1 กันยายน 2569 รำลึก ครบรอบ 36 ปี สืบ นาคะเสถียร เสียงปืนที่ห้วยขาแข้ง ชีวิต และแรงกระเพื่อมที่ไม่เคยเงียบหาย


วันที่ 1 กันยายน 2569 36 ปีเต็มหลังจากเสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นในบ้านพักกลางป่าห้วยขาแข้งเมื่อปี พ.ศ. 2533 การจากไปของ สืบ นาคะเสถียร อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ไม่เคยเป็นเพียงข่าวร้ายในหน้าหนังสือพิมพ์ แต่คือจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทย


สืบ นาคะเสถียร ความหมายและชีวิต ชายผู้ใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน


สืบ นาคะเสถียร ไม่ใช่แค่ข้าราชการกรมป่าไม้ที่ทำตามหน้าที่ แต่เขาคือ “นักวิชาการ” ผู้มองเห็นและเข้าใจธรรมชาติอย่างซาบซึ้ง ผลงานการช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ตกค้างจากการสร้างเขื่อนเชี่ยวหลาน (เขื่อนรัชชประภา) เมื่อปี 2529 คือบทพิสูจน์ความทุ่มเท เขาเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นสัตว์ป่าต้องจมน้ำตาย หรือถูกไล่ล่าอย่างสิ้นไร้ทางสู้


เมื่อเขาก้าวรับตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สืบต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันเลวร้าย ทั้งการบุกรุกทำลายป่า กลุ่มอิทธิพลมืด นายทุน และผู้ทรงอิทธิพลที่เข้ามาล่าสัตว์ แต่สิ่งที่ทับถมจิตใจเขามากที่สุด กลับเป็น “ความอัมพาตของระบบราชการ” ขาดแคลนงบประมาณ อุปกรณ์ไม่พร้อม และลูกน้องเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าต้องเสียชีวิตคนแล้วคนเล่าโดยไม่มีใครเหลียวแล


คำพูดที่ว่า “ผมขอพูดในนามของสัตว์ป่าทุกตัว เพราะพวกเขาพูดเพื่อตัวเองไม่ได้” ไม่ใช่เพียงวาทกรรมสวยหรู แต่คือเข็มทิศชีวิตของเขา จนกระทั่งในเช้ามืดของวันที่ 1 กันยายน 2533 สืบเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองลง เพื่อแลกกับความสนใจของสังคมและผู้มีอำนาจ ให้หันมามองความเดือดร้อนของผืนป่าและสัตว์ป่าอย่างจริงจัง


แรงกระเพื่อมและการเปลี่ยนแปลง ผลลัพธ์หลังเสียงปืน

การเสียชีวิตของสืบ กลายเป็น “ปลุก” สังคมไทยให้ตื่นจากความเฉยชา และนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและค่านิยมหลายประการ


เพียงไม่กี่วันหลังการจากไป กลุ่มคนที่รักและเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของสืบได้ร่วมกันก่อตั้งมูลนิธิขึ้น เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ คอยเป็นหูเป็นตา และขับเคลื่อนนโยบายสิ่งแวดล้อมมาจนถึงปัจจุบัน


ห้วยขาแข้ง–ทุ่งใหญ่นเรศวร มรดกโลก รายงานวิชาการที่สืบทุ่มเทเขียนและเสนอไว้ ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้องค์การยูเนสโก (UNESCO) ประกาศให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง เป็น “มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของไทย” ในปี 2534


สวัสดิการเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า สังคมเริ่มหันมามอง “ผู้รักษาป่า” มีการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือ ยกระดับสวัสดิการ เครื่องไม้เครื่องมือ และรองเท้าเดินป่าที่ดีขึ้น เพื่อไม่ให้คนทำงานต้องสู้ตามยถากรรมเหมือนในอดีต


กระแสอนุรักษ์นิยมในจิตสำนึกประชาชน เรื่องราวของสืบถูกถ่ายทอดผ่านบทเพลง บทกวี และหนังสือ ทำให้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่าตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม เกิดพลังภาคประชาชนที่กล้าออกมาคัดค้านโครงการที่ส่งผลกระทบต่อผืนป่าอย่างต่อเนื่อง


36 ปีผ่านไป ตะเกียงที่ยังคงส่องสว่าง


ในวัฏจักร 36 ปี หรือ 3 รอบปีนักษัตร ผืนป่าห้วยขาแข้งในวันนี้ยังคงความสมบูรณ์ เสือโคร่ง ช้างป่า และผืนป่าตะวันตกยังคงได้รับการปกป้อง อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(Climate Change) และแรงกดดันจากการพัฒนาในยุคใหม่ การอนุรักษ์ป่าไม่ได้หยุดอยู่แค่การป้องกันคนล่าสัตว์ แต่คือการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศทั้งโลก


36 ปีแห่งการรำลึก จึงไม่ใช่แค่การไว้อาลัยให้แก่ชายชื่อ “สืบ นาคะเสถียร” แต่คือการตั้งคำถามกับคนในยุคปัจจุบันว่า การดูแลธรรมชาติ และสัตว์ป่า