามประมาณ 5 นาที ถึงจะเกิดไฟไหม้ที่ลุกลามใหญ่
แบตเตอรี่ กับวงรอบหมดอายุ 7–8 ปี ที่แบตเตอรี่หลายชนิดที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน เริ่มทยอยถึงจุดสิ้นสุดอายุขัยตามวงรอบ 7–8 ปี เมื่อผ่านการชาร์จซ้ำบ่อย อาจเกิดการเสื่อมสภาพ แบตบวม ความร้อนสะสมภายใน และเกิดการระเบิดหรือคายประจุพลังงานอย่างรุนแรงตามปริมาณแบตเตอรี่ที่อัดแน่นอยู่
อุปกรณ์ไฟฟ้าเสื่อมสภาพ การใช้งานเกินขีดจำกัด
การใช้งานอุปกรณ์ที่ความไม่สัมพันธ์กับกระแสไฟฟ้า การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ราคาถูก หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งานยาวนานเกินไป จนทำให้เกิดภาวะกระแสไฟฟ้ารับโหลดไม่ไหว เกิดไฟลัดวงจร
ความประมาทและฝืนใช้งาน ยกตัวอย่างกรณี พัดลม ที่พัดหมุนหยุดช้า หรือพัดลมติดขัด แต่ผู้ใช้ยังใช้นิ้วปั่นให้หมุนต่อ ทำให้เกิดภาวะความร้อนสะสมที่ตัวมอเตอร์ เกิดประกายไฟ ขณะที่มอเตอร์ยังพยายามทำงานจนเกิดเพลิงไหม้
สภาพแวดล้อม จุดเสี่ยงในชุมชน
สภาพแวดล้อมของอาคารพาณิชย์ ชุมชนเมืองขนาดใหญ่ หรือบ้านเรือนที่อยู่ติดกันอย่างแออัด ส่งผลให้เมื่อเกิดเพลิงไหม้จากเชื้อเพลิงความเร็วสูง ไฟจะลุกลามไปยังอาคารข้างเคียงได้อย่างรวดเร็ว
ขณะที่ข้อจำกัดของนักดับเพลิงตามมาตรฐานงานกู้ภัย เจ้าหน้าที่ดับเพลิงมีเป้าหมายเข้าระงับเหตุให้ถึงจุดเกิดเหตุ ภายใน 8 นาที แต่เมื่อเชื้อเพลิงยุคใหม่เผาไหม้ในระดับวินาที ทำให้เมื่อนักดับเพลิงไปถึง ไฟได้กลายเป็น เพลิงไหม้ขนาดใหญ่ไปแล้ว ซึ่งต้องใช้ทรัพยากร และการบูรณาการระงับเหตุที่ยากลำบากยิ่งขึ้น
แนวทางป้องกัน ข้อแนะนำสำหรับประชาชน
ถ้าต้นเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก แบตเตอรี่ขนาดเล็ก ถ้าเกิดควัน หรือเริ่มลุกไหม้ และเป็นอุปกรณ์ที่เคลื่อนย้ายได้ ให้รีบนำออกไปนอกตัวอาคาร นำไปแช่น้ำ หรือโยนลงในภาชนะใส่น้ำทันที
ใช้อุปกรณ์คุมไฟ ถังดับเพลิงทั่วไปอาจไม่สามารถดับแบตเตอรี่ลิเธียมได้โดยตรง แต่สามารถใช้ ผ้าคุมไฟ (Fire Blanket) หรือผ้าชุบน้ำบิดหมาด คุมทับอุปกรณ์เพื่อลดการกระจายตัวของเกล็ดไฟและรัศมีไอร้อน ไม่ให้ลุกลามไปยังเชื้อเพลิงอื่น
ประชาชนต้องสังเกตและเรียนรู้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่และอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้าน ไม่ใช้ของที่ดัดแปลงหรือไม่ได้มาตรฐาน
วางแผนการจัดการกลุ่มคนเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก หรือคนชรา ภายในบ้าน เพื่อให้มีขั้นตอนการอพยพอย่างปลอดภัยทันทีเมื่อเกิดเหตุ